Nim Journey

A Legend of Travel

Vela
  • 8 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับธงอธิษฐานของชาวทิเบต | Tibetan Prayer Flags

    ธงห้าสีรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มักพบตามทางเดิน และยอดเขาสูงในเทือกเขาหิมาลัย มีความหมายและบทบาทสำคัญต่อความเชื่อของชาวทิเบต ต้นกำเนิดนี้มาจากลัทธิบอง (Bon) ซึ่งเป็นความเชื่อเก่าแก่ดั้งเดิมของชาวทิเบตก่อนที่ศาสนาพุทธจะเข้ามามีอิทธิพล ความเชื่อเก่าและใหม่จึงได้ถูกผสมผสานอยู่ในวิถีชีวิตของชาวทิเบต

    (เพิ่มเติม…)
  • วัดปิงหลิงซื่อ วัดถ้ำแห่งแม่น้ำเหลือง

    วัดถ้ำอีกแห่งของจีนที่เต็มไปด้วยรูปปั้นแกะสลักพระพุทธรูป อยู่ภายในถ้ำตามหุบเขาของแม่น้ำเหลืองไม่ไกลจากเมืองหลานโจว บริเวณอ่างเก็บน้ำหลิวเจียเสีย (Liujiaxia)

    วัดถ้ำแห่งนี้ย้อนหลังไปได้กว่า 1000 ปี โดยคาดว่าเริ่มสร้างเมื่อ 420BC สมัยปลายราชวงศ์ฉินตะวันตก และด้วยความศรัทธาในพุทธศาสนา ได้มีการเพิ่มเติมรูปสลักหิน ภาพเขียนมาแทบทุกยุคสมัยการปกครองตั้งแต่ราชวงศ์เว่ย ,ซุย , ถัง, ซ่ง,หยวน,หมิง และราชวงศ์ชิง

    (เพิ่มเติม…)
  • ภาวะความเสี่ยงบนที่สูง High Altitude Sickness (AMS)

                ภาวะความเสี่ยงบนที่สูง หรือ High Altitude Sickness หรือ AMS มักจะเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีความสูงมากกว่า 2,500-3,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลางเป็นต้นไป ยิ่งขึ้นไปที่สูงมากจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะดังกล่าวมากขึ้น เช่น ถ้าสถานที่นั้นสูงกว่า 3,000 เมตร จะมีความดันออกซิเจนในอากาศเพียงประมาณ 70 %

                    นักท่องเที่ยวจะเกิดอาการแตกต่างกัน บางคนร่างกายสามารถปรับตัวได้ดีอาจจะไม่เกิดอาการเลย ขณะที่บางคนอาจจะมีอาการไม่สบาย มึนศีรษะมากน้อยแตกต่างกัน โดยไม่ขึ้นอยู่กับ อายุ เพศ ความฟิตของร่างกาย  และไม่สามารถคาดการได้ล่วงหน้าว่าใครสามารถปรับตัวได้ดีกว่า แม้แต่นักกีฬาที่แข็งแรงก็อาจเกิดอาการได้ ในทางตรงกันข้าม ผู้สูงอายุบางคนเมื่อไปเที่ยวที่สูงๆอาจจะไม่มีอาการเลยก็ได้

    กลุ่มอาการป่วยบนที่สูง

    1. Acute Mountain Sickness (AMS) จะมีอาการปวดศีรษะ มึนศีรษะ นอนไม่หลับ เหนื่อย หายใจเร็ว โดยอาการต่างๆเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นหลังจากขึ้นไปที่สูงประมาณ 4-10 ชั่วโมง
    2. High Altitude Cerebral Edema (HACE) หรือภาวะสมองบวมจากการอยู่ในพื้นที่สูง เป็นภาวะที่เกิดต่อเนื่องจากภาวะ AMS โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน เดินเซ เห็นภาพซ้อน ถ้ามีอาการรุนแรงมากจะมีชัก หมดสติ จนถึงเสียชีวิตได้ ถ้ามีอาการดังกล่าวต้องรีบพบแพทย์ และเดินทางลงสู่ในพื้นที่ต่ำกว่าทันที
    3. High Altitude Pulmonary Edema (HAPE) คือภาวะปอดบวมน้ำจากการอยู่ในพื้นที่สูง เป็นภาวะที่รุนแรงซึ่งอาจเกิดขึ้นเดี่ยวๆหรือเกิดขึ้นร่วมกับภาวะ HACE ก็ได้ ผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก อยู่เฉยๆก็เหนื่อย ภาวะนี้ทำให้เสียชีวิตได้ ถ้าเกิดภาวะดังกล่าวขึ้น ต้องรีบพบแพทย์และเดินทางลงสู่พื้นที่ต่ำกว่าทันที

    ลักษณะอาการทั่วไป

    นอนไม่หลับ เหนื่อยเพลีย ปวดหัว มึนงง สับสน เบื่ออาหาร ท้องเสีย หรือคลื่นไส้อาเจียร หากนักเดินเขาพบว่าเริ่มมีอาการเหล่านี้จะต้องคอยสังเกตุอาการตัวเองอย่างใกล้ชิด เพราะหากยิ่งเดินขึ้นสูงต่อไปอาการดังกล่าวจะรุนแรงและส่งผลเสียต่อร่างกายถึงชีวิต

    สาเหตุของอาการ

    อาการจะเกิดขึ้นเมื่อเข้าสู่ระดับความสูงขึ้นไปอย่างรวดเร็วในระดับความสูงเกินกว่า 2,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล สาเหตุจากออกซิเจนในอากาศของความสูงเกินกว่า 2,500 เมตรเริ่มเบาบาง ทำให้ปอดไม่สามารถลำเลียงออกซิเจนจากอากาศไปเลี้ยงร่างกายได้ตามปกติ

    การป้องกัน

    1. ควรกำหนดให้มีวันพักปรับสภาพร่างกาย อยู่ในระดับความสูงเดิม 1-2 วันก่อนจะไต่ขึ้นระดับความสูงขั้นถัดไป โดยอาจจะพักเพื่อปรับความสูงทุก 500 เมตร
    2. ดื่มน้ำสม่ำเสมอ เนื่องจากร่างกายเสียเหงื่อและใช้พลังงานมาก จึงควรเติมน้ำให้ร่างกายสม่ำเสมอ น้ำจะเป็นการเพิ่มออกซิเจนให้กับร่างกาย
      น้ำร้อน ชาขิง ชาเลมอน ซึ่งมีให้บริการตามทีเฮ้าส์ ยังช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนและมีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นกัน
    3. ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะทำให้ปวดหัว มึนงง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายต้องการน้ำมากขึ้น
    4. หลีกเลี่ยงการออกแรงหนักๆ พยายามเดินช้า ไม่หักโหม เร่งรีบ ตามประสบการณ์ของตัวเอง แม้แต่การพูดคุย วิ่งเล่น สนุกสนานกันเองในกลุ่มมากเกินไป ก็มีผลทำให้ร่างกายทำงานหนักมากขึ้นเช่นกัน
    5. ทานอาหารให้เพียงพอ
    6. เครื่องวัดออกซิเจนในเลือดและอัตราการเต้นของหัวใจแบบพกพา (Finger Oximetre) เป็นเครื่องมือที่ช่วยตรวจสอบสภาพร่างกายระหว่างการเดินเขา สะดวกในการใช้งาน เพียงแค่สวมเข้าที่ปลายนิ้ว เครื่องก็จะแสดงอัตราออกซิเจนในเลือด (spO2) และอัตราการเต้นของหัวใจ(PR) หากค่าออกซิเจนในเลือดต่ำมาก และค่าอัตราการเต้นของหัวใจสูงเกินไป ก็ควรพิจารณาตัวเองว่าควรจะเดินขึ้นเขาต่อไปหรือไม่ เพราะอาจจะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
    7. อย่าฝืนหากพบว่าร่างกายเริ่มอาการผิดปกติ เพราะการเดินทางต่อไปยิ่งทำให้มีอาการรุนแรงขึ้น รีบพาตัวเองลงมายังที่ต่ำกว่าโดยทันที
  • Kala Pattar | กาลาพัตตรา จุดชมวิวเอเวอร์เรสต์

    โกรักเชป (Gorak Shep) เป็นที่พักสุดท้ายที่ใกล้ที่สุดของนักเดินทางที่มีจุดหมายปลายทางไปยังเอเวอร์เรสต์เบสแค้มป์ (Everest Base Camp)  เนื่องจากเรามาถึงกันค่อนข้างเย็น ไม่มีสิทธิเลือกห้องพักที่มีอย่างจำกัดเพราะจำนวนนักเดินทางอันมากมายซึ่งมีจุดหมายปลายทางเดียวกับเรา ห้องนอนของเราเหมือนอยู่ในรูหนูใกล้กับห้องน้ำที่มีกลิ่นเหม็นมาก พื้นด้านนอกห้องชื้นแฉะเพราะมีหิมะละลายและการเดินย่ำไปมาของบรรดาคนที่มาพัก เราได้ห้องพัก 2 ห้องสุดท้ายสำหรับเรา 6 คน ต้อง ผู้หญิงเบียดนอนสามคนหนึ่งห้อง สองคนอีกหนึ่งห้อง ส่วนหนุ่มเดียวของเราที่เหลืออยู่ต้องระเห็จไปนอนกับแขกชาวบังกลาเทศ

    เราเข้านอนกันตั้งแต่หนึ่งทุ่ม เพราะทั้งสภาพคน สภาพแวดล้อมที่ความสูง 5164 เมตร ไม่ทำให้เรามีแรงนั่งคุยเล่นกันได้ และยังต้องเตรียมตัวตื่นแต่เช้าเพื่อปฏิบัติภาระกิจสำคัญของทริปนี้ 2 แห่งคือไปขึ้นยอดกาลาพัตตรา และเดินไปยังเบสแค้มป์  โดยนัดกับไกด์ไว้ตอนตีห้าครึ่ง ฉันนอนไม่ค่อยหลับ ลุกเข้าห้องน้ำท่ามกลางอากาศเย็นจัดไปหลายรอบ และฉันคิดว่าทุกคนก็น่าจะมีอาการเดียวกัน

    เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกว่าไวไวหมูสับรสชาติไม่ได้เรื่อง แม้แต่น้ำซุปยังไม่อยากตักขึ้นมาซด ฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองมีอาการ AMS รึป่าว แต่ไกด์ปรินดาซึ่งมาตระเตรียมอาหาร น้ำร้อน กาแฟทุกอย่างตั้งแต่เช้าตรู่พยายามคะยั้นคะยอให้ทานให้หมด เพื่อจะได้มีแรงสำหรับออกเดินซึ่งจะหนักที่สุดกว่าหลายวันที่ผ่านมา

    กาลาพัตตรา มีความหมายว่าหินสีดำในภาษาเนปาล เป็นภูเขาที่มียอดสูง 5545 ม. ซึ่งสูงไม่มากเมื่อเทียบกับยอดเขาต่างๆของเนปาล และที่รายล้อมอยู่รอบๆ เป็นจุดชมวิวเพื่อชมยอดเขาเช่น Everest, Lhotse ,Changtse และอื่นๆมากมาย ฉันไม่ได้คิดมาก่อนว่าการเดินขึ้นยอดกาลาพัตตรา เป็นเรื่องยาก แต่เดิมเข้าใจว่าเป็นทางผ่านเพื่อไปยังเบสแค้มป์เหมือนหลายๆหมู่บ้านที่เดินผ่านมา เพราะส่วนที่ยากที่สุดของเส้นทางควรจะเป็นเบสแค้มป์ที่ใครๆก็ต่างตั้งใจจะไปที่นั่นกัน แต่ปรากฏว่ามันไม่ใช่อย่างที่คิด

    เราออกเดินขึ้นเขาไปฝั่งตรงข้ามของที่พัก อากาศทั้งเย็นและลมแรง ฉันคิดว่าน่าจะเอาแผ่นความร้อนติดมาด้วยเพื่อจะได้บรรเทาความหนาวเย็น ขณะนี้ ฉันค่อยๆเดินขึ้นบนทางเดินที่ชันต่อเนื่องไม่มีทางราบให้พักเหนื่อย ทั้งนิ้วเท้า นิ้วมือเย็นเฉียบ เพราะลมแรงมีความเย็นแทรกผ่านถุงมือเข้ามาจนเกิดอาการชา หยุดพักก็หนาวลม เดินต่อก็เหนื่อยใจกับความสูงและยอดที่แสนไกล

    ทางเดินเป็นหินและมีหิมะขาวปกคลุม ฉันค่อยๆปักไม้เท้านำไปเพื่อค่อยๆพยุงตัวเองเดินต่อ ไม่ใช่เพียงแค่ความชันที่ทำให้เราหมดแรง ยังมีความสูงที่ทำให้การก้าวเท้าแต่ละก้าวเพิ่มความเหนื่อยและต้องหายใจหอบแรง เวลานั้นสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือมองปลายเท้าที่ค่อยๆก้าวอย่างช้าๆ ซึ่งทำให้รู้ว่าเรากำลังมุ่งหน้าไป แม้จะเป็นก้าวที่สั้นมากก็ตาม บนยอดด้านบนเป็นกองหินก้อนใหญ่ที่ต้องปีนป่าย ต้องเดินด้วยความระวังเพื่อไปยังจุดสูงที่สุดของ กาลาพัตตรา  ฉันนั่งลงแล้วหันกลับไปมองภาพที่ปรากฏตรงหน้า

    ขณะที่บนพื้นถูกปกคลุมด้วยหิมะ สลับไปกับเนินเขาหินเล็กใหญ่กินพื้นที่กว้าง มีธารน้ำแข็งเป็นแนวยาว เทือกเขาสูงเรียงรายสลับซับซ้อนยิ่งใหญ่โอบล้อมรอบตัว โลกรอบตัวไร้สีสันมีเพียงสีเงินสีเทาขยายไปจนปลายขอบฟ้า  ฉันรู้สึกมหัศจรรย์ใจกับโลกใบนี้ ที่ประกอบด้วยธรรมชาติสุดมหัศจรรย์ ท้องฟ้าไม่สดใสเพียงพอให้ได้เห็นยอดเอเวอร์เรสต์ แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ฉันสามารถลืมได้ทั้งอดีตและอนาคต และพบว่าตัวเองมีชีวิตเพื่อขณะนี้ ฉันโชคดีจริงๆที่มีประสบการณ์กับธรรมชาติที่หลากหลายและงดงาม ความเหนื่อยหอบหายปลิดทิ้ง แรงที่อ่อนล้ากลับมาเพื่อจะได้เดินชมให้ครบทุกมุมทุกองศา ก่อนจะหามุมนั่งเล่น รอเพื่อน และดื่มด่ำกับความงามแปลกตาตรงหน้าที่มาจากความพยายามของตัวเอง

    กาลาพัตตราไม่ใช่ทางผ่าน แต่เป็นปลายทางที่สำคัญอยู่ในใจของฉันตลอดกาล ซึ่งเป็นเพียงนักเดินเขามือสมัครเล่นด้วยประสบการณ์และวิวที่ตระการตาของโลกที่ไม่เคยคาดคิด จากขาขึ้นที่ใช้เวลาเดิน 3 ชั่วโมง ขาลงสภาพร่างกายฟื้นคืน ลมเริ่มสงบและมีแสงอุ่นๆจากดวงอาทิตย์จึงใช้เวลาเหลือเพียง 1 ชั่วโมง ได้กลับมานอนพักผ่อนเอาแรง ในห้องนอนใหม่ที่ที่พักช่วยย้ายขึ้นมาในห้องที่ดี และกว้างขวางขึ้นบนชั้นสอง ช่วงบ่ายเรามีภาระกิจไปเที่ยวชมเบสแคมป์ของนักเดินเขาตัวจริงที่มีภาระกิจยิ่งใหญ่เพื่อพิชิตยอดเอเวอร์เรสต์

    สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ฉันสามารถลืมได้ทั้งอดีตและอนาคต และพบว่าตัวเองมีชีวิตเพื่อขณะนี้
  • ชมกาฐมาณฑุจากมุมสูง ระหว่างเครื่องบินลงจอดที่สนามบินตรีภูวัน

    กาฐมาณฑุ (Kathmandu) เมืองหลวงของเนปาล เป็นเมืองที่อยู่ในหุบเขา การบินไทยไปถึงเนปาลที่สนามบินตรีภูวันประมาณ 13.30 น. ท้องฟ้ามีหมอกแดด และเมฆตอนบ่าย แต่ก็กระจ่างเพียงพอให้เห็นวิวด้านล่างระหว่างที่เครื่องกำลังลงจอด ผ่านเทือกเขาและหุบต่างๆ ก่อนจะถึงที่ราบใหญ่ที่เป็นบริเวณเมืองหลวงของเนปาล