ไกด์ และ ลูกหาบ ร้องเพลง เต้นฉลองให้กับพวกเรา หลังจากพิชิตเทือกเขาคิลิมานจาโร ในวันสุดท้ายก่อนจะลาจากกัน
เพลงนี้ดูเหมือนจะเป็นเพลงง่ายๆ ทำนอง ช้าง ช้าง ช้าง ของบ้านเราแหละนะคะ
A Legend of Travel


ไกด์ และ ลูกหาบ ร้องเพลง เต้นฉลองให้กับพวกเรา หลังจากพิชิตเทือกเขาคิลิมานจาโร ในวันสุดท้ายก่อนจะลาจากกัน
เพลงนี้ดูเหมือนจะเป็นเพลงง่ายๆ ทำนอง ช้าง ช้าง ช้าง ของบ้านเราแหละนะคะ

เราวิ่งวุ่นในพาราณสีเพื่อหาที่นั่ง ที่นอนบนรถไฟไปเมืองคยา สำหรับเที่ยวในวันพรุ่งนี้
ตั๋วแน่นมากทั้งแบบนั่ง แบบนอน แต่ในที่สุดเราก็ได้ตั๋วเป็นแบบตู้นอนซึ่งคนขายแนะนำว่านักท่องเที่ยวควรซื้อแบบนี้ ตั๋วระบุเลขที่เตียงชัดเจน ซึ่งให้ความมั่นใจว่าเราจะมีที่นอนแน่นอน…
เหรอ…..ฉันนึกครางอยู่ในใจ
…สำหรับอินเดียมีอะไรที่แน่นอนบ้าง แม้จะบอกว่า no problem…
อินเดียเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีวัฒนธรรมการแต่งกายที่เหนียวแน่นไม่เปลี่ยนไปตามกระแสโลก
ผู้หญิงยังนิยมใส่ส่าหรีในชีวิตประจำวันโดยแต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย…
เช่นที่ทมิฬตาที่ได้ไปเห็น และอ่านจากหนังสือ

คือว่าทั้งเหนื่อย ทั้งร้อน ทั้งลมต้าน ทางชัน ขึ้นสะพาน
ทวิกีฬา เป็นความท้าทายที่ไม่ง่ายเลย
แต่ก็ยังลงทะเบียนไปวิ่งเล่นกับเหล่าคนเก่งทั้งหลาย
ด้วยเหตุผลง่ายๆ วิ่งได้ ปั่นเป็น มีจักรยาน ลองดูซิว่าเราจะทำได้แค่ไหน
ก็เหมือนออกเดินทาง เรารู้อยู่แล้วว่าเส้นชัยมันอยู่ตรงไหน ภาพที่เห็นจะเป็นอย่างไรตรงปลายทาง บางครั้งมันกลับอยู่ที่จุดเริ่มต้นด้วยซ้ำ
แต่ระหว่างทางที่เราฟันฝ่าออกไป มันน่าสนใจทั้งสิ่งที่มองเห็นด้วยตา และมองเห็นจากใจ มันจะมีอะไรบ้างที่จะได้เผชิญ
ปฏิบัติการฆ่าเวลาหลังจากจบงานวิ่งลานสกามาราธอน และเที่ยวรอบๆอำเภอลานสกา โดยที่ไม่ได้ศึกษาข้อมูลมากนัก เราเข้าไปขอข้อมูลการท่องเที่ยวจากการท่องเที่ยวนครศรีธรรมราช จนท. แนะนำให้เราใช้เวลาช่วงสั้นๆตอนเย็นโดยการไปชมหนังตะลุง ที่พิพิธภัณฑ์บ้านหนังตะลุงของศิลปินแห่งชาติ หนังสุชาติ ทรัพย์สิน
จากความไม่ได้คาดหวังหรือตั้งใจกับสิ่งที่จะไปดูมากนัก เรากลับเดินออกมาจากพิพิธภัณฑ์ด้วยหัวใจที่ชื่นชมยินดี และความรู้เพิ่มขึ้นมากมายเกี่ยวกับหนังตะลุง

ภายในพื้นที่ร่มรื่นในซอยเล็กๆแห่งหนึ่งของตัวเมืองนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่ของบ้านหนังตะลุงลุงสุชาติและครอบครัว ช่วยกันดูแลเอาใจใส่ รักษาศิลปะพื้นบ้านของชาวใต้ประเภทหนังตะลุงกันไว้ จากพื้นที่เล็กๆของครอบครัวค่อยๆซื้อจนได้พื้นที่ขนาดกำลังดีสำหรับการจัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์ สถานที่แสดงวิธีทำตัวหนังตะลุง โรงหนังเล็กๆที่จุคนดูประมาณ 30 คน

ลุงสุชาติ ทรัพย์สิน เป็นศิลปินหนังตะลุงและช่างทำรูป หนังตะลุงฝีมือดีเยี่ยมของเมืองนครศรีธรรมราช ที่ริเริ่มและสืบทอดวัฒนธรรมการ ทำตัว หนังตะลุง รวมไปถึงการเชิดหนังตะลุงจนที่เป็น ที่ยอมรับในระดับชาติ และนานาชาติ ทั้งยังทำนุบำรุงความเป็น ไทยคงใช้เครื่องดนตรีไทยที่เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมของชาติไทย โดยได้รับคัดเลือกให้เป็นศิลปินท้องถิ่นผู้ซึ่งได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (ไทยแลนด์ทัวริสซึ่มอวอร์ด)ประจำปี 2539 รางวัลดีเด่นประเภท วัฒนธรรมและโบราณสถาน (http://www.paiduaykan.com/76_province/south/nakhonsithammarat/nangtalung.html)
ลุงสุชาติมีโอกาสได้เข้าเฝ้าและแสดงหน้าพระพักตร์ในหลวง และได้ส่งต่อความรู้ ความสามารถของท่านสู่คนรุ่นหลังตามรับสั่งของในหลวงที่มีพระประสงค์จะให้ศิลปะหนังตะลุงได้รับการเผยแพร่สู่คนรุ่นต่อไปโดยไม่สูญหายไป
เรามีโอกาสได้ฟังเรื่องราวประวัติของหนังตะลุง ตัวละครและบุคลิกต่างๆของหนังตะลุงจากสาวน้อยหลานสาวของลุงสุชาติ ที่พาเราชมพิพิธภัณฑ์

ฟังเรื่องราวการรวบรวม การก่อตั้งพิพิธภัณฑ์บ้านหนังตะลุง ซึ่งเต็มไปด้วยหัวใจที่รักในศิลปะหนังตะลุงจากอาจารย์ลูกชายคนโตของลุงสุชาติ ปิดท้ายด้วยการชมหนังตะลุงสั้นๆจากอาจารย์ ที่สอดแทรกเรื่องราวในสังคมปัจจุบัน ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าหนังตะลุงไม่ใช่ศิลปะที่ห่างไกล ล้าสมัย สูงส่งหรือเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก แต่อยู่ใกล้ชิด และปรับตัวเข้ากับยุคสมัย ให้ความบันเทิงกับผู้ชมได้อย่างมีความสุขอย่างมีศิลปะชั้นเชิง
ซึ่งอาจารย์เองก็มั่นใจว่าสำหรับหนังตะลุงของศิลปินแห่งชาติ ลุงสุชาติ ทรัพย์สิน จะยังคงสืบทอดต่อไปอีกอย่างน้อยก็ 3 รุ่นที่ได้ร่วมสร้าง ร่วมฝึกฝน และกล่อมเกลาลูกหลาน ให้เรียนรู้ฝึกฝน ซึมซับมีใจรักในหนังตะลุงตั้งแต่ยังเด็กๆ ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ศิลปะเก่าแก่หลายด้าน กำลังจะสูญหายเพราะขาดผู้สืบทอด แต่ในพื้นที่บ้านร่มรื่นแห่งนี้ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของผู้ที่รักหนังตะลุง แม้ลูกหลานแต่ละคนจะออกไปมีหน้าที่การงานที่มั่นคง แต่ก็ยังคงช่วยเหลือ ดูแลสืบทอดงานตะลุงอย่างแข็งขัน การที่เราได้พบลูกหลานญาติสนิทยังคงวนเวียน เดินเข้าออก พาเราเที่ยวดูรูปภาพ เล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของหนังตะลุง จึงทำให้เรารู้สึกดีใจและภาคภูมิใจที่ได้เข้าเยือนและทำความรู้จักกับลุงสุชาติและครอบครัวซึ่งเป็นตัวแทนศิลปะหนังตะลุงของไทย และเชื่อว่าถ้าใครก็ตามที่ได้มีโอกาสมาที่นี่ก็จะต้องรู้สึกอย่างเดียวกันแน่นอน และจะได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ให้หนังตะลุงอยู่กับวัฒนธรรมบันเทิงของไทยต่อไปอย่างยั่งยืนด้วยกัน