Nim Journey

A Legend of Travel

  • จากตอนที่แล้วที่เราได้พาทุกคนไปสัมผัสซากปราการดินเหนียวโบราณในยุคเริ่มต้นอารยธรรมที่รุ่งเรืองด้วยลัทธิบูชาไฟของเปอร์เซีย… ลมหมุนแห่งกาลเวลาได้พัดพาให้อาณาจักร “โฆเรซม์” (Khorezm) ขยับขยาย และก้าวเข้าสู่หัวเลี้ยวหัวต่อครั้งใหญ่ในคริสต์ศตวรรษที่ 8 เมื่อกองทัพอาหรับมุสลิมได้แผ่ขยายอิทธิพลเข้ามายึดครองและกลืนกินวัฒนธรรมเดิม บีบให้ดินแดนแห่งนี้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ร่มเงาของ “ศาสนาอิสลาม” ไปตลอดกาล

    Bukhara: นครแห่งนักปราชญ์ และยุคทองของศาสนาอิสลาม

    จากจุดเปลี่ยนในวันนั้น… เมล็ดพันธุ์ของศาสนาใหม่ได้ถูกเจียระไนจนเบ่งบานถึงขีดสุดในศตวรรษที่ 12 โฆเรซม์ได้สถาปนาขึ้นเป็นจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ ควบคุมเส้นทางสายไหมสายหลักที่เชื่อมโลกตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน

    และศูนย์กลางความมั่งคั่งและปัญญาในยุคนั้น ก็คือเมืองโอเอซิสในตำนานที่ชื่อว่า Bukhara (บูฆารา)

    (เพิ่มเติม…)
  • กลางทะเลทรายอันแห้งแล้งและเงียบสงบของอุซเบกิสถาน… ใครจะเชื่อว่าที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ที่โลกลืมเลือน ภูมิทัศน์เวิ้งว้างที่เห็นอยู่รอบตัวในปัจจุบัน อดีตคือใจกลางของ “อาณาจักรโฆเรซม์” (Khorezm) โอเอซิสโบราณสายสำคัญที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงโลกตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกันผ่านเส้นทางสายไหม

    Toprak Kala: นครหลวงดินเหนียวใต้ร่มเงาเปอร์เซีย

    พิกัดแรกที่นำทางเราย้อนเวลากลับไปเกือบสองพันปีคือ Toprak Kala (ทอ-ปัค คา-ลา) ป้อมปราการดินเหนียวขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางผืนทรายอันร้อนระอุ

    ซากปรักหักพังที่หลงเหลืออยู่หนาตาในปัจจุบัน ในอดีตไม่ได้เป็นเพียงแค่ป้อมปราการทางทหารเท่านั้น แต่ที่นี่คือถิ่นฐาน นครหลวง และพระราชวังอันหรูหราของกษัตริย์โฆเรซม์โบราณ เป็นยุคสมัยที่วัฒนธรรมเปอร์เซียและศาสนาโซโรอัสเตอร์ (ลัทธิบูชาไฟ) ยังคงเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด

    (เพิ่มเติม…)
  • หากคุณคิดว่า “ส่าหรี” คือเสื้อผ้าชนิดเดียวที่เป็นตัวแทนของหญิงสาวอินเดีย… ฉันอยากชวนคุณมารู้จักกับอีกหนึ่งจิตวิญญาณแห่งแฟชั่นหัตถศิลป์ที่ซ่อนตัวอยู่ทางตะวันตกสุดของประเทศ ณ เขตกัจฉ์ (Kutch) รัฐคุชราต ดินแดนกึ่งทะเลทรายที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าทึ่ง

    จากการเดินทางไปเยือนคุชราต ฉันได้พบกับสตรีชาวคัช (Kutchi) และชาวราพารี (Rabari) ในชุดพื้นเมืองสีสันสดใสที่สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น ชุดนี้มีชื่อเรียกว่า ‘ชาณิยา โชลี’ (Chaniya Choli)’ ซึ่งแฝงไปด้วยภูมิปัญญา การเอาตัวรอดจากภูมิประเทศอันแห้งแล้ง และความรักที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น…

    มาถอดรหัสความลับที่ซ่อนอยู่บนผืนผ้าชุดนี้ไปพร้อมๆ กันค่ะ

    (เพิ่มเติม…)
  • Laxmi Vilas Palace: มนต์เสน่ห์แห่งสถาปัตยกรรมและเรื่องราวสะเทือนใจของสถาปนิก

    อภิมหาพระราชวังส่วนบุคคลที่ “ใหญ่กว่าบักกิงแฮม 4 เท่า”

    นี่ไม่ใช่แค่พระราชวังธรรมดา แต่เป็นหนึ่งในที่พักอาศัยส่วนบุคคล (Private Residence) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังมีคนอาศัยอยู่จริง (ปัจจุบันราชวงศ์ Gaekwad ก็ยังพำนักอยู่ในบางส่วนของวังนี้)

    ที่นี่มีขนาดใหญ่กว่าพระราชวังบักกิงแฮม (Buckingham Palace) ของอังกฤษถึง 4 เท่า! และตอนที่สร้างเสร็จในปี 1890 นั้น ที่นี่ถูกบันทึกว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างสัญชาติอินเดียที่ใช้งบประมาณก่อสร้างสูงที่สุดในยุคนั้น (ประมาณ 180,000 ปอนด์ในสมัยนั้น)

    (เพิ่มเติม…)
  • ย้อนเวลากลับไปกว่า 2,300 ปี สัมผัสความยิ่งใหญ่และความลึกลับของ ป้อมอุปคต (Uparkot Fort) ป้อมปราการหินโบราณแห่งเมืองจูนากาธ (Junagadh) รัฐคุชราต ประเทศอินเดีย ป้อมแห่งนี้ไม่เพียงแต่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือกาลเวลาผ่านสมรภูมิรบมาถึง 16 ครั้ง แต่ลึกลงไปใต้ผืนดินยังซ่อนมรดกทางประวัติศาสตร์ ศรัทธา และสถาปัตยกรรมระดับโลกเอาไว้อย่างน่าทึ่ง

    ไฮไลท์ห้ามพลาดเมื่อมาเยือน Uparkot Fort

    • วังรานัคเทวี มหาล (Ranakdevi Mahal): ท้องพระโรงหินโบราณของกษัตริย์ฮินดูจากศตวรรษที่ 11 ที่ซ่อนโศกนาฏกรรมความรักและศักดิ์ศรีของพระมเหสี ก่อนจะถูกสุลต่านมุสลิมดัดแปลงให้กลายเป็นมัสยิดหลวง (Jama Masjid) ในศตวรรษที่ 15
    • บ่อน้ำขั้นบันไดโบราณ & ไปรษณีย์นกพิราบ: ดิ่งลึกสู่ นาฟกาน คูโอ (Navghan Kuvo) ระบบกักเก็บน้ำใต้ดินขนาดยักษ์ และร่องรอยหน้าผาหินที่สลักเป็นช่องรังนกพิราบสื่อสาร ซึ่งทำหน้าที่ส่งสารลับในยามที่ป้อมถูกล้อมโจมตี
    • ถ้ำพุทธใต้ดินศตวรรษที่ 2 (Uparkot Caves): มหัศจรรย์แห่งศรัทธายุคเดียวกับถ้ำอชันต้า กับการแกะสลักเจาะหินย้อนหลังจากบนลงล่างให้กลายเป็นโถงปฏิบัติธรรม 2 ชั้น โดดเด่นด้วยเสาหินที่ผสมผสานศิลปะสไตล์ซินเธียนและกรีกโบราณ