Nim Journey

A Legend of Travel

Vela
  • Sigiriya, Sri Lanka | สิกิริยา ศรีลังกา ข้อมูลและการท่องเที่ยวด้วยตนเอง

    ขณะนั่งตุ๊กตุ๊กเพื่อมุ่งสู่เมืองสิกิริยา (Sigiriya) ผ่านสองข้างทางที่มีต้นไม้ใหญ่หนาทึบ มีกลิ่นหอมอ่อนๆจากไม้นานาพันธ์ รีสอร์ทริมทางบางแห่งตั้งชื่อ Ravana ชื่อคุ้นเคยจากวรรณกรรมรามายณะอันยิ่งใหญ่ของอินเดีย Ravana หรือที่ภาษาไทยเรียกว่า “ราพณาสูร” ใช่สินะ เรามาถึงกรุงลงกา เมืองของราชายักษ์ผู้เกรียงไกร เมื่อรถจอดฉันมองเห็นหินก้อนใหญ่ที่โผล่พ้นเหนือผืนป่าหนาทึบ ด้านบนมีเมืองโบราณที่ถูกสร้างเมื่อพันกว่าปีที่แล้ว ตำนานความเชื่อโบราณส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ในอดีต สร้างสรรค์ศิลปะที่มีคุณค่าก่อเกิดความมหัศจรรย์ให้คนยุคใหม่ได้ทึ่งในความหาญกล้า เอาชนะความยากลำบากที่ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือทุ่นแรงใดๆ ทิ้งความล้ำค่านั้นให้เรามาถึงยังสถานที่แห่งนี้ เมืองสิกิริยา เป็นอีกเมืองที่สร้างความประทับใจต่อการเดินทางมาถึงศรีลังกาของฉัน และยังมีสถานที่อื่นๆที่ไม่อยากให้พลาดเพื่อดื่มด่ำไปกับอดีตกาล ความรุ่งเรืองและปะติดปะต่อตำนานเก่าแก่ที่ถูกบอกเล่าในวรรณกรรมอันยิ่งใหญ่ของชมพูทวีป

    วิธีการเดินทาง และสิ่งที่ควรรู้

    จากแคนดี้ (Kandy)

    นั่งรถบัสสาย 42,43 ซึ่งเป็นรถบัสสายเหนือเพื่อไปลงที่เมืองดัมบุลลา (Dambulla) รถนี้ไม่ได้สิ้นสุดที่นี่ ดังนั้นต้องบอกกับพนักงานขับรถว่าเราจะไปลงเมืองดัมบุลลา ค่ารถ 220 รูปี (50 บาท) ใช้เวลาประมาณ 2-2.30 ชั่วโมง

    แนะนำว่าควรสอบถามราคาให้ดีๆ เพราะทีแรกเด็กรถบอกเราว่าคนละ 400 รูปี คือราคาเต็มที่ไปสิ้นสุดปลายทางเมืองอนุราธปุระ แต่โชคดีที่คนขับซื่อสัตย์หันมาตวาดเด็กรถว่า 220 รูปี พร้อมทั้งชี้ให้ดูป้ายราคาตามระยะทางที่ติดไว้บนรถ

    พ่อค้าเอา Piti หรือ ดาลทอด ขึ้นมาขายบรถ รสชาติเข้มข้นถึงเครื่องเทศมาก

    รถบัสสาย 42 เป็นรถบัสคันใหญ่ไม่มีแอร์ ส่วนสาย 43 เป็นคันเล็กติดแอร์ รถออกเรื่อยๆ เต็มก็ออก แต่บนรถไม่มีที่วางของ เราไปกัน 3 คนกระเป๋าใบใหญ่ทั้ง 3 คน คนขับรถขอให้เราซื้อที่นั่งเพิ่มอีก 1 ที่สำหรับวางของ เราก็เห็นด้วยตามนั้น ระหว่างทางรถจะรับคนขึ้นเรื่อยๆ และมีชาวบ้านเอาขนมขึ้นมาขายบนรถเป็นระยะ

    เมื่อถึงดัมบุลลา (Dambulla) รถจอดตรงป้ายสำหรับจอดรถ ที่นี่สามารถรอเพื่อต่อรถบัสเข้าไปเมืองสิกิริยา (Sigiriya) รถจะมาทุกครึ่งชั่วโมง ตามข้อมูลที่อ่านมาค่ารถประมาณ 130-160 รูปี แต่พวกเราพักที่ดัมบุลลา เพราะมีแผนจะไปเที่ยวถ้ำดัมบุลลา จึงเรียกตุ๊กตุ๊กมาใช้บริการไปจนถึงให้รับส่งไปเที่ยวเมืองสิกิริยาในวันถัดไปด้วย คิดค่าใช้จ่าย 2 วันๆละ 2000 รูปี อ่านเรื่องเทคนิคการหาลูกค้าของตุ๊กตุ๊ก Dambulla

    สิ่งที่น่าสนใจ และสถานที่แนะนำ

    DAMBULLA ROCK CAVE TEMPLE

    วัดถ้ำดัมบุลลา แบ่งออกเป็น 5 วัดเล็กๆในถ้ำเก่าแก่บนเขาซึ่งเราต้องเดินขึ้นบันไดไปตามทางชนิดเรียกเหงื่อพอสมควรในตอนบ่ายๆ ถ้ำนี้ถูกสร้างจากหินก้อนใหญ่แกะสลักด้วยมือเป็นถ้ำ เพื่อพระสงฆ์เข้ามาปฏิบัติธรรม ตั้งแต่ก่อนคริสศตวรรษที่ 1 ถ้ำนี้ได้เป็นที่หลบซ่อนตัวของ Valagamba of Anuradhapura กษัตริย์องค์หนึ่งแห่งเมืองอนุราธปุระ ซึ่งหลบหนีภัยจากการบุกรุกของชาวอินเดียใต้เป็นเวลานานถึง 15 ปี ต่อมาเมื่อทรงได้ชัยชนะและกลับไปปกครองเมือง ก็ตอบแทนพระสงฆ์ที่ช่วยให้สถานที่หลบภัยด้วยการอุปถัมภ์วัดถ้ำแห่งนี้ จนเป็นธรรมเนียมสืบต่อในกษัตริย์องค์ต่อๆมา พระพุทธรูปต่างๆที่เราได้เห็นได้ถูกสร้างและนำไปประดิษฐานในช่วงปีค.ศ. 1190 ส่วนสีสันสวยงามภายในถ้ำได้รับการตกแต่ในราวศตวรรษที่ 18 ส่วนกำแพงและเสาด้านหน้าถูกต่อเติมเพื่อแบ่งสัดส่วนวัดทั้ง 5 ในปี 1938 วัดถ้ำดัมบุลลาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1992

    ห้องหนึ่งในวัดถ้ำ Dambulla

    เมื่อเทียบกับถ้ำอื่นๆของศาสนาพุทธที่หลงเหลือมาในช่วงเดียวกันเช่นถ้ำอชันต้าในอินเดีย แม้ว่าที่นี่จะเล็กกว่า แต่ภายในมีความสวยงามวิจิตรบรรจงกว่า และได้รับการดูแลอย่างดี เนื่องด้วยได้รับการดูแลจากกษัตริย์ และประชาชนศรีลังกาที่ประเทศนี้นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่

    ค่าเช้าชม สำหรับชาวต่างชาติคนละ 1500 รูปี (ประมาณ 300 บาท) มีเจ้าหน้าที่คอยสอดส่องดูแลไม่ให้ถ่ายรูปคู่กับพระพุทธรูปในวัด เพื่อเป็นการแสดงความเคารพสักการะสถานที่สำคัญทางศาสนา ซึ่งที่นี่คนมาส่วนใหญ่เป็นชาวศรีลังกาท้องถิ่น

    การแต่งตัวเข้าชมควรสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ไม่ใส่แขนกุด เกาะอก และนุ่งสั้น ซึ่งจะมีผ้าถุงให้บริการเช่าด้านหน้า รวมทั้งที่ฝากรองเท้า ระหว่างเดินเข้าไปชมสามารถพกถุงเท้าไปใส่เวลาเดินกลางแดดได้ เพราะพื้นหินปูนด้านหน้าร้อนมาก อย่างไรก็ตามควรเตรียมเศษเงินให้พร้อมเมื่อจ่ายค่าฝากรองเท้าตามแต่จะให้ ซึ่งต้องให้

    หนังสือนำเที่ยวแนะนำให้มาชมช่วงเย็น เพื่อดูพระอาทิตย์ตกดินจะเป็นจุดชมวิวที่สวยมากแห่งหนึ่งของที่นี่ แต่เรามีเวลาน้อยเลือกไปชมพระอาทิตย์ตกดินกันที่ Pidurangala Rock แทน

    https://en.wikipedia.org/wiki/Dambulla_cave_temple

    PIDURANGALA ROCK

    จุดชมวิวบน Small Rock หรือ Pidurangala Rock ฝั่งตรงข้ามของ Lion Rock

    เรียกที่นี่อีกอย่างว่า “Small Rock” อยู่ในเขตเมืองสิกิริยา โดยนั่งรถตุ๊ก ตุ๊กเข้ามาประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งกายัน (Gayan) คนขับรถของเราก็ซิ่งอย่างเร็วเพื่อให้พวกเราได้มีเวลาไปชื่นชมความงามด้านบนนานหน่อย หิน Pidurangala นี้เป็นหินที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ Lion Rock หรือ Sigiriya ด้านล่างก่อนทางขึ้นเป็นวัด ซึ่งเราต้องถอดรองเท้าเดินผ่านไปด้านหลัง แล้วค่อยเดินขึ้นทางชันผ่านพระนอน ซึ่งอยู่ระหว่างทาง ก่อนถึงยอดด้านบนเป็นหินหลายก้อนที่ซ้อนกันไม่เป็นทาง ต้องปีนป่ายใช้แรงกันพอควร ยิ่งมาเจอกับกลุ่มชาวบ้านท้องถิ่นที่มาแบบกลุ่มใหญ่ต้องคอยระมัดระวังให้กับบรรดาลุงป้าสูงอายุแต่มีจิตใจแข็งแกร่งพยายามขึ้นมาด้านบนหินนี้

    บนนี้ไม่มีค่าเข้าคนละ 500 รูปี (100 บาท) บางคนที่เจอกันบอกว่ามาที่นี่แห่งเดียวก็พอ เพราะจุดนี้คือจุดที่สวยที่สุดในการชมเมืองสิกิริยาที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งค่าเข้าค่อนข้างสูง ประมาณ 35 ดอลลาร์ ฉันเห็นด้วยกับเขาว่าที่นี่คือจุดชมวิวที่สวยจริงๆ ไม่ว่าจะมองด้านไหนไม่เพียงแต่ด้านชมหินใหญ่ก้อนนั้น ผืนป่าเขียวหนาทึบและเจดีย์สีขาวไกลๆ แม่น้ำที่พาดผ่านส่องประกายวิบวับ เรามองเห็นความสงบร่มรื่นจากบนนี้ สมกับเป็นสถานที่ที่พระ หรือบางคนขึ้นมานั่งสมาธิตั้งแต่อดีต ได้เฝ้ามองความทะเยอทะยาน และการล่มสลายอันไม่จีรัง ของเมืองใหญ่ตรงหน้า อย่างไรก็ตามฉันก็ยังอยากจะไปเดินขึ้นเพื่อชมวิว และชมหลักฐานความทะเยอทะยานนั้นด้วยตาสองข้าง ขาสองขาของฉันในวันพรุ่งนี้แต่เช้า

    SIGIRIYA ROCK FORTRESS

    Sigiriya , Srilanka

    สิกิริยา หรือ หินสิงห์โต ถือแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของศรีลังกา ด้วยความสูงของหินกว่า 200 เมตรที่โผล่พ้นผืนป่าขนาดใหญ่ ทำให้มีความโดดเด่นมาตั้งแต่โบราณในความสูงส่งและยิ่งใหญ่เหนือผู้อื่นใด สิ่งนั้นอาจเป้นเหตุให้กษัตริย์ผู้ทะเยอทะยานขึ้นไปสร้างพระราชวังบนยอดสูงสุดของหินก้อนนั้นดั่งอยู่บนสวงสวรรค์ แต่ขณะเดียวกันความสูงนี้ก็ทำให้ถูกล้อม และไม่สามารถส่งเสบียงขึ้นไปด้านบน เมื่อถูกศัตรูกลับมาแก้แค้นในภายหลัง

    ตามประวัติเมืองด้านบนนี้ถูกสร้างโดยกษัตริย์กัสยปะเมื่อประมาณปี ค.ศ.400 หลังจากทรงทำการปิตุฆาต ฆ่าบิดา และขับไล่น้องชายต่างมารดาเจ้าชายโมคคัลลาน์ รัชทายาทซึ่งเป็นลูกชายของมเหสีเอกผู้มีสิทธิครองราชย์จนต้องหนีไปไกลถึงอินเดีย เนื่องจากทรงเป็นลูกเมียน้อยสามัญชนไม่มีสิทธิครองราชย์ เพื่อแย่งชิงบัลลังก์ที่เมืองอนุราธปุระ แต่ต่อมาถูกประชาชนลุกฮือต่อต้านจนต้องหนีสร้างเมืองใหม่ที่สิกิริยา บนหินใหญ่ท่ามกลางป่าใหญ่ ทรงใช้เวลาในการปกครองที่เมืองแห่งนี้ไม่นานก็ถูกกองทัพของน้องชาย เจ้าชายโมคคัลลาน์ตามมาปราบ จนต้องฆ่าตัวตายในพระราชวังเมื่อปีค.ศ. 495 และเมืองนี้ก็ถูกทิ้งให้เป็นสถานที่บำเพ็ญเพียรของบรรดาพระสงฆ์จนถึงประมาณปี ค.ศ.1300 จากนั้นก็ถูกลืมไปจนได้รับการค้นพบอีกครั้งในปี 1815

    เมืองสิกิริยาด้านบนนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 7 ปี เราเดินขึ้นบันไดไปตามทางซึ่งเป็นบันไดในยุคใหม่ มีร่องรอยคล้ายขั้นบันไดเล็กๆให้เห็นบ้างแต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นทางขึ้นเพื่อไปสร้างพระราชวังด้านบนนั้นได้ ระหว่างทางผ่านสวนป่า สวนน้ำ ชมภาพเขียนเฟรสโก้รูปนางอัปสรที่สีสันยังสดใส ผนังกระจกที่ไม่ใสแล้วแต่ราบเรียบเนียนกิ๊ก ก่อนจะไปถึงอุ้งเท้าสิงห์โตที่จะต้องไต่บันไดสูงอีกครั้งเพื่อไปถึงบริเวณที่เคยเป็นพระราชวังด้านบน

    ไม่มีซากพระราชวังเก่าให้เห็นเพราะของเดิมถูกสร้างด้วยไม้ แต่ส่วนฐานที่ถูกก่อด้วยหิน และร่องรอยสระน้ำ แผนผังต่างๆยังมองออกว่าเคยมีสิ่งก่อสร้างถูกสร้างอยู่ด้านบนแห่งนี้ กษัตริย์กัสยะปะน่าจะเป็นผู้มีอารมณ์ศิลปะอย่างมาจากการแกะสลักหินก้อนใหญ่ให้เป็นรูปสิงห์โต แม้ปัจจุบันเหลือเพียงอุ้งเท้าขนาดใหญ่น่าเกรงขามให้เราได้เห็นก่อนเดินขึ้นอีกชั้น รวมทั้งที่นั่งชมวิวความงามด้านบนที่ถูกทิ้งไว้ว่าเป็นสถานที่ชมวิวของท่านขณะใช้ชีวิตบนยอดเขาแห่งนี้พร้อมด้วยสระน้ำขนาดใหญ่ด้านหน้าสำหรับสรงน้ำกับเหล่าสนมกำนัล อันอาจเป็นต้นแบบรูปภาพหญิงสาวในภาพเขียนเฟรสโก้ที่ได้เห็นระหว่างทาง

    ค่าเข้าชม 35$ สำหรับชาวต่างชาติอาจจะดูสูงมากเมื่อเทียบกับหลายแหล่งท่องเที่ยวในศรีลังกา แต่ฉันคิดว่าคุ้มค่าน่าชมทุกส่วน แม้จะต้องออกแรงเดินกันสักนิดเพื่อมาถึงบนยอดด้านบนพร้อมเหงื่อไหลไคลย้อย แต่ลมเย็นๆ และนั่งพักชมวิวบนนี้ก็คลายเหนื่อยได้มาก ควรมาถึงเช้าๆหน่อย เพื่อหลีกเลี่ยงนักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์จำนวนมาก เพราะช่วงเวลาต้องรอต่อคิวเดินบนทางแคบๆ และอากาศร้อนอาจสร้างความหงุดหงิดไจนพลาดที่จะหันไปชื่นชมสิ่งส่วยงามระหว่างทาง

    ด้านบนหิน Lion Rock ซึ่งเคยถูกสร้างเป็นพระราชวังด้านบน ตัวพระราชวังซึ่งทำด้วยไม้ไม่มีซากให้เห็นแต่คงได้จากฐานรากและสระน้ำที่ขุดไว้

    พักที่ไหน

    มาเที่ยวเมืองสิกิริยา สามารถเลือกพักได้ทั้งที่ดัมบุลลา หรือ สิกิริยา ทั้งสองเมืองนี้ห่างกันประมาณ 30 กม. ลักษณะที่พักจะเป็นรีสอร์ทในสวนป่า ร่มรื่น ตั้งแต่เกสเฮ้าส์ไปจนถึงแบบ 5 ดาว นอนชมวิวหินก้อนใหญ่อันเป็นสัญญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้

    Hotel Gala Addara  เมืองดัมบุลลา เป็นที่พักสไตล์เกสเฮ้าส์ อยู่ภายในสวนที่ร่มรืน พร้อมอาหารเช้า มีบริการอาหารเย็น แต่ต้องสั่งล่วงหน้า อยู่ไม่ไกลจากจุดจอดรถบัส และประมาณ 3 กม.ห่างจากถ้ำดัมบุลลา ที่พักร่มรื่น สะอาด พร้อมแอร์และไวไฟ เราไปถึงช่วงเที่ยงๆ ขณะที่พนักงานกำลังทำความสะอาด จึงได้ฝากของไว้ก่อนแล้วออกไปเที่ยว ค่อยกลับมาเช็คอินในตอนเย็น ซึ่งทุกอย่างพร้อมเรียบร้อยดีมาก อย่างไรก็ตามจากถนนใหญ่เข้ามาถึงที่พักต้องเดินประมาณ 200 เมตร จึงแนะนำสำหรับคนที่ขับรถมาเอง หรือติดต่อเช่ารถตุ๊กตุ๊ก รับส่งส่วนตัวจะสะดวกขึ้น

  • Jameh Mosque of Yazd ศรัทธาที่ซ่อนอยู่ในศิลป์สีฟ้า

    เมื่อเดินเข้าสู่เมืองยาซ์ด (Yazd) เมืองโอเอซิสกลางทะเลทรายของอิหร่าน สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาให้ต้องเงยหน้ามองก็คือยอด มินาเร็ต (Minaret) หรือหออะซานของ Jameh Mosque of Yazd ที่ว่ากันว่าเป็นมินาเร็ตที่สูงที่สุดในอิหร่าน เสาแฝดสูงเสียดฟ้านี้เปรียบเสมือนเสาหลักแห่งศรัทธา ที่ชี้นำผู้คนเข้าสู่มัสยิดอันเก่าแก่กลางเมือง

    ตัวมัสยิดนั้นเป็นหนึ่งในตัวอย่างอันงดงามของสถาปัตยกรรมเปอร์เซียสไตล์ Azari ซึ่งเป็นยุคหนึ่งของศิลปะอิสลามที่เฟื่องฟูในช่วงศตวรรษที่ 14 พอดิบพอดีกับช่วงเวลาที่มัสยิดแห่งนี้สร้างเสร็จ ความโดดเด่นอยู่ที่ลวดลายกระเบื้องเคลือบที่ประดับประดาอยู่ทั่วทั้งผนัง โดดเด่นด้วยเฉดสีฟ้าที่เย็นตา ตัดกับสภาพอากาศแห้งแล้งของทะเลทรายอย่างน่าประหลาดใจ ยิ่งมองใกล้ ๆ ก็ยิ่งตื่นตากับลายเส้นอักษร คูฟิก (Kufic) ซึ่งเป็นอักษรอาหรับโบราณที่ได้รับการจัดวางอย่างประณีตงดงาม แฝงด้วยคติและข้อความจากคัมภีร์อัลกุรอาน

    Thumbnail Seller Link
    ACHAMENID EMPIRE เรื่องราวการเนิดและล่มสลายของอาคีเมเนียนแห่งเปอร์เซีย
    arete
    www.mebmarket.com
    ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความเข้าใจต่ออดีตคือสมบัติล้ำค่าที่ช่วยให้เราเข้าใจปัจจุบัน และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่ทั้งง…
    Get it now

    ชื่อ “Jameh Mosque” หรือ Jameh Masjid มีความหมายลึกซึ้งในตัวเอง เพราะเป็นคำที่ใช้เรียก “มัสยิดประจำเมือง” ซึ่งไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับละหมาดประจำวันเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดศูนย์รวมของชาวมุสลิมในเมือง โดยเฉพาะในวันศุกร์ที่เรียกว่า Jumu’ah หรือวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งชาวมุสลิมจะมารวมตัวกันเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาอย่างพร้อมเพรียง จึงเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า Friday Mosque

    แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมากว่าหกร้อยปี แต่มัสยิดแห่งนี้ก็ยังคงเปล่งประกายแห่งศรัทธาอย่างไม่เสื่อมคลาย ยืนหยัดอยู่กลางเมืองยาซ์ด ราวกับเป็นประภาคารนำทางแก่ผู้แสวงหาความสงบและความงามที่เชื่อมโยงทั้งสวรรค์และโลกไว้ด้วยกัน

  • ภูเขา : ความสุข ความท้าทาย ความอวดดี

    ฉันมายังเขตภูเขาสูง ธรรมชาติที่ฉันรัก เส้นทางแห่งนี้ไม่มีทางเลือกมากนัก ยิ่งเมื่อเดินไต่ระดับความสูงมากขึ้น นับได้ว่าลำบากทั้งกายและลมหายใจ

    ฉันไม่ได้ทิ้งหัวใจไว้ข้างหลัง แต่ฉันนำหัวใจไปด้วยเมื่อออกเดินทาง พร้อมร่างกายที่เต็มเปี่ยมพลัง

    (เพิ่มเติม…)
  • Zoroastrian Towers of Silence หอแห่งความเงียบงัน

    บนชานเมือง Yazd ที่ทอดตัวเงียบงันกลางทะเลทรายของอิหร่าน มีเนินเขาสูงสองลูกตั้งตระหง่านคล้ายเฝ้ามองเมืองเก่าที่แสนสงบ ที่นั่นคือที่ตั้งของ Towers of Silence หรือ Dakhma — หอประกอบพิธีศพของชาวโซโรอัสเตอร์ที่สืบทอดกันมายาวนานนับพันปี

    (เพิ่มเติม…)
  • ความแตกต่างของ Hiking, Trekking และ Backpacking

    คำทั้งสามคำนี้มีความหมายซึ่งเราต่างเข้าใจว่าเหมือนกันสำหรับกิจกรรมประเภทกลางแจ้ง ที่ออกไปเดินเล่นสูดอากาศดีดี เพื่อชมวิวที่กว้างใหญ่ของธรรมชาติข้างนอก แต่ที่จริงแล้วทั้งสามคำนี้มีความหมายที่ต่างกันอยู่ ซึ่งการเข้าใจที่ถูกต้องจะทำให้การออกเดินทางมีการเตรียมตัวที่ถูกต้องขึ้น

    ABC  hiking
    เส้นทางเดินป่าชมธรรมชาติ

    Hiking

    คำนี้มีความหมายว่าการเดินป่าเส้นทางธรรมชาติแบบวันเดียว ซึ่งอาจจะไปและกลับมายังจุดเริ่มต้นเดียวกัน

    จากทั้งสามคำ ไฮกิ้ง (Hiking) นับเป็นกิจกรรมที่ง่ายและสบายที่สุด ถือว่าเป็นพื้นฐานของกิจกรรมประเภทกลางแจ้ง ( Outdoor)  อาจจะเริ่มจากที่บ้าน ที่พัก ใส่รองเท้าผ้าใบสวมสบาย หรือรองเท้าเดินป่าคู่เก่ง คว้าขวดน้ำ พร้อมแซนวิช ข้าวเหนียวหมูสักห่อ กับเพลงเพราะๆที่โหลดไว้ในโทรศัพท์ ออกไปสูดอากาศ ชมวิวตามเส้นทางที่ถูกวางไว้เป็นเส้นทางเดินป่า ซึ่งมีทั้งความง่าย หรืออาจท้าทายด้วยการปีนป่ายขึ้นไปเพื่อชมวิวสวย  ทั้งหมดนี้อาจใช้เวลาตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงไปจนเต็มวัน

    Landmannalaugar Day hike
    เดิน Hiking เส้นทาง Landmannalaugar ในไอซ์แลนด์ ใช้เวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง
    เส้นทางเดินป่าขึ้นยอดเขาหลวงสุโขทัย
    เส้นทางเดินป่า (Hiking) เขาหลวง สุโขทัย แบบเช้าไปเย็นกลับ

    Trekking

    เทรคกิ้ง (Trekking) คือการการเดินเขาเดินป่าเส้นทางธรรมชาติโดยใช้เวลาไปถึงจุดหมายปลายทางหลายๆวัน

    นักเดินเขาชาวตะวันตกยังนิยามความหมายของเทรคกิ้ง (Trekking) เพิ่มเติมอีกว่า เป็นการเดินป่าระยะไกล ใช้เวลาต่อเนื่องหลายวัน และนักเดินทางจะแบกเป้เฉพาะที่ใช้ระหว่างวัน ส่วนอุปกรณ์และเครื่องใช้อื่นๆจะถูกแบกโดยลูกหาบ หรือสัตว์ หรือใช้ยานพาหนะในการขนส่งจากจุดเริ่มต้นไปยังปลายทางของแต่ละวัน เนื่องจากคำๆนี้ใช้กันอย่างกว้างขวางในแถบเอเชียเช่นเนปาล ซึ่งมีการจัดทัวร์เทรคกิ้งในหลายเส้นทาง และให้บริการในลักษณะนี้เป็นส่วนใหญ่

    EBC Trekking
    ระหว่างทาง เส้น EBC Trekking

    การเทรคกิ้งในเนปาลจะมี 2 แบบ

    • Teahouse Trekking แบบนี้จะมีที่พักและร้านอาหารระหว่างทาง
    • Full organized Camping Trekking แบบนี้จะต้องเตรียมอุปกรณ์เครื่องนอน เต็นท์ และทำอาหารด้วยตัวเอง ซึ่งทั้งหมดนี้จะดำเนินการด้วยลูกหาบและไกด์

    Backpacking

    Backpacking ก็คือการเดินทางเดินเขาเดินป่าเส้นทางธรรมชาติหลายๆวัน โดยการขนสัมภาระทุกอย่างไปด้วยตัวเอง Backpacking แบบนี้คือการ hiking หลายๆวัน ที่เรียกว่า multi-day hike หรือ Thru Hiker เช่นการ Backpack ในเส้นทาง W-route ของปาตาโกเนีย , การ Backpack ในเส้นทางต่างในอเมริกา  ซึ่งต้องใช้เวลาหลายวัน และขนทุกอย่างแม้แต่เต็นท์ อุปกรณ์การทำอาหาร

    Backpacking ไปขึ้นยอด Mt.Yari
    แบกเป้ขนของด้วยตัวเองเดินในเส้นทาง ขึ้นยอด Mt.Yari ในประเทศญี่ปุ่น

    นอกจากการเดินเขาระดับพื้นฐานข้างต้น ก็ยังมีศัพท์ที่อยากเอามาฝากเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ชอบความเร้าใจมากขึ้นไปอีก สมัยก่อนมองว่าเป็นกิจกรรมสำหรับเหล่านักเดินเขามืออาชีพ (Professional) แต่ตอนนี้เปิดกว้างมากขึ้น เรามารู้จักกันเพิ่มเติม เพื่อการเตรียมตัวเตรียมใจเตรียมอุปกรณ์ เพื่อให้การออกไปทำกิจกรรมแบบนี้สนุกและได้ผลอย่างที่คาดหวังกันค่ะ

    Mountaineering

    ฉันไม่รวมการ Mountaineering ไว้ในการจำกัดความด้านบน เพราะกิจกรรมนี้ไม่ได้เน้นการเดินชมเส้นทางธรรมชาติ แต่เป็นกิจกรรมที่เน้นการใช้เทคนิคและส่วนต่างๆ ของร่างกายมากกว่าการเดินเท้า ส่วนใหญ่แล้วกิจกรรมนี้จะอยู่ที่การปีนเขาในระดับที่สูงกว่า 5000 เมตร ใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงจนถึงหลายๆวัน ระหว่างทางนักปีนเขาจะต้องต่อสู้กับสภาพภูมิประเทศที่เป็นหน้าผา เส้นทางขรุขระอันตรายไปจนถึงภูเขาหิน น้ำแข็ง ควรมีความชำนาญในการใช้อุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นเช่นเชือก,แครมปอน,ฮาร์เนส ,Ice axe

    ซ้อมปีนเขา สำหรับการทำกิจกรรม Mountaineering
    ฝึกซ้อมการใช้อุปกรณ์เพื่อเตรียมขึ้นยอด Island Peak ไม่ใช่เพียงแค่ขาแข็งแรง ต้องใช้ทุกส่วนของร่างกาย รวมทั้งความชำนาญในการใช้อุปกรณ์ต่างๆ

    เอาจริงๆแล้ว ศัพท์ต่างๆเรียกผิดบ้าง ถูกบ้าง ทำตรงตามความหมายของคำที่ว่านั้นหรือไม่ ก็ไม่สำคัญเท่ากับการได้ลองทำ ออกมาเดินเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ รูปแบบต่างๆก็ปรับให้เข้ากับสภาพร่างกาย เติมความท้าทายให้สนุกสนาน เดินทางอย่างปลอดภัย

    หลังจากขึ้นยอด Island peak
    เพื่อนร่วมทางและความทรงจำดีดี ระหว่างการเดินทางด้วยกัน ทริปแบบนี้จะสนิทกับเพื่อนใหม่ได้ง่าย เพราะต้องร่วมทุกข์ ร่วมสุขกันตลอดทาง

    ที่มา :

    https://www.ultimategearlists.com/advice/hiking-vs-trekking-vs-backpacking | https://www.ridestore.com/mag/difference-between-hiking-trekking-and-mountaineering/ | https://www.mountainguides.is/blog/the-great-mystery-whats-the-difference-between-hiking