Nim Journey

A Legend of Travel

  • ด่านบ้านแหลม/ไพลิน ความคุ้นเคยในวัยเด็ก

    หลายเหตุผลที่เราเลือกจัดทำทริปกัมพูชา 3 วัน 2 คืน สำหรับแฟมิลี่ทริปของที่บ้านด้วยการจัดให้เดินทางเข้าที่ชายแดนไทย-กัมพูชาทางด่านบ้านแหลมในคราวนี้ เป็นหนึ่งในความตั้งใจส่วนตัวของตัวเองนอกเหนือจากรู้สึกว่าน่าจะสะดวกสบายสำหรับแม่ และสมาชิกที่เดินทางมาจากจันทบุรี

    สมัยก่อนพ่อค้าพลอยเมืองจันท์มักจะไปทำมาหากินขุดพลอยตามแถบชายแดนเขมร เช่นแถบโป่งน้ำร้อน คลองใหญ่ แสนตุ้ง ฉันเคยได้ยินชื่อไพลินมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนนั้นคิดว่าเป็นชื่อหมู่บ้านของไทยด้วยซ้ำเพราะได้ยินคนจันท์มักจะเดินทางไปเมืองนี้กันบ่อย มารู้ทีหลังว่าเป็นชื่อเมืองในเขมรที่คนจันท์นิยมไปขุดพลอย เรื่องเล่าคนไปขุดพลอย ต้องเดินทางยากลำบาก ผ่านป่าดงหนาทึบเต็มไปด้วยสัตว์ร้าย และไข้ป่า ถนนหนทางยังไม่ดีเป็นเพียงทางลูกรังเล็กๆ เพื่อไปยังบ่อพลอยแถวชายแดน บางคนก็ได้โชคก้อนใหญ่กลับมาเป็นเศรษฐีสร้างบ้านใหญ่โต รวยขึ้นมาชั่วข้ามคืน แต่บางคนกลับโชคร้ายโดนสัตว์ป่าทำร้าย โดนปล้น หรือเป็นไข้ป่า ชีวิตไม่มีโชค ฉันเองที่บ้านไม่ได้อยู่ในแวดวงการทำพลอย แต่แค่ได้ฟังเรื่องโน้นนิด เรื่องนี้หน่อย ก็รู้สึกว่าเส้นทางไปชายแดนเขมรน่าตื่นเต้น ผจญภัย หวังไว้ว่าสักวันหนึ่งต้องหาโอกาสไปเฉียดๆแถวนั้นบ้าง อยากเสี่ยงโชคว่างั้นเหอะ

    ในที่สุดฝันก็เป็นจริง แต่วันนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปจากที่คิดในวัยเด็กพอสมควร เพราะความเจริญเปลี่ยนเนินเขาสูง ป่าทึบ เป็นถนนขนาดใหญ่ ตอนนี้กำลังทำเป็นถนนสี่เลนไปจนถึงสระแก้ว รถที่เราขับก็แสนสะดวกสบายกว่ายุคก่อนโน้น แม่และสมาชิกครึ่งหนึ่งจะเดินทางมาจากจันทบุรีมาเจอเราในเช้าวันพรุ่งนี้ ส่วนฉันและน้องๆขับรถออกจากสระบุรีในตอนเย็นหลังเลิกงานตอน 6 โมงเย็น เราแวะทานข้าวที่นครนายกและขับยาวมาจนถึงถึงทางเลี้ยวเข้าด่านบ้านแหลม ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชาประมาณ 4 ทุ่ม

    ถนนสี่เลนไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองบ้านแหลม เพิ่งเสร็จใช่งานสมบูรณ์เมื่อกลางปีนี้ (ตุลาคม 2019) – ภาพจาก ฐานเศรษฐกิจ https://www.thansettakij.com/content/411119

    จากถนนเส้นจันทบุรี-สระแก้ว เลี้ยวเข้ามาแล้วถนนดีกว่าเดิม ขนาดใหญ่ทำเป็นสี่เลนเสร็จเรียบร้อย ติดไฟถนนสว่างตลอดทาง ซึ่งส่วนใหญ่ถนนเข้าชายแดนบ้านเราจะใหญ่อลังการงานสร้างแบบนี้แทบทุกแห่ง ถนนสี่เลนพร้อมไฟส่องสว่างสองข้างทางแบบนี้ทำให้ตอนกลางคืนขับรถสบาย ถนนโล่ง สองข้างทางไม่มีบ้านคน มีแต่ล้งใหญ่ๆ เจ้าของคงเป็นคนจีนทั้งแถบ เพราะติดชื่อจีน ภาษาจีน แทบทุกโรงงาน คนจีนมาทำมาหากิน เป็นเจ้าของล้งเพื่อรับซื้อผลไม้จากชาวสวน ฉันนั่งรถมองไปก็ชักสงสัยเหมือนกันว่า ถนนดีดี สาธารณูปโภคดีดีแบบนี้เจ้าของล้งก็ได้ประโยชน์ไปไม่น้อย กลางคืนแบบนี้ยังทำงานกันไม่หยุดเพราะเปิดไฟสว่างอยู่หลายแห่ง มีรถใหญ่รอขึ้นสินค้าอยู่หน้าโรงงาน

    จากทางแยกต้องขับรถต่อไปหน้าด่านประมาณถึงหน้าด่านประมาณ 40 กม.ตามป้ายบอกทาง ด่านปิดไปตั้งแต่ 5 โมงเย็น กลางคืนแบบนี้เลยไม่มีรถสัญจร นานๆจะเจอไฟสักแวบที่สวนเราไป เรามองหาที่พักไปเรื่อยๆเพราะไม่ได้จองไว้ กะว่าระหว่างทางใกล้ด้านน่าจะหาไม่ยาก แต่ขับมานานจนเกือบถึงด่านก็ยังไร้วี่แววเพราะเจอแต่ล้งรับซื้อผลไม้ อีกอย่างหนึ่งก็อาจจะเพราะที่เปิดให้บริการที่พักก็คงปิดในเวลานี้เพราะดึกมากแล้ว เรายังคงขับรถเข้าไปเรื่อยๆ คิดกันว่าจะไปให้ถึงหน้าด่านไปเลยถ้าหาที่พักไม่ได้จริงๆก็นอนบนรถนี่แหละ เพื่อรอเจอไกด์จากฝั่งเขมรมารับเราตอน 8 โมงเช้าพรุ่งนี้ จนมาถึงจุดตรวจที่ทหารเฝ้าก็ค่อยอุ่นใจ น้องทหารตรวจรถเรารอบๆ แล้วชี้ให้ดูโรงแรมใกล้ๆ จุดตรวจที่เปิดอยู่เมื่อเราสอบถามหาที่พักจากพวกเขา นั่นเป็นโรงแรมแรกที่เราเจอหลังจากเลี้ยวจากทางแยกขับมา 40 กม. ลุ้นกันว่าขอให้มีคนเฝ้า จะได้เข้าที่พักเลยไม่ต้องตระเวนหากันต่อ เพราะง่วงกันมากแล้ว

    ภายในห้องพัก ABC Place เพิ่งเปิดได้ 4 เดือน ราคาไม่แพง สะดวก สะอาดมาก ใกล้ด่านบ้านแหลม

    ที่พักชื่อ ABC PLACE มีคนเฝ้าและมีหัองว่าง ที่พักราคา 500 บาท/ห้อง ไม่มีอาหารเช้า ตอนนั้นเท่าไหร่ก็จ่ายเพราะเพลียเต็มทน คืนนี้ไม่ผิดหวัง ที่พักยังใหม่ แอร์เย็น นอนหลับสบาย และไม่น่ากลัว อย่างน้อยก็นอนอยู่ใกล้จุดตรวจมีทหารคอยเฝ้า

    ถึงการเดินทางมาชายแดนอาจจะไม่ใช่อย่างที่คิดแบบเด็กๆเมื่อหลายสิบปีก่อน เราไม่ต้องนั่งรถปุเลงๆ ในป่าทึบ คอยระวังสัตว์ร้าย (และแน่นอนว่าพลอยเม็ดงามๆ ก็คงหมดเกลี้ยงไปแล้ว ความหวังจะรวยก็สลายไปด้วย 555) แต่ก็ยังกังวลกับโจร หรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นบนทางเปลี่ยวตอนกลางคืนที่ไม่คุ้นเคยแถบชายแดน แถมต้องคอยลุ้นหาที่พัก ยังมีความตื่นเต้นให้เราต้องตื่นตัวคอยช่วยกันมองดูรอบๆ ให้แน่ใจในความปลอดภัยที่เส้นทางชายแดนแห่งนี้ การที่เรามีความตั้งใจแม้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ได้มาถึงยังที่ซึ่งหวังไว้ในความทรงจำวัยเด็ก ก็ถือว่าเป็นการทำให้ฝันเป็นจริงได้เหมือนกัน รู้สึกนอนหลับสนิท ตายตาหลับ เพื่อพบกับความตั้งใจอีกอย่างในการเดินทางมาเขมรเที่ยวนี้ในวันพรุ่งนี้ที่พระตะบอง

  • African horned cucumber

    ผลไม้หน้าตาประหลาดเปลือกสีส้มหนามีหนามที่เราพบระหว่างเดินในเมืองเฟิ่งหวง ไปขอคนขายจับๆดูก็แข็งๆ วิธีการทานของคนแถวนี้ก็แปลกๆ ด้วยการเจาะรูแล้วเอาหลอดดูด แล้วเนื้อเค้าไม่ทานกันรึไงนะ สงสัยจนต้องมาหาข้อมูล ได้ความว่าเป็นผลไม้ที่เกิดในทะเลทราย ถิ่นกำเนิดมาจากทะเลทรายคาลาฮารี แถบแอฟริกา ถือเป็นผลไม้ที่ให้น้ำอีกชนิดในทะเลทราย

    หน้าตาที่เห็นทีแรกก็นึกว่าแตงกวาลูกใหญ่ๆ และชื่อก็เรียกว่าแตงกวา (cucumber) ด้วย แต่ตามข้อมูลเค้าว่าเป็นกลุ่มเมล่อน ถ้าผ่าดูด้านในจะมีสีเขียวมะนาว เมื่อเริ่มสุกจะมีรสชาติคล้ายแตงกวาและกีวี แต่ถ้าปล่อยให้สุกมากๆ จะมีรสชาติคล้ายกล้วย เป็นผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินซี ธาตุเหล็กและโปแตสเซี่ยม

    ต่อไปถ้าไปเดินหลงในทะเลทรายเจอผลไม้แบบนี้ ก็ทานได้ ว่าแต่คนจีนเค้าก็เข้าใจทานง่ายๆด้วยการเจาะแล้วดูดน้ำออกมาก่อน เพื่อความสะดวกในการเดินทานระหว่างเดินเล่นชมเมืองเก่า ส่วนเนื้อคงสามารถผ่า หรือใช้ช้อนตักทานได้ภายหลัง

    ที่มา : http://www.fromthegrapevine.com
  • สิบหยวนถึงจะยอมซื้อ

    นิ่ม :สิบหยวนนะคะ

    ยาย: ไม่ได้ ต้องสิบหยวน

    หันไปบอกแข เราจะซื้อถ้าสิบหยวน

    นิ่ม: สิบหยวนนะ งั้นไม่เอา

    ยาย : สวยนะ สิบหยวน

    หันไปบอกแขงั้นไปเหอะ

    น้องที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ยายขายสิบหยวนค่ะ แกไม่ฟังภาษาจีนไม่ค่อยออก เพราะยายเป็นคนเผ่าเมี่ยว

    อ้อ เราก็ฟังไม่ค่อยออกเหมือนกัน 😅

    ต่อรองตั้งนาน ส่งเงินสิบหยวนให้ยาย ยายยิ้มรับอย่างดีใจพร้อมส่งกำไลข้อมือมาใส่ให้

    การซื้อขายเรียบร้อย ทั้งที่ควรจะจบตั้งแต่คำแรก


    ชาวเผ่าเมี่ยว และถูเจีย เป็นคนพื้นเมืองดั้งเดิมแถบนี้ สมัยราชวงศ์หมิงมีการสร้างกำแพงเมืองเพื่อป้องกันการรุกรานของชาวเผ่าเมี่ยว เข้ามาในดินแดนของพวกฮั่น ปัจจุบันบรรดาชนกลุ่มน้อยเผ่าเมี่ยว และเผ่าถูเจียเป็นส่วนหนึ่งของชาวจีนไปแล้ว แต่ยังคงวัฒนธรรม การแต่งกาย ภาษาไว้

    ในเมืองเฟิ่งหวง เราจะได้พบคนเหล่านี้เข้ามาขายของเล็กๆน้อยๆระหว่างเดินเล่นเลียบแม่น้ำ สินค้าทำด้วยมือ ราคาไม่แพง ถ้าอยากถ่ายรูปก็ขอแค่ 5 หยวนเอง หรือไม่ก็ช่วยอุดหนุนสินค้าพวกเขา

  • มุกตินาถ ปลายทางเส้นทาง Annapurna Circuit

    มุกตินาถ (Muktinath) เมืองที่เป็นปลายทางของเส้นทาง Annapurna Circuit หลังจากข้ามพาสโทรอง (Thorong La) เมืองถูกโอบล้อมด้วยแนวเทือกเขาหิมาลัย มียอดเขา Dhaulagiri สูงอันดับ7 ของโลก โดดเด่นสูงที่สุดตลอดแนวฝั่งนี้เหมือนปกป้องเมืองเล็กๆนี้ไว้ในอ้อมกอด

    (เพิ่มเติม…)
  • Thorong Pass 5416 m.[Annapurna Circuit and Tilicho Lake ตอนที่ 3]

    นอกจากเป็นเส้นทางเทรคกิ้งเก่าแก่ของนักเดินเขาที่ชอบพิสูจน์ตัวเองมานาน เส้นทางนี้ข้ามช่องเขาสูงในเขต Annapurna ยังเป็นเส้นทางสัญจรสำหรับคนเลี้ยงสัตว์ที่จะนำสัตว์พวก แกะ Yak เข้าออกระหว่าง Manang กับอีกฟากของเทือกเขาเพื่อเดินทางไปมุกตินาถ หรือเมืองต่างๆ ที่ใกล้กับฝั่งทิเบตมาเนิ่นนานแล้ว เส้นทางนี้สูงชันแต่ก็มีเส้นทางเดินที่ชัดเจนตามรอยทางที่มีคนใช้กันเป็นประจำ เส้นทางจาก Manang จะมีระยะทางที่ไกลกว่าจากอีกฝั่งหนึ่ง แต่ช่วยให้มีเวลาในการปรับตัวเมื่อต้องเดินผ่านช่องเขาที่มีความสูงสุดถึง 5416 ม.
    อุปสรรคในเส้นทางก็คือความสูง และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย โดยเฉพาะหิมะสูงที่อาจจะทำให้เกิดความยากลำบากมากขึ้นการเดินย่ำไปบนเส้นทาง

    (เพิ่มเติม…)