Nim Journey

A Legend of Travel

  • ปฏิบัติการฆ่าเวลาหลังจากจบงานวิ่งลานสกามาราธอน และเที่ยวรอบๆอำเภอลานสกา โดยที่ไม่ได้ศึกษาข้อมูลมากนัก เราเข้าไปขอข้อมูลการท่องเที่ยวจากการท่องเที่ยวนครศรีธรรมราช จนท. แนะนำให้เราใช้เวลาช่วงสั้นๆตอนเย็นโดยการไปชมหนังตะลุง ที่พิพิธภัณฑ์บ้านหนังตะลุงของศิลปินแห่งชาติ หนังสุชาติ ทรัพย์สิน
    จากความไม่ได้คาดหวังหรือตั้งใจกับสิ่งที่จะไปดูมากนัก เรากลับเดินออกมาจากพิพิธภัณฑ์ด้วยหัวใจที่ชื่นชมยินดี และความรู้เพิ่มขึ้นมากมายเกี่ยวกับหนังตะลุง

    ภายในพื้นที่ซึ่งเป็นทั้งบ้านอยู่อาศัย และจัดส่วนหนึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ โรงหนังตะลุง ซึ่งใช้เวลานานกว่าจะรวบรวมได้มีพื้นที่ขนาดนี้จากทุนทรัพย์ของครอบครัวลุงสุชาติเอง

    ภายในพื้นที่ร่มรื่นในซอยเล็กๆแห่งหนึ่งของตัวเมืองนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่ของบ้านหนังตะลุงลุงสุชาติและครอบครัว ช่วยกันดูแลเอาใจใส่ รักษาศิลปะพื้นบ้านของชาวใต้ประเภทหนังตะลุงกันไว้ จากพื้นที่เล็กๆของครอบครัวค่อยๆซื้อจนได้พื้นที่ขนาดกำลังดีสำหรับการจัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์ สถานที่แสดงวิธีทำตัวหนังตะลุง โรงหนังเล็กๆที่จุคนดูประมาณ 30 คน

    ลุงสุชาติ ทรัพย์สิน ศิลปินแห่งชาติวันนี้ยังคงแข็งแรง แม้จะไม่ได้เชิดหนังตะลุงอีกแล้ว แต่ยังคงว่ากลอนให้ลูกหลานได้ฟังทุกเช้า

    ลุงสุชาติ ทรัพย์สิน เป็นศิลปินหนังตะลุงและช่างทำรูป หนังตะลุงฝีมือดีเยี่ยมของเมืองนครศรีธรรมราช ที่ริเริ่มและสืบทอดวัฒนธรรมการ ทำตัว หนังตะลุง รวมไปถึงการเชิดหนังตะลุงจนที่เป็น ที่ยอมรับในระดับชาติ และนานาชาติ ทั้งยังทำนุบำรุงความเป็น ไทยคงใช้เครื่องดนตรีไทยที่เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมของชาติไทย โดยได้รับคัดเลือกให้เป็นศิลปินท้องถิ่นผู้ซึ่งได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (ไทยแลนด์ทัวริสซึ่มอวอร์ด)ประจำปี 2539 รางวัลดีเด่นประเภท วัฒนธรรมและโบราณสถาน (http://www.paiduaykan.com/76_province/south/nakhonsithammarat/nangtalung.html)

    ลุงสุชาติมีโอกาสได้เข้าเฝ้าและแสดงหน้าพระพักตร์ในหลวง และได้ส่งต่อความรู้ ความสามารถของท่านสู่คนรุ่นหลังตามรับสั่งของในหลวงที่มีพระประสงค์จะให้ศิลปะหนังตะลุงได้รับการเผยแพร่สู่คนรุ่นต่อไปโดยไม่สูญหายไป

    เรามีโอกาสได้ฟังเรื่องราวประวัติของหนังตะลุง ตัวละครและบุคลิกต่างๆของหนังตะลุงจากสาวน้อยหลานสาวของลุงสุชาติ ที่พาเราชมพิพิธภัณฑ์


    ลูกชายคนโตของลุงสุชาติ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการอยู่ที่ราชภัฎฯ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ด้วยใจรักในหนังตะลุงเช่นเดียวกับลุงสุชาติ ทรัพย์สิน

    ฟังเรื่องราวการรวบรวม การก่อตั้งพิพิธภัณฑ์บ้านหนังตะลุง ซึ่งเต็มไปด้วยหัวใจที่รักในศิลปะหนังตะลุงจากอาจารย์ลูกชายคนโตของลุงสุชาติ ปิดท้ายด้วยการชมหนังตะลุงสั้นๆจากอาจารย์ ที่สอดแทรกเรื่องราวในสังคมปัจจุบัน ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าหนังตะลุงไม่ใช่ศิลปะที่ห่างไกล ล้าสมัย สูงส่งหรือเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก แต่อยู่ใกล้ชิด และปรับตัวเข้ากับยุคสมัย ให้ความบันเทิงกับผู้ชมได้อย่างมีความสุขอย่างมีศิลปะชั้นเชิง

    ซึ่งอาจารย์เองก็มั่นใจว่าสำหรับหนังตะลุงของศิลปินแห่งชาติ ลุงสุชาติ ทรัพย์สิน จะยังคงสืบทอดต่อไปอีกอย่างน้อยก็ 3 รุ่นที่ได้ร่วมสร้าง ร่วมฝึกฝน และกล่อมเกลาลูกหลาน ให้เรียนรู้ฝึกฝน ซึมซับมีใจรักในหนังตะลุงตั้งแต่ยังเด็กๆ ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

    ศิลปะเก่าแก่หลายด้าน กำลังจะสูญหายเพราะขาดผู้สืบทอด แต่ในพื้นที่บ้านร่มรื่นแห่งนี้ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของผู้ที่รักหนังตะลุง แม้ลูกหลานแต่ละคนจะออกไปมีหน้าที่การงานที่มั่นคง แต่ก็ยังคงช่วยเหลือ ดูแลสืบทอดงานตะลุงอย่างแข็งขัน การที่เราได้พบลูกหลานญาติสนิทยังคงวนเวียน เดินเข้าออก พาเราเที่ยวดูรูปภาพ เล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของหนังตะลุง จึงทำให้เรารู้สึกดีใจและภาคภูมิใจที่ได้เข้าเยือนและทำความรู้จักกับลุงสุชาติและครอบครัวซึ่งเป็นตัวแทนศิลปะหนังตะลุงของไทย และเชื่อว่าถ้าใครก็ตามที่ได้มีโอกาสมาที่นี่ก็จะต้องรู้สึกอย่างเดียวกันแน่นอน และจะได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ให้หนังตะลุงอยู่กับวัฒนธรรมบันเทิงของไทยต่อไปอย่างยั่งยืนด้วยกัน


  • ไปลองของใหม่ๆ อีกแล้วค่ะ คราวนี้ไม่ได้ไปเที่ยว แต่ไปปีนหน้าผาจำลอง ยังไม่เคยปีนมาก่อนเลย แต่ก็มีความสนใจนิดหน่อย ที่จริงอาทิตย์นี้กะจะไปขี่จักรยาน แต่ลองถามชวนเพื่อนเล่นๆ ปรากฎว่าสนใจเหมือนกัน เลยได้คู่หูไปทดสอบแรง ครั้งแรกเหมือนกัน 😄

    สถานที่อยู่ไม่ไกลบนถนนบางนา-ตราด ตึกTHB Building หรือเตียวฮงบางนา ชื่อ Rock Domain Climbing Gym
    ที่นี่มีหน้าผาจำลองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สูง 11 เมตร พื้นที่ใหญ่กว้างขวางไม่อึดอัด เล่นได้หลายกลุ่ม เส้นทางปีนเกือบ 100 เส้นทาง (ดูตามเว็บเค้านะคะ แต่ก็เยอะจริงๆ) มีบริการปีนผาแบบโบลเดอร์ลิ่ง (Bouldering) และ การปีนหน้าผาสูง (Top roping)

    ไปถึงก็จ่ายค่าบริการแบบ one day คนละ 400 บาท และค่าอุปกรณ์เช่นรองเท้า, Harness, Belay Device ไปกันสองคน จ่ายไป 1120 บาท เล่นได้ทั้งวันเท่าที่จะมีแรงเล่น

    “เล่นไม่เป็น ไม่เคยเล่น” ทางยิมก็จะจัด staff มาช่วยสอนทุกอย่าง ตั้งแต่ใส่ Harness ร้อยเชือก (นึกถึงวิชาเนตรนารีกันเลยทีเดียว) การปีน การส่งเชือก ดึงเชือก

    เราเริ่มด้วยการปีนหน้าผาสูง Toprope ซึ่งต้องใช้เชือก และเล่นเป็นคู่ โดยมีคนบีเลย์ (Belay) คอยส่งและดึงเชือกอยู่ช้างล่าง ให้กับคนที่พยายามจะปีนขึ้นไปด้านบน
    ยืนมองจากข้างล่างแอบเสียวๆเพราะความสูงนิดนึง แต่เห็นปุ่มสีเยอะแยะด้านบน ก็คิดว่าปีนไม่ยาก น่าจะทำได้

    Climbing… Climb on…
    พอเอาเข้าจริง ก็ปีนได้ โยกขาซ้ายขวา มือดึง ปุ๊บปั๊บ ดูคล่องเชียว :) แต่พอขึ้นไปสูงขึ้น แอบใจหวิวๆ ทั้งความสูง ทั้งกลัวตก
    ตอนสั่ง Tension เพื่อลอยตัวพักแรงอยู่ด้านบน มืองี้กำเชือกแน่นเลย แอบไม่ไว้ใจเพื่อนเล็กน้อย เพราะเพิ่งหัดกันทั้งคู่
    จากนั้นก็ Down เพื่อหย่อนตัวลงสู่พื้น

    ผลัดกันปีน ผลัดกันบีเลย์ ปีนได้แค่ 2-3 รอบ แขนเริ่มล้า หมดแรง และเราเริ่มเล่นแบบท้าทายขึ้นด้วยเลือกปีนรูทเป็นปุ่มสี เช่นเลือกสีเหลือง ก็ต้องปีนเฉพาะหินสีเหลือง เค้ามีการจัดระดับความยากง่ายไว้ด้วย

    11229399_10206307935197808_7681489341312098659_o
    และสลับไปเล่นแบบโบลเดอร์ลิ่ง (Bouldering) ซึ่งเป็นการปีนผาเตี้ยๆ ไม่ต้องมีเชือกช่วย แต่ต้องมีเบาะรอง เผื่อกันพลาดตกลงมา ซึ่งพื้นที่นี่ก็ลองsafety ไว้ดีมากๆ

    ครั้งแรกเราเลือกเล่นแต่แบบง่ายเลเวลต้นๆ เล่นไปสองสามรอบ เหนื่อยมากๆๆ เพราะใช้แรงเกือบทั้งตัว ทั้งแรงขา แรงแขน แถมยังต้องคิดอีกว่าจะปีนยังไง ไปทางไหน บางรอบขึ้นไปได้ครึ่งนึง ต้องขอลง เพราะหมดทั้งแรงแขน แรงขา

    รู้ตัวเลยว่าแรงแขน มือ ไหล่ นี่แย่มากๆ ยังต้องฝึกอีกมาก และมองดูแล้วยังมีความท้าทายอีกมากมายให้ทดสอบอีกหลายรูท คาดว่าต้องมาอีกหลายรอบ สนุก ติดใจกันทั้งคู่ :P

    ต้องขอชมว่า Staff ที่นี่ดีมากๆ หลังจากสอนเราเสร็จ ปล่อยให้เล่นกันเอง แต่ Staff ก็ยังจะคอยช่วย คอยดู คอยสอน ตลอดเวลา ทำให้รู้สึกว่าปลอดภัยจริงๆ


    ใครสนใจก็ลองไปเล่นกัน สนุก ท้าทายดี แต่ต้องไป 2 คนขึ้นไป เพราะการปีนผาต้องมีคน Belay คอยช่วยดึง และส่งเชือก

    http://www.rockdomaingym.com/#!members/citr

  • ด้วยความเชื่อว่าโกลัม (Kolam) จะนำสิ่งดีดีเข้ามาสู่บ้านของตน ทุกๆเช้าหญิงชาวอินเดียทางใต้จะออกมาวาดรูปทรงต่างๆ ที่พื้นด้วยผงแป้งสี

    ระหว่างวันผงแป้งนี้ก็จะถูกชะออกไปเนื่องจากคนที่เดินผ่านไปมา ลมที่พัด ฝนที่ตก มีความเชื่อว่าอาจจะเป็นอาหารให้กับสัตว์แมลงเล็กๆบนพื้น ดังนั้นผงแป้งส่วนใหญ่จะทำจากผงข้าว จนตอนเย็นก็จะลบเลือนจนหมด เช้าวันใหม่โกลัม(Kolam) รูปใหม่ก็จะถูกวาดขึ้นอีกครั้ง

  • Hakuna Matata – Don’t worry ,be happy

    เวลาบ่ายโมงกว่าๆของวันที่ขึ้นยอดเสร็จสิ้น

    คือเวลาที่รอคอย
    หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจพิชิตยอด Kibo ก็ไม่มีสิ่งใดจะเป็นปัญหาให้ค้างคาใจ ความสูง AMS สภาพอากาศ ความหนาวเย็น ฝนตก ลมพายุหิมะ ทุกสิ่งที่เราเผชิญที่ผ่านมา เป็นเพียงเรื่องที่ผ่านไปตอนนี้เราเดินสบายๆลงจากเขาด้วยความสุข
    แม้จะปวดแข้งขา และเข่ากันบ้าง …
    แต่มันก็เล็กน้อยจริงๆ เมื่อเทียบกับเมื่อคืนและเวลาก่อนหน้านี้

    “Jumbo”

    “Hakuna Matata”

    เราเดินเฮฮาทักทายและบอกกับผู้มาเยือนกลุ่มใหม่ที่สวนทางขึ้นไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ

    Jumbo – เป็นคำทักทาย เมื่อพบกัน เช่นเดียวกับ สวัสดี Hi หรือ Hello


    Hakuna Matata
    ภาษา Swahili แปลว่า No problem หรือ don’t worry , be happy

  • Mawenzi

    Mawenzi ยอดเขาสูงบน Mt.Kilimanjaro ความสูง 5149ม. มีความสูงเป็นอันดับ 3 ในแอฟริกา
    ความสูงไม่สามารถเทียบเท่ายอด Kibo (5895ม. ) แต่ก็ท้าทายนักปีนเขาด้วยการปีนขึ้นที่ยากกว่า เพราะความสูงแหลม และต้องใช้เทคนิคในการไต่เขามากกว่า
    ในเส้น Rongai ที่เราเดิน ยอดเขาทั้งสองอยู่ขนาบซ้ายขวาการเดินไปตลอดเส้นทางMawenzi ไม่ใช่เป้าหมายที่จะไปพิชิต
    แต่รูปลักษณะของยอด Mawenzi นั้นดูลึกลับ น่าค้นหา
    ยิ่งเมื่อมีเมฆและสายหมอกจาง ที่เปลี่ยนรูปร่างไปตามกระแสลม และอากาศ ก็ดึงความสนใจของฉันให้นั่งมองเพลินๆได้มากกว่ายอด Kibo