Nim Journey

A Legend of Travel

  • ไหว้พระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา

    ครั้งหนึ่งหลายปีก่อนเคยมีโอกาสได้ไปเยือนสังเวชนียสถานทั้ง 4 อันเป็นสถานที่ๆพระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนาและปรินิพพาน

    “สังเวชนียสถาน หมายถึงสถานที่ที่ทำให้เกิดความรู้สึกระลึกถึงพระพุทธเจ้า เกิดความแช่มชื่น เบิกบาน เกิดแรงบันดาลใจที่จะทำความดี เมื่อได้ไปพบเห็น”

    แม้จะไม่ได้เป็นชาวพุทธที่เคร่งครัดในศาสนาพุทธมากนัก และต้องบอกว่าการไปยังสังเวชนียสถานทั้ง4 ในครั้งนั้นก็เป็นในเชิงท่องเที่ยวเพื่อเห็น เพื่อรู้เช่นการเดินทางทั่วๆไป ว่าเราหาทางไปเพื่อดูโบสถ์คริสต์เกือบทุกนิกาย ดูมัสยิดมากมาย ก็ควรมีสักครั้งที่เดินทางไปถึงสถานที่อันเป็นต้นกำเนิดแห่งความเชื่อหลักของตัวเอง 
    และเมื่อไปถึงความรู้สึกระลึกถึงพระพุทธเจ้านั้นก็สามารถสร้างความเบิกบาน แช่มชื่น ชื่นชม อย่างนั้นจริงๆ

    ที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เมืองพุทธคยา แผ่กิ่งก้านสาขาครึ้มให้ความร่มเย็น สร้างความสงบแก่เหล่าผู้แสวงบุญที่เดินทางมาจากหลายชาติ หลายภาษา พ้นจากความวุ่นวายและทุกขเวทนาที่รายล้อมอยู่รอบวัด

    ฉันนั่งนิ่งๆเพื่อย้อนนึกถึงวันหนึ่งในอดีตที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้เพื่อนำธรรมจากธรรมชาติอันธรรมดาทั้งปวงมารวบรวมเพื่อสั่งสอนมนุษย์เราอันเป็นหัวใจของศาสนาพุทธ คือ “อริยสัจ4” ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค

    ภายใต้ต้นโพธิ์ และหัวใจที่ใกล้ชิดพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันนั้น นำมาซึ่งความสงบ เยือกเย็น ความตั้งใจทำความดี ฉันเดินวนรอบตามแบบอย่างผู้แสวงบุญคนอื่นที่เดินอย่างเงียบๆ แล้วลงนั่งหลับตาทำสมาธิอยู่นานพักใหญ่ ความรู้สึกเป็นสุขเช่นนี้ทำให้ฉันเดินเข้าออกที่วัดอยู่หลายรอบ และยังเข้ามาฟังพระไทยสวดมนต์เย็นในตอนกลางคืนอีกรอบ มารู้ในตอนสวดเสร็จว่าพระไทยที่มานำสวดเย็นนั้นเป็นพระอาจารย์สมชาย จากวัดป่าสว่างบุญ ซึ่งอยู่ที่แก่งคอย สระบุรี อันเป็นวัดที่ไม่ได้ไกลจากบ้านเลย

    แม้ต้นศรีมหาโพธิ์ต้นนี้ไม่ใช่ต้นเดียวกับที่พระพุทธเจ้าทรงนั่งตรัสรู้แล้ว แต่ก็เป็นผลจากการแตกหน่อจากต้นโพธิ์ต้นเดิม ต้นโพธิ์ถูกตัดบ้าง ทำลายบ้าง หรือเสียหายเพราะธรรมชาติกาลเวลา แต่ในที่สุดจะมีหน่อให้กำเนิดต้นใหม่ขึ้นมาเสมอ อาจเพราะรากต้นโพธิ์กว่าหลายพันปีได้หยั่งรากลึกลงสู่แผ่นดินจนยากจะสลายสิ้น 
    เช่นเดียวกับหลักคำสอนอันเป็นหัวใจของพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าทรงให้ไว้แก่ชาวเราทั้งปวง ซึ่งอาจถูกบิดเบือน ถูกผู้ใช้ศาสนาพุทธในทางที่ผิดทำให้ศาสนาแปดเปื้อน แต่หลักแก่นแท้ และความจริงนั้นยังคงอยู่เสมอ ตราบเท่าที่หัวใจของเราใกล้ชิดกับหลักธรรมอันเป็นความจริงเที่ยงแท้ตัวแทนที่แท้จริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

    ผ่านมาตั้งหลายปีเพิ่งรู้ว่าวันนั้นที่ไปพุทธคยาเป็น”วันต้นโพธิ์” 
    ซึ่งจัดทุกวันที่ 8 ธันวาคม 
    ชาวพุทธจะกล่าวทักทายด้วยคำว่า 
    “Budu saranai!” แปลว่า 
    “may the peace of the Buddha be yours.” – ความสงบสันติของพระพุทธเจ้าจะเป็นของคุณ

    ปล. ต้นพระศรีมหาโพธิ์สำคัญอีก 2 ต้น คือต้นอานันทโพธิ์ เมืองสาวัตถีที่หน่อมาจากต้นแรกปลูกโดยพระอานนท์ และ ต้นชายาศรีมหาโพธิ์ อยู่ที่ประเทศศรีลังกานำหน่อจากต้นดั้งเดิมเช่นกันไปปลูกโดยธิดาของพระเจ้าอโศกมหาราช 245BC(King Asoka’s daughter, the nun Sanghamittra) ทั้งสองต้นยังเติบโตจนทุกวันนี้

    ต้นศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา 9 ธันวาคม 2013
  • เทคนิคหาลูกค้าของตุ๊ก ตุ๊ก Dambulla

    “100 รูปี” สำหรับค่ารถไปส่งที่โรงแรมจากท่ารถ

    คนขับตุ๊ก ตุ๊กเข้ามากุลีกุจอช่วยยกกระเป๋าขณะที่เราลงจากรถบัส บอกราคามา ทำเอาอ้าปากค้างขณะจะสวนต่อราคาออกไป ตามธรรมเนียมที่มักจะโดนบอกราคาสูงกว่าปกติทำให้ต้องต่อราคากันทุกครั้งไป

    100 รูปี 20 บาท จะต่อยังไงวะ เหลือ 50 รูปี 10 บาทก็ดูจะเกินไป เปิดมือถือขึ้นมาดูหรือโรงแรมจะอยู่ตรงนี้ ดูอีกทีก็ 2 กม. ทั่วๆไปก็เปิดมาที่ 500 รูปี ต่อเหลือ 200 รูปี เราก็ไปแล้ว พอเจอแบบนี้ไปแทบไม่เป็นเลย

    งั้นคนนี้คงเป็นคนดี ไม่โก่งราคา ไปก็ได้

    เราช่วยกันขนกระเป๋าขึ้นไปนั่งเบียดเรียบร้อยบนรถ แล้วในที่สุด ก็รู้แล้วว่าทำไมราคาถูก

    ตุ๊ก ตุ๊กเปิดการขายทัวร์ทันที เสนอเหมารถเที่ยว แนะนำสถานที่ต่างๆเพื่อจูงใจให้ใช้บริการของเขา สุดท้าย Gayan คนขับตุ๊ก ตุ๊กก็ได้เงินจากเราไป 4,000 รูปี สำหรับเที่ยว 2 วันที่ Dambulla และ Sigiriya

    • วันแรก – เที่ยววัดถ้ำ Dambulla แล้วไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่ Pidurangala Rock หรือ small rock แล้วส่งกลับที่พักที่เมือง Dambulla
    • วันที่สอง – รับ-ส่งไป Sigiriya ออกแต่เช้า 6.30 น.

    จากเงิน 100รูปี เพื่อโอกาสในการได้เจรจาธุรกิจ

  • นั่งรถไฟชมวิวไร่ชา Ella – Kandy

    เส้นทางรถไฟที่ถูกกล่าวว่าเป็นเส้นที่สวยที่สุดสายหนึ่งของโลก ระหว่าง Kandy-Ella 
    ผ่านไร่ชา หุบเขา น้ำตก ทะเลสาบ หมู่บ้านเล็กๆระหว่างทางของชาวไร่ชา

    ประวัติความเป็นมา

    รถไฟในศรีลังกาก็ยังใช้ระบบเก่า ตั้งแต่สมัยอังกฤษเข้ามาสร้างอาณานิคมเมื่อร้อยกว่าปีก่อน เส้นทางสายนี้สร้างขึ้นเพื่อขนส่งชาจากไร่ เข้ามาส่งยัง Colombo ก่อนจะส่งออกไปทั่วโลกในนามของชาซีลอน (Cylon Tea)

    ผ่านป่า หุบเขา เขียวชอุ่ม
    ชมไร่ชาบนเขาระหว่างทาง

    กลิ่นอายความเก่าแก่ของรถไฟ กับเวลาที่เนิ่นนานชมวิวสองข้างทางผสมไปกับกลิ่นของชาที่อบอวลติดจมูกในตอนเช้าที่เดินเข้าไปในไร่ชาข้างบ้าน ยิ่งแรงมากขึ้นเมื่อเห็นคนงานผิวดำช่วยกันคัดเลือกและใส่ใบชาเข้าไปจนบรรจุออกมาเป็นผงชาหลากชนิด ทำให้การจิบชาครั้งต่อไปคงมีภาพเรื่องราวการเดินทางของชาเข้ามาด้วย

    การจองซื้อตั๋วรถไฟสาย Ella – Kandy

    ปัจจุบันรถไฟสายนี้เป็นสายยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวไปแล้ว บางคนอาจจะนั่งแค่ครึ่งหนึ่ง หรือไม่กี่สถานี เพื่อชมบรรยากาศแต่สำหรับเราผู้ชื่นชอบชีวิตเอ้อระเหย เรื่อยๆ บนรถไฟ จองตั๋วนั่งยาว 7 ชั่วโมงจาก Ella ถึง เมืองKandy สามารถจองตั๋วแบบ Reserved Seat ชั้น 1 (มีแอร์),2,3 ล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ ดูรายละเอียดการซื้อได้ที่ https://www.seat61.com/SriLanka.htm#How_to_buy_tickets มีหลายแบบ แต่เราเลือกใช้บริการ https://www.visitsrilankatours.co.uk/train-tickets-1.html จ่ายเงินทาง Paypal จะได้รับ Email เป็นเลขการจอง แล้วนำไปรับตั๋วได้ที่สถานีรถไฟก่อนรถออก ล่วงหน้ากี่วันก็ได้
    รถไฟชั้น 1 จะเป็นแบบมีแอร์ แต่ไม่สะดวกในการออกมาถ่ายรูป ขอแนะนำเป็นชั้น 2 หรือชั้น 3 ซึ่งจะมีช่วงประตูเปิดระหว่างตู้ให้ออกมาเดินเล่น ถ่ายรูปได้ เราจองไปสองครั้ง พอดีมีเพื่อนมาเพิ่มก็เลยจะจองไปเพิ่มไปอีก ปรากฎว่าชั้น2 ที่จองไปครั้งแรกเต็ม ก็เลยต้องเลือกชั้น 3 พอมานั่งแล้วเราชอบชั้น 3 มากกว่า เพราะขบวนที่เรานั่งเป็นขบวน Ella-Kandy ตู้ชั้นสองจะเป็นแบบนั่งติดกันเหมือนรถทัวร์ 2 ที่นั่งเป็นแถว สายนี้ต้องนั่งแบบโดนลากไปข้างหลัง ซึ่งถ้านั่งจาก Kandy – Ella ก็คงไม่เป็นไร สำหรับชั้น 3 ที่นั่งเป็นแบบมีโต๊ะกลางเล็กๆไว้วางของนั่งหันหน้าชนกัน เหมาะสำหรับไปเป็นกลุ่ม ที่นั่งเบียดๆหน่อย ฝั่งละ 3 คน ..เราแนะนำชั้น3 ตรงบริเวณใกล้ประตูเพื่อสะดวกในการชมวิวและถ่ายรูป ที่นั่งหมายเลข 53-55 ,58-60 และ 63,64 อยู่หัวขบวนสำหรับสาย Ella-Kandy

    หรือจะซื้อแบบ Unreserved Seat ซึ่งมีขายไม่อั้นก่อนรถออกก็ได้ ถ้าชอบความสนุกของการขึ้นรถไฟศรีลังกาที่ต้องแย่งกันขึ้นชนิดที่รถยังไม่ทันจอดก็มีคนกระโจนโหนขึ้นรถไฟเพื่อแย่งที่นั่งกัน แย่งไม่ทันก็ยืนไป ค่าตั๋วไม่แพงประมาณ 175 รูปีและ310 รูปี สำหรับชั้น 3 และชั้น 2 จาก Ella-Kandy ขบวนรถไฟสายนี้ค่อนข้างเข้มงวดในการเดินเข้าออกระหว่างตู้ต่างชั้นกัน และตู้แบบ Reserved กับ Unreserved มีเจ้าหน้าที่คอย่ตรวจและล็อคประตู

    ทริคอีกอย่างหนึ่งสำหรับการซื้อตั๋วรถไฟแบบ Reserved Seat ถ้าไม่จองล่วงหน้าซึ่งมีค่าธรรมเนียม แพงกว่าการซื้อที่สถานี ก็คือถ้าสายต้นทางอย่าง Ella หรือ Kandy เต็ม ให้เช็คสถานีถัดไปเรื่อยๆ เพราะจะมีคนลงระหว่างทาง โดยเฉพาะสถานีใหญ่เช่น Nuwara Eliya นักท่องเที่ยวลงกันเยอะ จนตู้ว่างโล่ง ฉันได้นั่งคนเดียวตั้งแต่สถานีนั้นจนถึง Kandy

    หากวางแผนมาเที่ยวศรีลังกา การนั่งรถไฟขบวนนี้ไม่ควรพลาด อาจจะนั่งสั้นๆ หรือนั่งยาว เพราะวิวที่สวยงามแบบที่หาได้ยากในเมืองอื่น เป็นขบวนที่แนะนำอย่างยิ่งค่ะ

    ระหว่างทางบนรถไฟ

    วันนี้อากาศดี ท้องฟ้าสดใส แดดส่องประกายกับไร่ชาสีเขียวระหว่างทาง มีเมฆขาวคอยบังเแดดแรงขณะที่ล่องลอยผ่านไร่ชาเขียวในหุบเขา นอกจากไร่ชารถไฟยังพาเราผ่าน ป่าไม้หนาทึบ น้ำตก ทะเลสาบ แม่น้ำ สะพานเหล็กเก่าที่พาดผ่านเป็นทางรถไฟ ฉันเห็นบ้านหลังเล็กของชาวไร่ระหว่างทาง คล้ายวิถีชีวิตริมทางรถไฟที่เมืองไทย คนข้างทางยกมือทักทายกับคนบนรถไฟเมื่อต่างฝ่ายสบตากัน
    การบอกว่าเส้นทางนี้เป็นทางรถไฟที่สวยที่สุดสายหนึ่งก็ไม่ผิดนัก เพราะนอกจากวิวสวย ยังมีชีวิตชีวาให้ได้ชมด้วย

    บนรถไฟมีผลไม้ ขนมทอด และน้ำที่ชาวบ้านใส่ตะกร้าขึ้นมาเดินขาย ฉันซื้อซาโมซ่าจากลุงคนขายที่มานั่งพักฝั่งตรงข้ามที่นั่งของฉัน เขาชายให้ฉัน 3 ชิ้น 150 รูปี แต่อีกสักพักฉันเห็นคนศรีลังกาจ่ายไปแค่ 3 ชิ้น 100 รูปี :(

  • ทริปพิชิต 2 ยอด Lobuche East Peak และ Island Peak [13 เม.ย. 19- 4 พ.ค.19]

    สำหรับผู้รักการผจญภัย เมษาปี 2019 ไปด้วยกัน 
    [ทริปพิชิต 2 ยอด Lobuche East Peak และ Island Peak ,Nepal 13 เม.ย. – 4 พ.ค.]

    “ขอเฉพาะคนที่เคยเดินเขาสูง 4000 เมตรขึ้นไปเท่านั้น ค่าใช้จ่าย แพงหน่อย และใช้เวลานาน 3 อาทิตย์ ฟิตร่างกายเยอะ ๆ ต้องใช้ทั้ง กำลังแขน กำลังขา”

    อ่านรายละเอียดทริป Lobuche East Peak & Island Peak summit ได้ที่

    http://forum.trekkerhut.com/index.php?topic=1610.0

  • วิถีเชียงคานที่ค่อยๆเปลี่ยนไป

    เรามาถึงเชียงคานในวันอากาศร้อนเปรี้ยงของฤดูฝนที่พื้นที่ทั่วไปเขียวชอุ่มของทุ่งนาและความสดชื่นของต้นไม้บนภูสูงรอบๆเชียงคาน

    เมืองเล็กๆริมแม่น้ำโขง กลายเป็นจุดหมายปลายทางอีกแห่งที่มีชื่อเสียงของเมืองเลย จังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวเป็นภูสูงหลายแห่ง เมืองริมแม่น้ำกับวิถีชีวิตเรียบง่ายกลายเป็นจุดขายที่คนเมืองวิถีชีวิตเร่งรีบอยากมาสัมผัส หรือย้อนรำลึกถึงบ้านเก่าๆแบบที่เคยวิ่งเล่น เคยเห็นในวัยเด็ก

    การผันตัวเองจากหมู่บ้านเล็กๆริมแม่น้ำโขง ที่ทำการเกษตร ประมงจับปลาในแม่น้ำ มาเป็นเมืองท่องเที่ยว ทำให้วิถีชาวบ้านเปลี่ยนไป และทำรายได้มากกว่าวิถีชีวิตแบบเดิม ชาวนาหลายคนเปลี่ยนอาชีพที่สองจากการเป็นนางรำมาเป็นหมอนวด ร้านค้า บ้านเก่าถูกปรับปรุงให้เป็นที่พักโดยพยายามคงรูปแบบบ้านเรือนแบบเก่าเอาไว้ แต่ก็เริ่มถูกแทรกด้วยอาคารตึก เดินไปเดินมาหลายรอบ สังเกตว่าคนในชุมชนมีความพยายามรักษาวิถีแบบเก่าๆให้ผสมผสานกับความเจริญแบบใหม่ ด้วยการไม่ปล่อยให้ร้านสะดวกซื้อ 7–11 , Tesco lotus มาตั้งร้านขายของบนถนนคนเดินแหล่งใจกลางหัวใจของเชียงคาน แต่ให้ไปตั้งอีกถนนหนึ่งด้านนอกที่ขนานไม่ไกลกัน

    ถนนคนเดินเชียงคานยามเช้า

    ถนนสายเล็กๆ แม้ไม่ได้ห้ามรถวิ่ง แต่ก็มีรถไม่มากนักใช้เส้นทางนี้จนน่าอึดอัดเกินไป เราเดินเล่นถ่ายรูปกลางถนนกันยังได้ไม่น่าเกลียด

    ภาพคนเฒ่า คนแก่ คนในชุมชนใช้จักรยานรุ่นเก่าเป็นยานพาหนะขี่ไปซื้อของทักทายพูดคุย ร้านขายของดั้งเดิมยังเปิดขายพวกผ้าถุง ผ้านุ่งโดยคนมีอายุ ทำให้ได้กลิ่นอายความพื้นบ้านแท้ๆที่ไม่ประดิษฐ์ หวังว่าชีวิตและร้านค้าเหล่านี้จะไม่หายไปกับกาลเวลาและความจูงใจของเม็ดเงินสูงๆ กลายเป็นโรงแรม หรือร้านขายของแบบอื่นซึ่งไม่ได้มาจากท้องถิ่นดั้งเดิม จนเสียความเป็นตัวเองของเชียงคาน

    เชียงคานยังมีภูเขา ทุ่งนา ป่าไม้. แม่น้ำ สายหมอก ลมฝน และแสงอาทิตย์แรงกล้า ที่คนท้องถิ่นควรจะหวงแหนไว้ เนื่องจากทั้งหมดนี้สร้างวิถีชีวิตของคนเชียงคานให้มีความเรียบง่ายและน่าสนใจจนนำพาให้มีผู้คนต่างถิ่นอยากมาเยือนสักครั้ง

    แก่งคุดคู้ แต่ในเดือนกรกฎาคมซึ่งเป็นฤดูฝนน้ำเต็มแม่น้ำมองไม่เห็นเกาะแก่ง ฝั่งตรงข้ามเป็นประเทศลาว