Nim Journey

A Legend of Travel

Vela
  • หนึ่งวันเต็มกับการเที่ยวเมืองเก่า – อมรปุระ,อังวะ และสะกาย | Amarpura,Ava,Sagaing

    ประวัติความเป็นมาและร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่เคียงคู่กับประวัติศาสตร์ชาติไทย ทำให้ฉันรู้ว่าไม่เพียงมัณฑะเลย์ที่เป็นเมืองสำคัญและน่าสนใจ ซึ่งว่าไปแล้วมัณฑะเลย์ก็ถือว่าเป็นเมืองใหม่ที่สุดในแถบนี้ เป็นเมืองสุดท้ายที่กษัตริย์ใช้เวลาปกครองไม่นานแต่มีความสำคัญในแง่ของพุทธศาสนา และการเปลี่ยนผ่านไปสู่การนำประเทศพม่าเข้าสู่ยุคเป็นเมืองอาณานิคม

    (เพิ่มเติม…)
  • ออกจากภูเขาไฟรินจาณี – เหตุการณ์แผ่นดินไหว

    “ความรู้”
    จะพาคุณ..ไปได้ไกล

    “ประสบการณ์”
    จะพาคุณ..ไปได้ไกลกว่า

    แต่..”สติ”
    จะพาคุณ..ไปได้ไกลที่สุด!!

    ตอนบ่ายๆ เราตกลงกันว่าจะต้องนอนที่กลางหุบเขาแห่งนี้ เพื่อรอดูสถานการณ์ ฉันรู้สึกว่าสถานการณ์ต่างๆดูดีขึ้น แม้จะมีบางช่วงที่เมฆหมอกปิดทึบบังแสงแดดที่สาดส่องลงมาจนทำให้บรรยากาศดูอึมครึมไปเล็กน้อย แต่ไม่นานแสงอาทิตย์ก็เจิดจ้ากว่าและเปิดให้เราเห็นทั่วทั้งหุบเขา ระหว่างนั้นยังมีแผ่นดินไหวจาก aftershock เกิดขึ้นเบาๆ และทิ้งช่วงห่างๆ ยังไม่หมดไปซะทีเดียว
    พวกเราเตรียมตัวเข้านอนโดยนอนรวมกันในเต็นท์หลังใหญ่ที่มีเพียงแผ่นฟลายชีทมาทำหลังคา แล้วยึดกับเสาไม้ ใช้เทรคกิ้งโพลช่วยค้ำยัน ไกด์เอาแผ่นรองนอนมาปู พร้อมถุงนอนเพื่อกันหนาวคืนนี้ ตอนเย็นพ่อครัวและลูกหาบก็ทำอาหารเสริฟก่อนนอน

    (เพิ่มเติม…)
  • ตลาดหยก มัณฑะเลย์

    ทำไมตลาดหยกน่าไปชม

    คุณไม่จำเป็นต้องอยากได้ หรือชอบหยกก็ได้ แต่การไปตลาดหยกก็เพื่อดูความคึกคัก และตลาดซื้อขายของคนท้องถิ่นนั้นน่าสนใจกว่าที่คาดมาก เพราะตอนแรกฉันก็เบ้ปากนิดๆเมื่อโกเท คนขับรถสามล้อที่นัดมารับฉันบอกว่าจะพาไปตลาดหยก เพราะคิดว่าตั้งใจจะพาไปซื้อของ เอานายหน้าละมั้ง แต่ปรากฎว่าเมื่อไปถึงตลาดขนาดใหญ่ที่มีหลังคาคลุมในตอนสายๆ กลับสร้างความตื่นใจด้วยบรรยากาศชาวพม่าที่แออัดยัดเยียดในตลาดใหญ่ คล้ายตลาดสด ผิดแต่ของที่วางอยู่บนพื้นค้าขายกลายเป็นก้อนหิน ก้อนหยกหลากหลายแบบ หลายคนถือไฟฉายส่องดูเนื้อหยกชิ้นต่างที่วางระเกะระกะเหมือนก้อนหิน สายตาที่ส่องมองดูก้อนหินต่างมีความหวังว่าจะได้ก้อนหยกเนื้องาม เพื่อทำราคาได้เมื่อขายออกต่อไป เสียงดังต่อรองระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย สายตาที่จับจ้องมองก้อนหินเพื่อหวังจะได้ราคาสูง เป็นเสียงและภาพสะท้อนของอีกยุคหนึ่ง ท่ามกลางฝุ่นควัน และน้ำที่นองไหลเป็นทางในตลาดเพราะบรรดาพ่อค้าแม่ค้าต้องคอยรดหยกให้ส่องประกายกับแสงแดดเป็นระยะ

    (เพิ่มเติม…)
  • ระบบชลประทานของชาวเปอร์เซีย

    ในดินแดนที่แห้งแล้งและร้อนระอุอย่างอิหร่าน โอเอซิสที่เขียวชอุ่มกลางทะเลทรายไม่ใช่เพียงปรากฏการณ์ธรรมชาติ หากแต่เป็นผลลัพธ์จากภูมิปัญญาที่สั่งสมมานานนับพันปี

    แหล่งน้ำของโอเอซิสในอิหร่านไม่ได้มาจากแม่น้ำใหญ่เหมือนบางประเทศ หากแต่มาจากหลายทาง—น้ำใต้ดินที่ซึมอยู่ลึกลงไป ฝนที่โปรยลงมาเพียงไม่กี่ครั้งในรอบปี และที่สำคัญที่สุดคือน้ำละลายจากหิมะบนยอดเขาสูง ซึ่งอิหร่านนั้นมีเทือกเขาที่สูงกว่า 4,000 เมตร ขนาบอยู่รอบประเทศ ยามฤดูหนาว น้ำเหล่านั้นกลายเป็นน้ำแข็งเงียบงัน รอเวลาละลายไหลลงมาหล่อเลี้ยงชีวิตในฤดูใบไม้ผลิ

    แต่สายน้ำเหล่านี้มาเพียงชั่วคราว คนโบราณจึงเรียนรู้ที่จะเก็บเกี่ยวไว้ใช้ตลอดปี พวกเขาสร้างสิ่งมหัศจรรย์ที่เรียกว่า “Āb-Anbār” บ่อเก็บน้ำใต้ดินขนาดมหึมา ที่ทั้งลึกและกว้าง สร้างจากอิฐดินตากแห้งเรียงอย่างประณีต ด้านบนทำเป็นโดมสูงพร้อมช่องระบายอากาศ เพื่อให้อากาศภายในหมุนเวียน ลดการระเหย และรักษาอุณหภูมิให้เย็นอยู่เสมอ

    น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ คนเปอร์เซียรู้จักการสร้าง āb-anbār มาแล้วกว่า 3,000 ปี—ก่อนที่โลกจะรู้จักระบบประปาสมัยใหม่เสียอีก

    เดินทางในอิหร่านปี 2018 ได้เห็นร่องรอยของภูมิปัญญานี้อยู่ทั่ว ทั้งในเมืองและในหมู่บ้านเล็กๆ กลางทะเลทราย บางแห่งยังคงใช้งานได้ บางแห่งกลายเป็นโบราณสถานที่เล่าขานถึงความสามารถของมนุษย์ในการปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติอันโหดร้าย

    โอเอซิสในอิหร่านไม่ใช่เพียงสถานที่หย่อนใจ แต่เป็นหลักฐานแห่งการอยู่รอด และความรู้ที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นของคนที่ใช้ชีวิตร่วมกับทะเลทราย


    ชีวิตกลางทะเลทราย: ภูมิปัญญาเปอร์เซียที่ยังเย็นอยู่ในใจ

    กลางทะเลทรายที่แห้งแล้งของเปอร์เซียโบราณ มีสิ่งมหัศจรรย์ที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อประคองชีวิตให้อยู่รอดท่ามกลางแดดระอุ สิ่งนั้นคือ Qanāts ทางน้ำใต้ดินที่บรรพบุรุษชาวเปอร์เซียขุดลึกลงไปในผืนดิน เพื่อดึงน้ำจากแหล่งใต้ภูเขาให้ไหลมาตามแรงโน้มถ่วงสู่ชุมชนด้านล่าง

    ระบบชลประทานนี้ไม่ได้เป็นแค่ท่อส่งน้ำธรรมดา แต่ยังสะท้อนความเป็นระเบียบและความยุติธรรมแบบเปรียบเปรยในโลกยุคโบราณ เพราะน้ำไม่ได้ไหลอย่างไร้ทิศทาง แต่จะถูกจัดสรรตาม “เวลา” ที่แต่ละบ้านสามารถใช้น้ำได้ ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่จ่ายเข้า “กองทุนส่วนกลาง” บ้านใครจ่ายมาก ก็มีเวลารับน้ำได้นานขึ้น—เศรษฐี ขุนนาง หรือผู้มีอันจะกิน จึงสามารถมีน้ำใช้ได้มากกว่าชาวบ้านทั่วไป

    แต่สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือวิธีการใช้ประโยชน์จากน้ำเหล่านี้ในบ้านเรือน บางบ้านสร้างที่เก็บน้ำไว้ใต้ดิน บางหลังต่อยอดด้วยการออกแบบ “ห้องพักผ่อน” เหนือบ่อน้ำเพื่อรับความเย็นที่ระเหยขึ้นมา กลายเป็นมุมสงบเย็นสบาย ท่ามกลางอุณหภูมิภายนอกที่แผดเผา

    Thumbnail Seller Link
    ACHAMENID EMPIRE เรื่องราวการเนิดและล่มสลายของอาคีเมเนียนแห่งเปอร์เซีย
    arete
    www.mebmarket.com
    ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความเข้าใจต่ออดีตคือสมบัติล้ำค่าที่ช่วยให้เราเข้าใจปัจจุบัน และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่ทั้งง…
    Get it now

    บางบ้านถึงกับสร้างบ่อน้ำไว้กลางสวน ทำให้สนามหน้าบ้านกลายเป็นโอเอซิสเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยชีวิต สีเขียว และเสียงนกร้อง ท่ามกลางทะเลทรายสีทอง

    ทั้งหมดนี้ถูกเสริมด้วย bâdgir หรือ “windcatcher” ปราการดักลมสูงเสียดฟ้า ที่ทำหน้าที่เหมือนเครื่องปรับอากาศของยุคโบราณ เมื่อลมเย็นพัดเข้าสู่ bâdgir มันจะหมุนเวียนอากาศภายในบ้านผ่านบ่อน้ำใต้ดิน ส่งผ่านความเย็นทั่วอาคาร ในขณะเดียวกัน อากาศร้อนซึ่งลอยตัวสูงก็จะถูกผลักออกไปนอกบ้านอย่างชาญฉลาด

    เมื่อรวมกัน qanāt, āb-anbār, และ bâdgir สามสิ่งนี้คือระบบนิเวศที่มนุษย์สร้างขึ้นด้วยความรู้และความเคารพต่อธรรมชาติ เป็นศิลปะแห่งการใช้ชีวิตที่ไม่เพียงช่วยให้ “อยู่รอด” แต่ยัง “อยู่ดี” ในดินแดนที่ไม่มีที่ว่างให้ความประมาท

    bâdgir ที่สูงที่สุดของเมือง Yazd

    นี่คือการใช้ชีวิตอย่างมีศิลปะ รื่นรมย์ และฉลาดล้ำในแบบที่เทคโนโลยีสมัยใหม่ยังต้องยกนิ้วให้ เป็นภูมิปัญญาที่ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์การอยู่รอด แต่ยังสร้างคุณภาพชีวิตท่ามกลางความท้าทายของธรรมชาติ

  • ขนมจีนซาวน้ำ ศิลปะอาหารไทย เที่ยวทานอาหารย่านเมืองเก่า

    ขนมจีนซาวน้ำ เป็นเมนูอาหารไทยโบราณที่นิยมทานช่วงหน้าร้อนอีกเมนูคล้ายๆข้าวแช่ ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่เข้าหน้าร้อน แต่อากาศร้อนทั้งปีของไทยก็เลยทำให้สมัยนี้พอจะหาทานได้โดยไม่ต้องรอฤดูกาล ใครพูดถึงจานนี้ทีไร เป็นอันต้องหาโอกาสไปชิมแทบทุกร้านที่ขึ้นชื่อ เป็นเมนูโปรดเมนูหนึ่งในใจทีเดียว

    เราสามคนนั่งคุยกันตั้งแต่ 8 โมง เพื่อนัดกันไปซื้อรองเท้าวิ่ง อากาศที่เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ กับเรื่องสัพเพเหระที่คุยกันไม่หยุดจนมาถึงร้านอาหารอร่อยที่ต่างคนเคยไปทานมา จนมาถึงเมนูข้าวแช่ ขนมจีนซาวน้ำที่หาทานได้ ก็พาลทำให้การนัดของเราเลยเถิดไปถึงย่านเมืองเก่าของกรุงเทพ เพื่อทานอาหารดับร้อนท่ามกลางความร้อนที่สบายๆในวันหยุด

    ขนมจีนซาวน้ำ

    ขนมจีนซาวน้ำ บ้านวรรณโกวิท

    ขนมจีนซาวน้ำ ที่บ้านวรรณโกวิท ฉันไปทานอยู่บ่อยๆ แม้การมาที่ร้านนี้จะลำบากไปนิดเรื่องการเข้าซอยที่คับแคบหลังสี่แยกคอกวัว แต่เมนูอาหารไทยโบราณแบบนี้ก็ดูเข้ากันดีกับบ้านหลังเก่าในย่านเก่าแก่ของกรุงเทพและที่สำคัญรสชาติอร่อยด้วย แต่สำหรับฉัน ขนมจีนซาวน้ำที่อร่อยที่สุดคงเป็นฝีมือแม่ เป็นหนึ่งในเมนูที่ถ้าเรากลับบ้านที่จันทบุรี ลูกหลานจะเรียกร้องให้ทำให้ทาน เพราะอร่อยถึงรสที่สุดแม้ว่าแม่จะไม่ใช่ชาววัง

    ในกระบวนอาหารที่ทานกับขนมจีน ขนมจีนซาวน้ำ อาหารที่แปลกในสายตาฉันมาตั้งแต่เด็ก และพบว่าหาทานได้ยากกว่าขนมจีนชนิดอื่น มารู้วาเมนูขนมจีนซาวน้ำนี้เป็นของคนไทยภาคกลาง ส่วนเมนูขนมจีนอื่นๆ สามารถพบเห็นได้ในหลายพื้นทีของไทย ไปจนถึงมีขนมจีนหรือขนมเส้นในพม่าด้วย

    อาหารในหน้าร้อนควรเป็นอาหารที่รสไม่จัด แต่เน้นความสดชื่น กระทิที่ราดไม่เข้มข้นแต่ไม่อ่อนใสเกินไป ความหวานฉ่ำของสัปปะรด ผสมความเผ็ดร้อนนิดหน่อยของขิง เวลาคลุกเค้ากับกุ้งแห้งป่นที่โรยหน้ามา ทำให้ขนมจีนซาวน้ำมีรสชาติเฉพาะที่ฉันติดใจ โดยปกติที่บ้านจะใช้พริกป่นเพิ่มความเผ็ดซึ่งฉันชอบมากกว่าพริกขี้หนูสวน แม้ฉันเองก็คิดว่าการใช้พริกขี้หนูสวนก็ดูดีกว่าก็ตาม เพราะเป็นคนชอบทานรสจัด สมัยเด็กๆขนมจีนซาวน้ำของแม่ไม่มีลูกชิ้นปลาหรือแจงลอน ไม่รู้เหมือนกันว่าลูกชิ้นปลานี้มาเพิ่มในยุคหลังหรือมีมานานแล้ว แต่การใส่เพิ่มเข้ามาก็ทำให้ขนมจีนซาวน้ำดูหนักท้องขึ้น และอิ่มได้ในจานเดียว

    เมื่อจานขนมจีนซาวน้ำมาวางตรงหน้าทีไร ต้องนึกถึงคนเริ่มคิดประดิษฐ์อาหารจานนี้ทุกครั้งไปว่า ช่างผสมผสานการปรุงด้วยวัตถุดิบธรรมดา แล้วคิดผสมผสานรสอาหารต่างๆ ให้มารวมกันได้อย่างมีศิลปะ เรียบง่าย ละเมียดละไมในรสชาติจริงๆ กลายเป็นอาหารที่หน้าตาสวยงาม น่าทาน และมีเอกลักษณ์สมกับเป็นศิลปะอาหารไทย

    สูตรวิธีทำขนมจีนซาวน้ำ เผื่อใครสนใจทำทานเอง https://cooking.kapook.com/view150457.html

    ขนมหวาน บ้านขนมปังขิง

    หลังอาหารคาว เราไปต่อกันด้วยขนมหวานร้านบ้านขนมปังขิง ซึ่งนำเอาบ้านหลังเก่ามาดัดแปลงเปิดเป็นร้านขนมหวาน เป็นบรรยากาศบ้านเก่าในอดีตอีกสไตล์

    บ้านไม้เก่าสองชั้นอายุร้อยกว่าปี ถูกปลุกให้มีชีวิตในบรรยากาศร่มรื่นใต้ต้นมะม่วงต้นใหญ่ ฉันชอบบรรยากาศและการบริการของพนักงานในร้านรวมไปถึงความสวยงามของขนมที่ถูกเสิร์ฟมาบนภาชนะที่หรูหราอลังการ สำหรับฉันรสชาติของขนมอาจจะไม่โดดเด่นมากเท่าไหร่ แต่เพื่อนชอบนะ บางทีอาจจะอิ่มมามากแล้วจากอาหารหลักก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามการมาทานขนมไทยในบรรยากาศแบบนี้ก็ไม่น่าพลาดเมื่อมาถึงถิ่นไทยแท้ และชอบการถ่ายรูป

    อาหารไทย ขนมไทย บ้านไทย ยังเป็นความภูมิใจของคนไทยที่แสดงถึงความยาวนาน ความละเมียดละไมของวิถีชีวิตคนไทยที่ยังไม่ขาดหายไป มีสถานที่ดีดีให้เราไปเยี่ยมชม คำนึงถึง และอิ่มอร่อยในวัดหยุดสบายๆวันอาทิตย์แบบนี้ มีเวลาหรือโอกาสก็แวะไปลองชิมกันค่ะ