Nim Journey

A Legend of Travel

  • สนามบินสุวรรณภูมิ: จุดเริ่มต้นของการเดินทาง

    การเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นจากสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยสายการบิน AirAsia ที่จะพาเราสู่ไทเป แม้จะทำเว็บเช็คอินมาแล้ว แต่ก็ยังต้องเข้าแถวโหลดกระเป๋า ซึ่งใช้เวลานานพอสมควร ทำให้แผนเดินช้อปใน Duty-Free ต้องพับเก็บไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อไปถึงประตูขึ้นเครื่อง ก็พบว่าไฟลท์ดีเลย์ไปอีก 20 นาที

    บนเครื่องบิน การเดินทางกว่า 3 ชั่วโมงอาจไม่ใช่ปัญหาสำหรับบางคน แต่สำหรับคนขายาวอย่างเรา การนั่งนานๆ ทำให้เมื่อยสุดๆ เลยต้องหากิจกรรมฆ่าเวลา และนั่นก็คือ… การลองสั่งอาหารบนเครื่อง!

    (เพิ่มเติม…)
  • ก้าวแรกในอียิปต์ของเรานำพาเรามาสู่เมืองอเล็กซานเดรีย เมืองสุดท้ายแห่งอียิปต์โบราณ หนึ่งในหลายเมืองที่บุรุษผู้ยิ่งใหญ่นามว่า อเล็กซานเดอร์มหาราช นำกองทัพอันเกรียงไกรเข้ายึดครอง ตั้งแต่แผ่นดินกรีกจรดฝั่งตะวันออกของประเทศอินเดีย เมืองประมงเล็ก ๆ ที่เคยมีชื่อว่า ราโคติช (Rhakotis) ได้รับเกียรติให้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “อเล็กซานเดรีย” ตามพระนามของพระองค์

    (เพิ่มเติม…)
  • ดึกสงัดของคืนหนึ่งในอัสวาน ฉันและเพื่อนๆ ต้องบังคับตัวเองให้ลุกจากเตียงที่แสนอบอุ่นขึ้นรถบัสท่ามกลางความง่วงงุน การเดินทางของเรามีจุดหมายปลายทางที่ อาบูซิมเบล (Abu Simbel) มหาวิหารที่ยิ่งใหญ่แห่งฟาโรห์รามเสสที่ 2 ซึ่งซ่อนตัวอยู่ริมชายแดนซูดาน ห่างจากอัสวานราว 280 กิโลเมตร

    (เพิ่มเติม…)
  • เวนิซเป็นเมืองแรกของทริปอิตาลีที่ฉันวางแผนมาเยือน เมื่อลงเครื่องที่มิลาน ฉันเลือกเดินทางต่อด้วย Shuttle Bus ไปยังสถานีรถไฟเพื่อมุ่งหน้าสู่เวนิซ เมืองที่งดงามดุจดั่งฝัน

    ทันทีที่ก้าวลงจากสถานีรถไฟ ภาพแรกที่เห็นคือคลอง Grand Canal ลำคลองสายหลักของเมือง เวนิซเปล่งประกายภายใต้ท้องฟ้าสดใส นักท่องเที่ยวจำนวนมากดูเหมือนจะเป็นประชากรหลักของที่นี่ ทุกมุมเมืองเต็มไปด้วยผู้คนลากกระเป๋าเดินทาง บรรยากาศคึกคักแต่ก็มีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก

    (เพิ่มเติม…)
  • ท้องฟ้าครึ้มฝนเกือบตลอดเวลาที่เราอยู่ในดินแดนไร้ที่ราบ ทางตอนเหนือของอินเดียฝั่งตะวันออก แนวเทือกเขาเขียวชอุ่มปกคลุมไปด้วยต้นไม้หนาทึบ มีส่วนคล้ายกับภาคเหนือของเมืองไทยไม่น้อย หากแต่ที่นี่หนาวเย็นกว่ามาก โดยเฉพาะเส้นทางจากสิกขิมมุ่งสู่ยุมถัง เราต้องฝ่าฝนที่ตกหนัก ถนนลื่นและคดเคี้ยวไปตามไหล่เขา ฉันที่นั่งหลับๆ ตื่นๆ บนรถต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมานั่งนิ่ง ลุ้นไปกับการขับขี่ของคนขับ เพราะเบื้องข้างของฉันคือหุบเหวสูงชัน และยิ่งตื่นเต้นขึ้นทุกครั้งที่รถอีกฝั่งสวนลงมา หากเป็นจังหวะที่รถของเราอยู่ริมขอบเหว ฉันยิ่งรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุด อยากจะร้องโวยวายแต่ก็กลัวจะทำให้คนขับเสียสมาธิ ได้แต่ทำหน้าเกร็ง ลุ้นสุดตัว หวังว่าลุงคนขับจะสังเกตเห็นความหวาดหวั่นที่แฝงอยู่บนใบหน้าของฉันบ้าง

    (เพิ่มเติม…)