Nim Journey

A Legend of Travel

  • เสียงเพื่อนที่กำลังหาพิกัดจุดถ่ายรูปปลุกให้ตื่นขึ้น หลังจากหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ในคืนบนรถตูู้เมื่อคืน ฟ้ายังมืดอยู่เลย และก็ยังไม่ถึงที่หมายดีนัก ฉันเลยได้นั่งหลับตาไปอีกซักพัก แต่อีกซักพักก็ถึงที่หมาย ช่างภาพตื่นตัวพร้อมถ่ายรูป แต่มาเที่ยวคราวนี้ฉันไม่ได้หยิบกล้องตัวเก่งไปด้วย เตรียมไปแต่มือถือ iphone5 เพื่อลองเก็บภาพ และอยากเดินเล่นสบายๆมากกว่า เพื่อได้มองรอบๆ และได้เห็นเพื่อนๆ น้องๆ ที่มาถ่ายรูปกัน แอบเก็บภาพการทำงานและความตั้งใจของช่างภาพไปด้วยหละ

    + เขื่อนห้วยหลวง 

    ยามเช้าที่เราไปถึงยังมืดมาก พวกเรากางขาตั้งกล้อง หามุม รอแสงยามเช้าที่ค่อยๆแย้มพรายออกมาจากปลายขอบฟ้าฝั่งตรงข้าม แสงอาทิตย์ค่อยๆเผยให้เห็นความงามยามเช้า ของเขื่อนห้วยหลวง น้ำนิ่ง ไม่ไหวติง สายหมอกบางๆ ท้องฟ้าที่ปราศจากเมฆใดๆในวันนี้ กับยอที่ชาวบ้านมาปลูกสร้างไว้เพื่อดักจับปลา เป็นความงามเรียบง่ายที่ไม่ได้แต่งเติมใดๆ เมื่อแสงเริ่มสว่างขึ้น เรือของชาวบ้านเริ่มออกมาเป็นระยะๆ  ให้ได้เห็นชีวิตยามเช้าที่เริ่มต้นวันใหม่ สายน้ำจากเรือที่วิ่งผ่านทิ้งรอยผ่านตาไว้ชั่วครู่แล้วค่อยๆหายไปพร้อมกับเรือที่แล่นผ่านไป อากาศยามเช้าวันนี้เย็นกำลังดี  ฉันสูดอากาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอดในสถานที่ยังคงไม่มีสิ่งรบกวนใดๆมาทำลายบรรยากาศชนบทเรียบง่าย  แต่ดูเหมือนภาพความงามและบรรยากาศยามเช้าจะยังไม่หนำใจกลุ่มช่างภาพของเรา ทำให้ตอนเย็นเราต้องมากันอีกรอบ  ซึ่งก็ไม่ผิดหวังกันเลย


    หลังจากถ่ายภาพตอนเช้ากันแล้ว กลุ่มเราใช้เวลาภาคกลางวันสำรวจเมืองอุดร ซึ่งเจริญมากๆ กว่าหลายปีก่อนที่ฉันเคยมา และสิ่ิงที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงอุดร ต้องแวะไปกินแหนมเนืองร้านดัง VT แหนมเนือง ที่อร่อยสุดยอดเหมือนเดิม และที่น่าชื่นชมมากคือการบริการ และการจัดการที่เจ๋งจริงๆ แหม เล่นลำเลียงแหนมเนืองผ่านสายพานข้ามหัวเรา มาส่งหน้าร้านนี่ ต้องยกนิ้วให้เลย :) เรื่องรสชาติไม่ต้องพูดถึง ใช้ภาษาวัยรุ่นนี่ต้องบอกว่า “ฟิน” มากๆ ไปเมื่อไหร่ต้องแวะทุกครั้งแน่ๆ

    แหนมเนือง

    ยามเย็นอย่างที่ว่าเรากลับมาที่เขื่อนห้วยหลวงกันอีกรอบ โดยอาศัยการนั่งเรือออกไปสำรวจ และได้สัมผัสกับพี่ชาวบ้านที่กำลังออกมายกยอกันด้วย และแสงเย็นว้นนี้ก็ช่างกระไร ฟ้าระเบิดสาดส่อง ฉายแสงแดง ส้ม ตอนเย็น พร้อมกับภาพของชาวบ้านที่ออกมารอยกยอ รอปลาที่เข้ามาติด ให้ภาพที่พวกเราต้องร้องกรี๊ดกันออกมาได้ทุกคน

    + ทุ่งบัวแดง

    หนองหาน จ.อุดร เคยได้ยินชื่อมานาน แต่ไม่ยักกะรู้เลยว่ามีเสน่ห์สวยๆของทุ่งบัวแดง ที่รอให้เราไปสัมผัส เที่ยวเมืองไทย ต้องเที่ยวเช้าๆ เย็นๆแล้วจะเจอความงดงามที่ซุกซ่อนอยู่ ทุ่งบัวแดงก็เหมือนกัน ต้องไปเช้าหน่อย เช่นกลุ่มเราไปรอขึ้นเรือตอน 6 โมงเช้า ฟ้ายังไม่สว่างดี แต่ก็น่าจะเป็นเวลาที่เหมาะมากๆ เพราะตัองนั่งเรือออกไป เพื่อไปชมทุ่งบัวแดง ที่บานเป็นทุ่งอยู่ด้านนอกโน่น พี่ที่พายเรือและเจ้าหน้าที่บอกว่าปีนี้อาจจะน้อยกว่าปีที่แล้ว แต่ก็ยังสวยเช่นเดิม เมื่อเราไปถึงฉันว่ามันสวยสุดๆ เลยค่ะ คิดได้เลยว่า เมืองไทยไม่ไปไม่รู้จริงๆ ฉันประทับใจกับดอกบัวที่บานเต็มทุ่งหนองหาน สีชมพูงดงาม สะพรั่งสวย ยิ่งสายๆซักนิดประมาณ 8-9 โมง เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มฉายแสง บัวสีชมพูยิ่งบานสวย เปล่งประกายเต็มที่ เรือพายพาเราลัดเลาะไปตามเส้นทางให้ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด จนหนำใจ และให้ฉันได้พกพาความประทับใจกับความงดงามสีชมพูของทุ่งบัวแดง หนองหาน อุดรธานี กลับบ้านได้อย่างอิ่มกับทริปเที่ยวอุดรคราวนี้

  • ภาพถ่ายบางส่วนจากการไปเดินเล่นที่สิงคโปร์ ตกแต่งด้วย Instagram อีกที เกาะเล็กๆแต่รวบรวม 2 วัฒนธรรมใหญ่ๆ ไว้บนเบื้องหลังยุคล่าอาณานิคมกับตึกสไตล์โคโลเนียล เพื่อเป็นที่มาให้รำลึกจดจำ และนำไปสู่อนาคตที่ยิ่งใหญ่ในเวลาต่อมา

  • ศาสนาออร์โธดอกซ์ในเอธิโอเปีย

    ศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ในเอธิโอเปีย หรือ “เอธิโอเปียนออร์โธดอกซ์เทวาโดคริสตจักร” (Ethiopian Orthodox Tewahedo Church) เป็นหนึ่งในคริสต์ศาสนานิกายออร์โธดอกซ์ตะวันออก (Oriental Orthodox)ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และมีลักษณะเฉพาะทางวัฒนธรรมและความเชื่อที่โดดเด่นมาก

    (เพิ่มเติม…)
  • ลัทธิรัสตาฟารี (Rastafari) – ศรัทธาที่เปลี่ยนกษัตริย์ให้กลายเป็นพระเจ้า

    รัสตาฟารีคืออะไร?

    รัสตาฟารี (Rastafarianism หรือ Rastafari) เป็นขบวนการทางจิตวิญญาณที่เริ่มต้นในจาเมกา ช่วงทศวรรษ 1930
    ผู้ศรัทธาเชื่อว่า จักรพรรดิเฮลี เซลาสซีที่ 1 แห่งเอธิโอเปีย คือพระเจ้า (Jah) ที่มาปรากฏในร่างมนุษย์
    ลัทธินี้ไม่ได้เป็นศาสนาแบบทางการ แต่เป็นแนวคิดแห่ง การปลดปล่อย, การกลับคืนสู่รากเหง้า, และการต่อต้านอำนาจจักรวรรดินิยม

    (เพิ่มเติม…)
  • เฮลี เซลาสซีที่ 1: ราชา ศาสดา และมนุษย์ในเงาแห่งจักรวรรดิเอธิโอเปีย

    “นอกจากภาพของประชาชนที่หิวโหยในดินแดนแห้งแล้ง อีกภาพหนึ่งที่ฝังแน่นในความทรงจำของฉันเกี่ยวกับเอธิโอเปีย ก็คือภาพของกษัตริย์ผิวดำรูปร่างสูงใหญ่ ผู้มีดวงตาคมนิ่ง ในวังโอ่โถง”

    มันเป็นภาพที่ดู ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ความโอ่อ่ากับความแร้นแค้น, อำนาจสูงสุดกับความทุกข์ของประชาชนที่ถูกหลงลืม
    มันไม่ใช่แค่ภาพของเอธิโอเปียเท่านั้น แต่คล้ายเป็น บทเรียนร่วมของสังคมมนุษย์ ที่ซ้ำรอย
    ผู้นำผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยสัมผัสความหิวโหยของผู้คน
    และบางครั้ง… บั้นปลายของพวกเขาก็ไม่เคยงดงาม

    แต่เดิมฉันไม่เคยสงสัยเกี่ยวกับกษัตริย์องค์สุดท้ายของเอธิโอเปียมากนัก จนกระทั่งได้ฟังเรื่องราวในแง่มุมอื่นของพระองค์ มันกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสงสัยว่า… ตกลงแล้วชายผู้นี้คือใคร?
    และทำไมเขาจึงยังเป็น “พระเจ้า” สำหรับใครบางคน และเป็น “เงา” ประวัติศาสตร์ที่ผู้คนรู้จักกันเกือบทั่วโลก?

    (เพิ่มเติม…)