Nim Journey

A Legend of Travel

  • ทริปพิชิต 2 ยอด Lobuche East Peak และ Island Peak [13 เม.ย. 19- 4 พ.ค.19]

    สำหรับผู้รักการผจญภัย เมษาปี 2019 ไปด้วยกัน 
    [ทริปพิชิต 2 ยอด Lobuche East Peak และ Island Peak ,Nepal 13 เม.ย. – 4 พ.ค.]

    “ขอเฉพาะคนที่เคยเดินเขาสูง 4000 เมตรขึ้นไปเท่านั้น ค่าใช้จ่าย แพงหน่อย และใช้เวลานาน 3 อาทิตย์ ฟิตร่างกายเยอะ ๆ ต้องใช้ทั้ง กำลังแขน กำลังขา”

    อ่านรายละเอียดทริป Lobuche East Peak & Island Peak summit ได้ที่

    http://forum.trekkerhut.com/index.php?topic=1610.0

  • วิถีเชียงคานที่ค่อยๆเปลี่ยนไป

    เรามาถึงเชียงคานในวันอากาศร้อนเปรี้ยงของฤดูฝนที่พื้นที่ทั่วไปเขียวชอุ่มของทุ่งนาและความสดชื่นของต้นไม้บนภูสูงรอบๆเชียงคาน

    เมืองเล็กๆริมแม่น้ำโขง กลายเป็นจุดหมายปลายทางอีกแห่งที่มีชื่อเสียงของเมืองเลย จังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวเป็นภูสูงหลายแห่ง เมืองริมแม่น้ำกับวิถีชีวิตเรียบง่ายกลายเป็นจุดขายที่คนเมืองวิถีชีวิตเร่งรีบอยากมาสัมผัส หรือย้อนรำลึกถึงบ้านเก่าๆแบบที่เคยวิ่งเล่น เคยเห็นในวัยเด็ก

    การผันตัวเองจากหมู่บ้านเล็กๆริมแม่น้ำโขง ที่ทำการเกษตร ประมงจับปลาในแม่น้ำ มาเป็นเมืองท่องเที่ยว ทำให้วิถีชาวบ้านเปลี่ยนไป และทำรายได้มากกว่าวิถีชีวิตแบบเดิม ชาวนาหลายคนเปลี่ยนอาชีพที่สองจากการเป็นนางรำมาเป็นหมอนวด ร้านค้า บ้านเก่าถูกปรับปรุงให้เป็นที่พักโดยพยายามคงรูปแบบบ้านเรือนแบบเก่าเอาไว้ แต่ก็เริ่มถูกแทรกด้วยอาคารตึก เดินไปเดินมาหลายรอบ สังเกตว่าคนในชุมชนมีความพยายามรักษาวิถีแบบเก่าๆให้ผสมผสานกับความเจริญแบบใหม่ ด้วยการไม่ปล่อยให้ร้านสะดวกซื้อ 7–11 , Tesco lotus มาตั้งร้านขายของบนถนนคนเดินแหล่งใจกลางหัวใจของเชียงคาน แต่ให้ไปตั้งอีกถนนหนึ่งด้านนอกที่ขนานไม่ไกลกัน

    ถนนคนเดินเชียงคานยามเช้า

    ถนนสายเล็กๆ แม้ไม่ได้ห้ามรถวิ่ง แต่ก็มีรถไม่มากนักใช้เส้นทางนี้จนน่าอึดอัดเกินไป เราเดินเล่นถ่ายรูปกลางถนนกันยังได้ไม่น่าเกลียด

    ภาพคนเฒ่า คนแก่ คนในชุมชนใช้จักรยานรุ่นเก่าเป็นยานพาหนะขี่ไปซื้อของทักทายพูดคุย ร้านขายของดั้งเดิมยังเปิดขายพวกผ้าถุง ผ้านุ่งโดยคนมีอายุ ทำให้ได้กลิ่นอายความพื้นบ้านแท้ๆที่ไม่ประดิษฐ์ หวังว่าชีวิตและร้านค้าเหล่านี้จะไม่หายไปกับกาลเวลาและความจูงใจของเม็ดเงินสูงๆ กลายเป็นโรงแรม หรือร้านขายของแบบอื่นซึ่งไม่ได้มาจากท้องถิ่นดั้งเดิม จนเสียความเป็นตัวเองของเชียงคาน

    เชียงคานยังมีภูเขา ทุ่งนา ป่าไม้. แม่น้ำ สายหมอก ลมฝน และแสงอาทิตย์แรงกล้า ที่คนท้องถิ่นควรจะหวงแหนไว้ เนื่องจากทั้งหมดนี้สร้างวิถีชีวิตของคนเชียงคานให้มีความเรียบง่ายและน่าสนใจจนนำพาให้มีผู้คนต่างถิ่นอยากมาเยือนสักครั้ง

    แก่งคุดคู้ แต่ในเดือนกรกฎาคมซึ่งเป็นฤดูฝนน้ำเต็มแม่น้ำมองไม่เห็นเกาะแก่ง ฝั่งตรงข้ามเป็นประเทศลาว
  • ปัญหาค่าเงินในอิหร่าน

    ก็ไม่รู้ว่าเพราะข่าวชาติตะวันตกยิงใส่ซีเรียรึป่าว แต่หลังจากข่าวตู้มแรกที่ยิงกัน ค่าเงินดอลล่าร์ที่ถืออยู่ในมือลดลงทันที 20% เมื่อจะนำไปแลกเงินเรียลอิหร่าน (IRR)

    จาก 1$ แลกได้ 50,000 IRR เหลือเพียง 40,000 IRR ในร้านแลกเงิน ทำใจกันไม่ได้เลยทีเดียว ค่าเงินช่วงนี้ผันผวนหนักมากจนร้านแลกเงินถูกสั่งหยุดการแลกเงินจากธนาคารชาติของอิหร่าน

    สุดท้ายเราต้องพึ่งตลาดมืด ที่เดินเตร็ดเตร่หาลูกค้า ต่อรองจนได่เรท 50,000 IRR แต่ต้องแอบแลกเงินในที่ลับตา ไม่ให้ประเจิดประเจ้อเกินไป แถมพ่อค้าแลกเงินก็หน้าตายังกะมาเฟียแขก มีคนนึงถือไม้เท้าก็อกๆ เอามือล้วงกระเป๋า แล้วควักมือเรียกเราเข้าไปหลบๆ แล้วส่งเงินให้เงียบๆด้วยท่าทางเคร่งขรึม ยังกะบรรยากาศ godfather นึกถึงแล้วก็ขำดี

    อีกแห่งก็ตามร้านขายพรม ขายของนักท่องเที่ยว ต่อรองอาจได้ราคาดีกว่าเรทของธนาคาร ซึ่งบางทีเข้าไปถามก็ไม่มีให้แลกด้วย

    ส่วนค่าเงินแลกคืนว่ากันว่า ตอนนี้ 60,000 IRR = 1 $

    เงินที่เหลือวันสุดท้ายอีก 600,000IRR ก็เลยไปแลกเป็นถั่วแทนซะ 😂

    คนอิหร่านยังเรียกเงินสกุลแบบเก่าเป็นโตมัน แม้สกุลเงินตามหน้าธนบัตรจะเป็น Rialแล้วก็ตาม โดย 10 เรียล (IRR) = 1 โตมัน (Toman) แถมตอนบอกจำนวนมักจะตัดศูนย์สามตัวหลังของหน่วยโตมันออก ซึ่งเท่ากับตัดศูนย์ 4 ตัวหลังของหน่วยเรียล((IRR)

    เรื่องเงินๆทองๆ อาจจะทำให้มึนงงกันบ้าง แต่พอเที่ยวๆไปหลายวันก็เข้าใจขึ้นไปเอง


    ท่ามกลางความขัดแย้งระดับประเทศกับชาติตะวันตก คนอิหร่านก็ยังมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี อาหารการกินสมบูรณ์ คนอิหร่านชอบปิคนิค ท่องเที่ยวมีความสุข ยิ้มแย้มไม่เคร่งเครียดอะไร คล้ายๆคนไทย ที่สำคัญค่าครองชีพที่นี่ถูกมาก ทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทางต่างๆ ตามเส้นทางที่มีถนนหนทางกว้างใหญ่ การเดินทางทางอากาศที่ไปได้ทั้วประเทศ

    เรา4 คนเดินทาง 12 วัน (เดือนเมษายน 2018) ขึ้นรถบัส บินภายใน ใช้บริการแท็กซี่ อยู่หรูบ้าง ธรรมดาบ้าง ตามแต่โอกาสจะเอื้ออำนวย ใช้จ่ายไปประมาณคนละ 26,000 บาท (ไม่รวมตั๋วไปกลับจากเมืองไทย)

    รูป: ที่ Abyaneh เมืองที่เราพบนักท่องเที่ยวมากที่สุด โดยเฉพาะคนอิหร่าน
  • Autumn Leaves in Yufu-Shi

    การเปลี่ยนแปลงที่สวยงาม

    Leaves are falling in Autumn

    Yufu-Shi

    เดินทางโดยรถบัสจากเมืองฟูกุโอกะ สถานี Hakata ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ค่ารถเที่ยวละ 2088¥ ช่วงที่เดินทางฝนตก แต่ยังเห็นความงามของเมืองในหุบเขา ท่ามกลางหมอกขาว

    เมือง Yufuin เป็นเมืองเล็กๆน่ารักเต็มไปด้วยร้านขนมตลอดเส้นทาง มีทะเลสาบ Kirin เป็นจุดท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีในเดือนพย. ที่เรามีโอกาสได้ไปพอดี มีภูเขา Yufu ล้อมรอบหมู่บ้าน เป็นอีกเมืองที่เหมาะไปแช่ออนเซ็น


  • Bosnian Coffee

    400กว่าปีที่หลายประเทศอยู่ในการปกครองของอาณาจักรออตโตมาน ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติไหน ต่างก็ได้รับอิทธิพลทางศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมเข้ามาจนเราผู้มาเยือนในยุคหลังก็แยกไม่ออกว่าพวกเขาคือชนชาติใด และอะไรคือตัวตนของชาวบอสเนีย ชาวโครแอต ชาวเซิร์บ ชาวสลาฟ ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่หลักๆในคาบสมุทรบอลข่าน

    บางครั้งต่างฝ่ายยังต่างมองว่าเป็นชาวเติร์กด้วยวัฒนธรรมและวิถีความเป็นอยู่ที่ตกทอดมาเนิ่นนาน

    #BosniaAndHerzegovina

    วิถีกาแฟ Bosnian Coffee

    BosnianCoffee บอสเนี่ยนคอฟฟี่ เลยเป็นเมนูที่พลาดไม่ได้เพราะชื่อที่บ่งบอกความเป็นบอสเนีย เมื่อเรามาถึงประเทศบอสเนียแอนด์เฮอร์เซโกวีน่า (Bosnia & Herzegovina) ว่ารสชาติและวิถีของบอสเนียนั้นเป็นยังไง

    พนักงานสาวสวยนั่งบรรจงตักกาแฟจากถ้วยทองเหลืองด้ามจับยาว ใส่ถ้วยเซรามิคใบเล็กตรงหน้า แล้วกัดขนมชิ้นเล็กๆก่อนค่อยจิบกาแฟทีละนิด ที่หน้าร้านริมสะพาน Stari Most

    เธอค่อยๆละเลียดกับบรรยากาศยามเช้าที่ร้านต่างๆ เพิ่งทะยอยออกมาตั้งร้าน และนักท่องเที่ยวยังบางตา แม่น้ำ Neretva สีฟ้าส่องประกายกับแสงแดดไหลเอื่อยๆด้านล่าง

    ฉันวิ่งผ่านมาตอนเช้าและตั้งใจว่าจะมานั่งจิบกาแฟที่จุดนี้บ้างเมื่อย้อนกลับมาอีกครั้งในช่วงสายๆกับเพื่อน

    ความตั้งใจเป็นจริงในตำแหน่งที่อยากนั่ง เราสั่ง Bosnian Coffee มาลิ้มลอง เธอสอนวิธีการดื่มที่เป็นเอกลักษณ์ กาแฟบอสเนี่ยนให้ความสำคัญกับครีมกาแฟ (ครีม่า) ที่ผ่านการต้มโดยวิธีการใสกาแฟไปใน džezva ถ้วยกาแฟทองเหลืองที่มีด้ามจับยาว แล้วเติมน้ำร้อนลงไปต้มกับเตาเพื่อให้กาแฟเข้มข้นจนได้ฟองครีมกาแฟเข้มข้นด้านบน

    วิธีการดื่มด้วยการตักฟองครีมด้านบนใส่ในแก้วเพื่อมั่นใจว่าได้ดื่มครีมกาแฟแน่นอน ก่อนจะเทน้ำกาแฟลงไป กาแฟมีรสชาติเข้มข้น เพิ่มความหวานด้วยน้ำตาลโดยการค่อยๆกัดน้ำตาลแล้วจิบกาแฟให้น้ำตาลละลายไปพร้อมกับกาแฟที่ดื่ม โดยปกติแล้วจะมีขนมหวาน rahat lokum ตามที่ชาวบอสเนียเรียกกัน หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Tuskish delight

    Bosnian Coffee ทั้งหมดจะต้องเสริฟมาในถาดทองเหลือง เพื่อให้กาแฟคงความร้อนได้นานที่สุด เนื่องจากชาวบอสเนียนิยมการจิบกาแฟนานๆ เพื่อนั่งคุย สังสรรค์ หรือเงียบๆชมบรรยากาศรอบตัว ดังเช่นที่ฉันเห็นหลายคนนั่งเงียบๆ มีชุดกาแฟบอสเนี่ยนวางอยู่ข้างเขา ท่ามกลางฝูงชนนักท่องเที่ยวซึ่งตอนนี้แออัดแทบเต็มสะพาน เพื่อรอดูคนกระโดดน้ำจากสะพานเก่าแก่ของเมือง

    สำหรับฉัน ในที่สุดแล้วไม่ได้เป็นคนดื่มกาแฟบอสเนี่ยนแก้วนั้น แต่เป็นอเมริกาโน่ร้อนหอมกรุ่นรสขาติดีถูกปาก ไม่หวาน เพราะคาดไม่ผิดกับรสชาติเข้มข้นของ Bosnian Coffee ที่น่าจะเข้มข้นคล้ายกับกาแฟดั้งเดิมแถบตุรกีที่เคยลอง

    ถึงอย่างไรเสียตรงที่นั่ง และบรรยากาศรอบๆ ต่างหากที่ทำให้รสชาติกาแฟอร่อย หอมกรุ่นขึ้นท่ามกลางบ้านเมืองที่ยังมีกลิ่นอายยุคกลางของคนบอสเนียแถบเฮอร์เซโกวีน่าที่น่าจดจำ