Nim Journey

A Legend of Travel

  • Thorong Pass 5416 m.[Annapurna Circuit and Tilicho Lake ตอนที่ 3]

    นอกจากเป็นเส้นทางเทรคกิ้งเก่าแก่ของนักเดินเขาที่ชอบพิสูจน์ตัวเองมานาน เส้นทางนี้ข้ามช่องเขาสูงในเขต Annapurna ยังเป็นเส้นทางสัญจรสำหรับคนเลี้ยงสัตว์ที่จะนำสัตว์พวก แกะ Yak เข้าออกระหว่าง Manang กับอีกฟากของเทือกเขาเพื่อเดินทางไปมุกตินาถ หรือเมืองต่างๆ ที่ใกล้กับฝั่งทิเบตมาเนิ่นนานแล้ว เส้นทางนี้สูงชันแต่ก็มีเส้นทางเดินที่ชัดเจนตามรอยทางที่มีคนใช้กันเป็นประจำ เส้นทางจาก Manang จะมีระยะทางที่ไกลกว่าจากอีกฝั่งหนึ่ง แต่ช่วยให้มีเวลาในการปรับตัวเมื่อต้องเดินผ่านช่องเขาที่มีความสูงสุดถึง 5416 ม.
    อุปสรรคในเส้นทางก็คือความสูง และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย โดยเฉพาะหิมะสูงที่อาจจะทำให้เกิดความยากลำบากมากขึ้นการเดินย่ำไปบนเส้นทาง

    (เพิ่มเติม…)
  • Tilicho Lake [Annapurna Circuit and Tilicho Lake Trek ตอนที่ 2]

    Tilicho Lake เป็นทะเลสาบที่สูงที่สุดในโลก เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริง แต่ก็ถูกกล่าวถึง เขียนถึงอยู่ทั่วไปตามเส้นทางระหว่างเดินเทรค เป็นเรื่องที่เราต่างก็รู้กันอยู่ แม้เมื่อถามไกด์ซึ่งได้แต่หันมายิ้มๆ ถึงอย่างไรนั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่เราเลือกที่จะชมทะเลสาบแห่งนี้ และแม้อีกเหตุผลหนึ่งว่า Tilicho lake อาจจะเป็นทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งที่กล่าวถึงในมหากาพย์ชื่อดัง “รามายณะ” ของอินเดีย ก็ยังไม่ใช่เหตุผลสำหรับฉันที่เลือกจะยังปลายทางนี้ แต่อะไรคือเหตุผล

    (เพิ่มเติม…)
  • Kathmandu-Manang [Annapurna Circuit and Tilicho Lake Trek ตอนที่ 1]

    Annapurna เป็นชื่อกลุ่มเทือกเขาที่มีความหมายว่าความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธ์ธัญาหารตามภาษาสันสกฤต กลุ่มเทือกเขานี้ประกอบด้วย Annapurna I, II, III ,IV และSouth หากใครเคยไปเส้น ABC มาแล้ว ยอดเขาที่เรายืนมองที่ Base Camp นั้นคือยอด Annapurna South ส่วนอีกยอดสำคัญที่ได้เห็นบนเส้นทาง ABC ก็คือยอดหางปลา หรือ Machapuchare ส่วน Annapurna ที่เหลือถ้าอยากชมก็ต้องมาเดินที่เส้นทาง Annapurna Circuit เส้นทางเก่าแก่มีชื่อเสียงอีกเส้นทางหนึ่งของเนปาล ซึ่งจะได้เห็นกลุ่ม Annapurna ที่เหลือทั้งหมด และยอดสำคัญเช่น Manuslu , Pisang , Lamjung Himal, Gangapurna , Tilicho ,Nilgiri แถมด้วยยอด Dhulagiri เมื่อข้ามช่องเข้าสำเร็จ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศจะเอื้ออำนวยแค่ไหนด้วย

    (เพิ่มเติม…)
  • ย้อนอดีตประวัติศาสตร์เส้นทางสายไหมที่ถ้ำตุนหวง

    พอก้าวเท้าลงจากรถไฟที่นั่งยาวมา 22 ชั่วโมงมาถึงตุนหวง อ่านเรื่อง นั่งรถไฟจากซีอานไปเมืองตุนหวง ฉันก็พบสาเหตุที่ทำให้รถไฟเข้าเทียบชานชาลากว่าเวลาที่แจ้งไว้ ทั้งที่ตลอดทางที่ผ่านมารถไฟเข้าเป๊ะตรงเวลาทุกสถานีจนกระทั่งที่นี่ ตอนแรกที่มองออกไปทางหน้าต่างรถไฟก็พอจะเห็นเค้าลางความลมแรงและพายุทราย เพียงแต่ไม่คิดว่านี่จะเป็นอุปสรรคในการเที่ยวครั้งนี้ของเรามากนัก จนกระทั่งเราต้องวิ่งหลบลมแรงขึ้นรถแท็กซี่ เหลาขู่คนขับรถแท็กซี่ที่เราเรียกให้ไปส่งที่โรงแรม แล้วคุยกันต่อว่าหลังจากส่งที่โรงแรมเรียบร้อย อาจจะให้พาไปที่ทะเลทรายหมิงซาซานต่อ เหลาขู่บอกว่าวันนี้อากาศไม่ดีลมพายุทรายแรงมาก หมิงซาซานจึงต้องปิดให้บริการ แต่เรายังสามารถไปเที่ยวถ้ำโม่เกา (Mogao Cave) ได้ คำตอบนี้ค่อยทำให้ใจชื้นขึ้น เพราะสาเหตุหลักที่ฉันมาตุนหวงคราวนี้ก็คือ ถ้ำโม่เกาหรือถ้ำพระพุทธรูปพันองค์

    (เพิ่มเติม…)
  • รายงานเวียดนามกลาง เว้ ดานัง ฮอยอัน [ตอนที่ 3 : บานาฮิลล์]

    บานาฮิลล์ เป็นเมืองตากอากาศในตอนกลางของเวียดนามมาตั้งแต่สมัยฝรั่งเศสยึดครอง โดยทางเหนือมีเมืองซาปา และทางใต้มีเมืองดาลัดเป็นเมืองตากอากาศของแต่ละพื้นที่ หลังฝรั่งเศสออกไปที่นี่ได้ถูกทิ้งร้าง สมัยก่อนการขึ้นไปบนยอดเขาต้องไปโดยเฮลิคอปเตอร์ หรือเดินขึ้นโดยใช้ลูกหาบช่วยแบบของ ด้านบนนี้อากาศจะเย็นกว่าเมืองด้านล่างประมาณ 5 องศา สถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ปลูกป่ากล้วย จึงเรียกว่า Banana Hills มีป่าทึบโดยรอบซึ่งเป็นพื้นที่ของรัฐบาล และยังมีสัตว์ป่าให้เห็น เจ้าของผู้รับสัมปทานสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ชื่อเหลย ของบริษัท Sunworld Group ซึ่งมีความชำนาญในการสร้างกระเช้ามาทั่วโลก จึงได้มาสร้างกระเช้าสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศของตน ทั้งที่ Ba Na Hills แห่งนี้ และที่  Fansipan เมืองซาปาด้วย สถานที่ท่องเที่ยวบน Ba Na Hills สร้างมา 10 ปีแล้ว ด้านบนมีสวนสนุก ร้านอาหาร และโรงแรมที่พัก ตอนนี้มีโรงแรมเดียวคือ โรงแรมเมอร์เคียว มีทางขึ้นกระเช้า 3 สาย ขณะนี้กำลังสร้างสายที่ 4 เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวจำนวนมาก





    กระเช้าขึ้น BaNaHills ใช้เวลาประมาณ 30 นาที มีความยาว 5.8 กม.
    Golden Bridge สะพานลอยฟ้าในอุ้งมือยักษ์ จุดถ่ายภาพยอดนิยมบนบานาฮิลล์
    ร้านอาหารบุฟเฟต์นานาชาติบนบานาฮิลล์
    เดินไปยอดเขาบนสุดของบานาฮิลล์จะสร้างเป็นวัด เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นบานาฮิลล์ได้ทั้งเมือง
    พระพุทธรูปองค์ใหญ่บนบานาฮิลล์




    ตลาดฮาน เมืองดานัง ด้านล่างเป็นตลาดสด ร้านขายของ ด้านบนขายเครื่องใช้เช่นกระเป๋า เสื้อผ้า

    ข้อมูลจากไกด์เวียดนามพูดไทยบรรยายบนรถ

    • ค่าครองชีพสูงเนื่องจากรายได้ต่ำ วันละ 170 บาท แต่ค่าใช้จ่ายต่างๆแพงเช่น ค่าน้ำมันที่เราเข้าไปเติมดีเซลอยู่ที่ประมาณ 17320 ดอง หรือ 28 บาท ,เบนซิน 29 บาท ราคาไข่ไก่ 4-5 บาท/ฟอง อาหารในตลอดเช่นเฝอ ชามละ 30-70 บาท
    • คนเวียดนามชอบคลอดลูกในปีหมู เพราะจะได้อุดมสมบูรณ์
    • การแต่งงานไม่มีค่าสินสอด พิธีแต่งงานเรียบง่าย มีเหล้าข้าวและขนมหอย(สำหรับขอแต่งงาน) ข้าวเหนียว และผลไม้
    • คนเวียดนาม 98% มีลูกก่อนแต่ง
    • นิยมแต่งงานตอนอายุประมาณ 24- 27 ปี ผู้หญิงนิยมแต่งงานกับผู้ชายที่อายุมากกว่า




    Cong (กง) ร้านกาแฟตรงข้ามตลาดฮาน คนนขายแต่งชุดทหาร คล้ายชุดแบบเวียดกง ไกด์บอกห้ามใช้คำนี้ แต่แปลกที่คนขายที่นี่ก็แต่งชุดเวียดกงขายเอิกเกริก แถมชื่อร้านก็ชื่อ “กง”



    ในอดีตดานังเป็นหมู่บ้านชาวประมง ที่สงบเงียบ ยังได้เห็นเรือประมงอยู่บ้างริมแม่น้ำฮัน
    กลางคืนนั่งรถชมเมืองดานังรอบๆ ใช้เวลา 45 นาที ค่ารถ 290,000 ดอง เรียกจากหน้าโรงแรม ได้เห็นดานังในอีกมุมหนึ่งที่คึกคัก และเจริญมาก

    ปัจจุบันนี้ดานังคึกคักเต็มไปด้วยตึกสูงมากมาย โดยเฉพาะริมทะเล มีโรงแรม 4-5 ดาว ซึ่งภายในก็มีบ่อนคาสิโน จากการลงทุนของชาวจีน ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวเจริญเติบโตขึ้นมาก ร้านค้า ร้านอาหารคึกคัก คนส่วนใหญ่จึงหันมาทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และการทำประมงก็ค่อยๆลดน้อยลงไป

    ปิดท้ายทริปนี้ด้วยอาหารไทย ซึ่งมีความนิยมในเวียดนามเหมือนกัน

    เบียร์เมืองดานังยี่ห้อ Huda ราคา 12000 ดอง หรือ 17 บาท

    เบียร์นุ่ม รสชาติไม่แรง

    สะพานมังกร เมืองดานัง

    สะพานมังกร (Dragon Bridge) คือ สะพานข้ามแม่น้ำฮัน (Han River) ที่เมืองดานัง ที่สุดของแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวไม่อาจพลาดเมื่อแวะไปเยือนเมืองดานัง

    สะพานถูกออกแบบและสร้างในรูปร่างของมังกร มีการแสดงไฟที่จะเปลี่ยนสีสันไปมาบนตัวมังกรในตอนกลางคืน และที่พิเศษไปกว่านั้นคือมังกรจะพ่นไฟและน้ำในทุกๆ คืนวันเสาร์และอาทิตย์