Nim Journey

A Legend of Travel

  • จินตนาการกับดาวบนฟ้า กลุ่มดาวโอไรอัน

    จินตนาการสุดล้ำต้องยกให้ชาวกรีกยุคก่อน


    ออกไปตั้งแค้มป์ เงยขึ้นไปดูดาวบนท้องฟ้า ที่ส่องสว่าง เป็นกลุ่มบ้าง กระจายบ้าง เรียงตัวกันบ้าง เคยใช้กระดาษดูดาวสมัยเด็กๆ นอนมองท้องฟ้ายามค่ำคืน เค้าจะโยงเป็นรูปต่างๆ ให้นึกทึ่งในความช่างคิดขีดเส้นกลุ่มดาวมาเป็นรูปร่างต่างๆ และแต่งเติมด้วยเรื่องเล่าให้รู้สึกว่าท้องฟ้านั้นแสนบรรเจิดเพริดแพร้ว ล่องลอย เหนือจริง คงทน ตลอดกาล เพราะเทพต่างก็สิงสถิตย์อยู่บนฟ้าที่ลึกลับ ดำมืด ปรากฎตัวให้เห็นเพียงจุดสว่างวิบวับ

    สมัยนี้เงยหน้าไปบนท้องฟ้าดูผ่าน app เพิ่มความตระการตากับรูปและรายละเอียดที่หมุนเปลี่ยนเมื่อเราหันไปรอบตัวอย่างทันใจจนน่าเวียนหัวรูปสวยงามขึ้นแต่รู้สึกถึงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากกว่าจินตนาการ เพราะชื่อที่ดาวที่ละเอียด แต่ไม่น่าจดจำ ขาดเรื่องราวให้จินตนาการสำหรับคนทั่วไปแบบ Q4 งี้

    ฉันรู้สึกว่าความบริสุทธิ์ ความเป็นอมตะของท้องฟ้าค่อยๆหายไปเมื่อเทียบกับสมัยก่อน ขณะที่กลุ่มดาวเทพเจ้าทั้งหลายคงกำลังรำคาญกับดาวเทียมที่ส่องแสงแข่งกันบนท้องฟ้า และแสงไฟจากเครื่องบินที่บินพาดผ่านไปมาบนท้องฟ้า

    Orion กลุ่มดาวนายพราน
    กลุ่มดาว Orion หรือกลุ่มดาวนายพราน จาก app Star walk2

    ดาวเรียงกัน 3 ดวง โดดเด่นอยู่ในกลุ่มที่มักจะเห็นสะดุดตาบนทัองฟ้าหน้าหนาวทางทิศตะวันออกยามหัวค่ำ เป็นเพียงแค่เข็มขัดของนายพรานในกลุ่มดาว Orion

    โอไรอัน (Orion) เป็นบุตรของเทพโพไซดอน เทพเจ้าแห่งท้องทะเล กับยูเรียล ราชินีผู้เป็นมนุษย์แห่งลุ่มแม่น้ำอเมซอน เขาจึงเป็นเพียงมนุษย์ แต่ก็เป็นนายพรานที่มีฝีมือ รูปร่างงามสง่า กล้าหาญ มีสุนัขคู่ใจชื่อ ซีรีอุส (Sireus)
    โอไรอัน พบรักกับ “อารีทีมิส” เทพแห่งดวงจันทร์และการล่าสัตว์ น้องสาวของ “อะพอลโล” เทพแห่งดวงอาทิตย์ ซึ่งไม่ชอบใจเพราะ โอไรอัน มีฐานะเพียงแค่มนุษย์ จึงวางแผนกำจัดโดยร่วมมือกับ”มหาเทพซุส” ผู้เป็นบิดา จัดประลองความสามารถให้ต่อสู้กับสิงโตใหญ่ดุร้าย
    โอไรอันสามารถเอาชนะสิงโตได้ แต่กลับถูกแมงป่องพิษที่แอบซ่อนในสิงโตต่อยจนตายตามแผนของอะพอลโล ทำให้อาร์ทีมิสเสียใจมาก
    มหาเทพซุส เสียใจที่ลูกสาวโศกเศร้า เอาแต่ร่ำไห้ จึงชดเชยด้วยการส่งวิญญาณของโอไรอันขึ้นไปบนท้องฟ้า พร้อมกับซุรีอุส สุนัขคู่ใจ กลายเป็น กลุ่มดาวนายพราน (Orion) และกลุ่มดาวสุนัขใหญ่ อยู่บนท้องฟ้า พร้อมทั้งให้กลุ่มดาวทั้งสองนี้อยู่ห่างไกลจากกลุ่มดาวแมงป่อง ซึ่งจะไม่เคยปรากฎบนท้องฟ้าพร้อมกัน

    จำได้ว่าเห็นและรู้จักกลุ่มดาวนี้ครั้งไปนอนเล่นบนเกาะช้างสมัยวัยรุ่น เราต่างเล่นน้ำ มองดูดาวแล้วเลือกดาวประจำตัวเพื่อจะได้มีดาวเป็นของตัวเอง ดาวโอไรอัน (Orion) ที่มีดาวเล็กส่องสว่างเรียงกัน 3 ดวง จึงเป็นกลุ่มดาวที่ฉันมองหาทุกครั้งที่เงยหน้ามองฟ้ายามค่ำคืน

  • อากาศไม่เป็นใจที่  Laguna Torre

    “I’d rather be hiking in the rain , than sitting inside at a desk on sunny day. “

    —- ไม่จริงหรอก🤣 อ่านแล้วนึกถึงวันที่ไปเดิน Laguna Torre ฝ่าสายฝนแล้วพกความผิดหวังกลับมาหลังจากเดินไกลตั้งหลายชั่วโมง และยิ่งนึกว่าเดินทางข้ามโลกมาเจอหมอกขาวแบบนี้นี่นะ😅 —F A I L

    (เพิ่มเติม…)
  • สีสันเยาวราชยามเย็น เดินเล่นคลองโอ่งอ่าง

    ขณะที่ทั่วโลกยังปิดๆเปิดๆกับสถานการณ์โควิด 19 ตามข่าวขณะนี้ที่อเมริกาติดกันวันละแสนคน ฝรั่งเศสกลับมาเข้มงวดอีกรอบ แม้จะยังเบาใจกันไม่ได้ เพราะเราต่างรู้ว่าโควิดยังอยู่กับเรา และวัคซีนก็ยังไม่เรียบร้อย 100% แต่สถานการณ์ของไทยก็ยังเบากว่าที่อื่นๆ เพราะความร่วมมือของทุกคน และความใส่ใจจากหน่วยงานต่างๆในช่วงที่ผ่านมา เวลาปลายปีที่อากาศร้อนเบาลง ก็ทำให้คนไทยได้ออกมาผ่อนคลายเดินเล่น คลายเครียดกับเรื่องต่างๆนานาที่ถาโถมเป็นระยะ

    เยาวราชตอนห้าโมงเย็น

    เราเอารถไปจอดที่ตึกจอดรถของวัดตรงข้ามภัตตาคารตั้งใจอยู่ แล้วออกมาเดินเล่นหาของกินก่อนจะไปเที่ยวคลองโอ่งอ่างที่กำลังดังขณะนี้

    วันอาทิตย์เย็น มีร้านอาหารมากมาย บรรยากาศคึกคักที่ขาดหายไปในชีวิตช่วงหนึ่งกลับมา ร้านค้า ร้านอาหารมาตั้งร้าน ขณะที่บางร้านมีลูกค้ามายืนต่อคิวรอซื้ออาหารอร่อย มีชื่อ สองข้างทางฟุตบาทมีสีสัน ขีวิตชีวา ขณะนี้ไฟห้างร้านยังไม่เปิดแต่เรารู้ว่าความคึกคักคืนนี้ดูน่าจะสนุกเหมือนเช่นวันเก่าๆ แต่จะเดินได้สนุกกว่าครั้งก่อนที่เคยมา เพราะมีแค่คนไทย ไม่ตัองยัดเยียดไปกับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากมายเช่นวันก่อน เวลานี้แค่คนไทย สีสันเยาวราชก็เบ่งบานน่าชื่นใจ

    เราเลือกเดินลัดเลาะข้ามถนนกลับมาทานอาหารที่เพื่อนชี้ให้ดูตอนขับรถผ่านมาว่าเป็นร้านอาหารจีนแนวใหม่ จัดร้านสวยๆ และติดแอร์น่านั่ง แม้เป็นเดือนพฤศจิกายน เข้าหน้าหนาว แต่อากาศของไทยยังอบอ้าวจนฉันเองต้องถือพัดลมติดมือตลอดเวลา งั้นการเลือกร้านอาหารติดแอร์ นั่งสบายๆจึงเป็นทางเลือกที่เราทุกคนต่างเห็นดีงาม

    ร้านหลงโถว เยาวราช

    ร้านหลงโถว เป็นร้านห้องแถวขนาดหนึ่งห้อง หน้าร้านมีตู้รับบัตรคิวอัตโนมัติ ฉันเห็นคนนั่งรอหน้าร้านสองสามคน แต่เมื่อเรากดบัตรคิว แล้วเลือกแบบนั่งด้านบน ก็ได้คิวทันที

    ภายในร้านเพดานสูง แม้จะมีชั้นลอยด้านลึกข้างใน แต่ร้านตกแต่งใหม่ให้น่าสนใจด้วยการทำเป็นที่นั่งชั้นสองอยู่ด้านหน้าครึ่งซ้าย ทำบันไดขึ้นเล็กๆระหว่างที่นั่งชั้นล่าง ไม่เพียงเท่านั้นยังเพิ่มเติมสีสันสีเขียวและรูปวาดนกยูง กระต่าย แบบร้านจีนยุคใหม่แนวเซี่ยงไฮ้ที่เข้ากันกับถนนเยาวราช ย่านไชน่าทาวน์ของไทย

    นอกจากร้านสวยๆ รูปอาหารที่มีไม่กี่อย่างเป็นประเภทข้าวอบหม้อดิน ชุดข้าวต้ม และติ่มซำของทอด ก็จัดชุดสวยงามน่าทาน น่าถ่ายรูปเข้ากับความนิยมที่ชอบรูปสวยมาก่อน แต่ร้านนี้จูบก็หอมเพราะรสชาติก็ดีไม่น่าเกลียด แต่ต้องบอกว่าคงไม่เหมาะกับผู้ที่นิยมรสชาติ ปริมาณเป็นหลัก

    จากนั้นเดินไปขึ้นรถไฟใต้ดิน mrt สถานีวัดมังกรไปลงสถานีสามยอด เพื่อไปเดินเล่นริมคลองโอ่งอ่าง ซึ่งกำลังโปรโมทเป็นที่เดินเล่นหลังจากใช้เวลาปรับปรุงพื้นที่เก่าที่เคยถูกรุกล้ำขายของมาเป็นเวลานาน ทุกอย่างมาพร้อมกันในเวลาที่ถูกจังหวะ ด้วยการเดินทางที่สะดวก มีสถานที่สวยๆเก่าๆ แต่ปรับปรุงสะอาดเรียบร้อยเป็นที่พักผ่อนสบาย ราคาไม่แพง เด็กๆผู้ใหญ่ เดินลัดเลาะตามคลอง ฉันซึ่งไม่คุ้นเคยกับที่แห่งนี้มากนัก ก็เพิ่งรู้ว่าตามทางคลองโอ่งอ่างนึ้นอกจากเป็นตลาดคลองถมเก่า ใกล้วรจักรยังตัดผ่านสำเพ็ง พาหุรัดอีกด้วย คลองที่ปรับปรุงเป็นทางเดินพักผ่อน ยังทำประโยชน์ให้กับชาวบ้านที่มีที่อยู่อาศัยเปิดหลังบ้าน บริเวณครัวของตัวเองออกมาขายอาหาร สร้างรายได้เสริมให้กับเด็กๆในบ้านออกมาหัดค้าขายเล็กๆน้อยๆ เป็นอีกแบบหนึ่งที่รู้สึกว่าได้สัมผัสความเป็นอยู่ของชุมชนมากกว่าตลาดบางแห่งที่เปิดมาแล้วก็เกณฑ์พ่อค้าแม่ค้าเร่ที่รวมตัวกันมาขายของ จนเดี๋ยวนี้รู้สึกว่สตลาดนัดไหนๆก็เหมือนกันไปหมด ขาดความเป็นเอกลักษณ์ของขุมชนนั้นๆ

    คลองโอ่งอ่าง ฉันว่ายังไม่ใสเอี่ยมเหมือนโฆษณา แต่ก็สะอาดมากและเป็นการเริ่มต้นที่ดี
    รูปวาดตามผนังตลอดทางเดิน กับคนที่ออกมาเดินเล่น มีการแสดงเปิดหมวกเป็นระยะ
    บางบ้านปรับหลังบ้านซึ่งเป็นครัวเป็นร้านขายอาหารเล็กๆให้คนที่มาเดินเล่นผ่านไปมา และร้านอาหารมีชื่อย่านนี้ก็มีให้แวะชิมไม่น้อย
    คลองมักจะเป็นแหล่งชุมชนเก่าแก่ของคนสมัยก่อน เพราะชีวิตขึ้นกับสายน้ำในการสัญจร ใช้บริโภค ก่อนจะความไม่พอดี และเห็นแก่ตัวจนทำให้คลองเกิดน้ำเน่าเสีย ถูกบดบัง น่าดีใจที่ได้ฟื้นฟูกลับมา วันนี้ทุกอย่างดีไปหมด เสียดายอย่างเดียวที่อากาศร้อนไปหน่อย

    เดินเล่น ถ่ายรูป เสร็จแล้วนั่งรถ mrt กลับมาเยาวราชอีกครั้ง เราได้เห็นความคึกคักมากขึ้น แสงสีบนเยาวราชสว่างไสว สดใส ผู้คนมากหน้าหลายตา มีช่วงแออัดยัดเยียดเพราะร้านมีชื่อเช่นร้านขายปลาหมึกย่างเจ้าดังมีลูกค้าต่อคิวยาวเหยียด ฉันใส่แมสก์บ้าง ถอดบ้าง ยอมรับว่าอึดอัดเหมือนกันถ้าใส่ตลอดเวลา ฉันคิดว่าหลายคนก็คงไม่ต่างกัน แต่เชื่อว่าเราต่างระแวดระวัง เพราะทุกคนก็อยากจะใช้ชีวิตอย่างที่ควรเป็นมากกว่าต้องกลับไปถูกบังคับให้ขังตัวอยู่บ้านอย่างเข้มงวดอีกครั้ง

    เยาวราช สีสันยามค่ำคืนความสุข สำหรับคนไทยช่วงโควิด
  • หลักการไม่ทิ้งร่องรอย 7 ประการ (The Leave No Trace Seven Principles)

    หลักการไม่ทิ้งร่องรอย 7 ข้อ เป็นข้อปฏิบัติง่ายๆสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเที่ยวกลางแจ้ง ที่ห่างไกล ในถิ่นทุรกันดาร เช่นการเทรคกิ้ง เดินป่า เดินเขา ซึ่งยังมีสภาพป่าที่สมบูรณ์ หลักการนี้ใช้เพื่อช่วยกันดูแลรักษาให้ธรรมชาติยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ลดผลกระทบจากการเข้าบุกรุกพื้นที่ของคนต่อธรรมชาติที่ต้องอยู่ร่วมกัน

    ใครควรใช้หลักการไม่ทิ้งร่องรอยเจ็ดประการ

    หลักการไม่ทิ้งร่องรอย 7 ข้อ เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่ใช้พื้นที่ในแถบทุรกันดารระยะไกล (BACK COUNTRY) ซึ่งโดยทั่วไปคือผู้ที่เดินทางระยะไกลเข้าป่า เพื่อตั้งแคมป์ค้างคืน แต่ก็เหมาะสมสำหรับนำมาปรับใช้กับสถานที่เข้าถึงง่ายโดยรถยนต์ (FRONT COUNTRY) ได้เช่นกัน เช่นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวแบบ ONE DAY TRIP, เที่ยวปิกนิก ,การวิ่งเทรล , การตั้งแค้มป์คาร์ แม้แต่การเดินเล่นในสวนใกล้บ้านของเรา

    หลักการไม่ทิ้งร่องรอยเจ็ดประการมีอะไรบ้าง

    วางแผนล่วงหน้าและเตรียมความพร้อม PLAN AHEAD AND PREPARE


    เพื่อหลีกเลี่ยง หรือลดความเสี่ยงในการเผชิญกับปัญหา ควรศึกษาข้อมูลและเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทาง
    • ศึกษากฎระเบียบ ข้อบังคับของสถานที่ และสิ่งที่ต้องป้องกันของสถานที่ที่ไปเยือน
    • เตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เลวร้าย อันตราย และเหตุฉุกเฉิน
    • ตรวจสอบช่วงเวลาที่เดินทาง หลีกเลี่ยงช่วงที่มีการใช้งานสูง หรือพลุกพล่านเกินไป
    • ถ้าเป็นไปได้ให้ท่องเที่ยวแบบกลุ่มเล็ก เพื่อความคล่องตัว
    • เตรียมอาหารเท่าที่จำเป็นเพื่อลดขยะ ของเสีย
    • ศึกษาการใช้แผนที่ เข็มทิศ เพื่อลดการเขียนมาร์คบนหิน ต้นไม้

    เดินทางและตั้งแคมป์บนพื้นที่ปลอดภัยแข็งแรง TRAVEL AND CAMP ON DURABLE SURFACES


    สำรวจหาพื้นที่ตั้งแค้มป์กางเต็นท์ที่ปลอดภัยแข็งแรง เช่น ที่ตั้งแค้มป์ที่จัดไว้ บนหินกรวด หญ้าแห้ง หรือบนหิมะ แม้กระทั่งบนเส้นทางเดินเทรลที่ไม่ขวางทาง
    • บริเวณที่ตั้งแค้มป์ควรอยู่ห่างจากทะเลสาบ หรือลำธารอย่างน้อย 70 เมตร (200 ฟุต)
    • หลีกเลี่ยงการตั้งเต็นท์ใกล้ต้นไม้ใหญ่
    • พยายามใช้พื้นที่ให้น้อยที่สุด หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีพืชพันธ์ไม้
    • ควรเดินในเส้นทางที่จัดไว้ แม้ว่าจะเปียกหรือเป็นโคลน เพื่อไม่รุกรานพื้นที่ของพืชพันธ์ธรรมชาติริมทางเพิ่มเติม
    • อย่ารุกพื้นที่ที่ไม่เคยมีการตั้งแค้มป์ หรือเป็นทางเดิน เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ

    รู้จักการกำจัดขยะอย่างถูกต้อง DISPOSE OF WASTE PROPERLY

    • นำเข้าไปแค่ไหน ให้นำออกมาให้หมด ตรวจสอบขยะรวมทั้งอาหารที่หกเลอะเทอะ และนำออกมาจากพื้นที่แค้มป์ ให้มั่นใจว่าเมื่อออกมาแล้วสถานที่นั้นสะอาดมากกว่าเมื่อเข้าไป
    • ขุดหลุมลึก 6-8 นิ้ว ห่างจากริมน้ำ ลำธารอย่างน้อย 70 เมตร (200 ฟุต) เพื่อกำจัดอุจจาระ ของเสียส่วนตัว (บางพื้นที่อาจมีกฎให้ถ่ายในถุงและนำออกมาด้วย)
    • ในป่า พื้นที่ห่างไกล ทุกครั้งเมื่อทำธุระส่วนตัวเรียบร้อย การใช้กระดาษชำระไม่ว่าแบบเปียกหรือแห้งควรเก็บใส่ขยะ แล้วนำออกมาเพื่อทิ้งกำจัดด้านนอกหลังจากออกจากพื้นที่ตั้งแค้มป์กางเต็นท์
    • ในการอาบน้ำหรือล้างจานให้ห่างจากลำธารอย่างน้อย 70 เมตร หรือ 200 ฟุต ควรใช้สบู่ที่ย่อยสลายในปริมาณเล็กน้อย

    ทิ้งสิ่งที่พบให้อยู่ที่เดิม LEAVE WHAT YOU FIND


    ดังที่ว่า “เก็บไปเพียงความทรงจำ ทิ้งไว้เพียงรอยเท้า”
    • รักษาไว้ เพื่อคนรุ่นหลัง ดูแต่ไม่แตะต้อง ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งของ
    • อย่านำทุกสิ่งออกมา แต่ให้มันได้อยู่ในที่ของมันไม่ว่าจะเป็นก้อนหิน พันธ์พืช หรือสิ่งของตามธรรมชาติทุกอย่างที่พบ
    • นอกจากไม่นำออกมา แล้วก็ต้องหลีกเลี่ยงการนำสิ่งแปลกปลอมจากพื้นที่อื่นเข้าไป เช่นควรทำความสะอาดพื้นรองเท้า ระวังการทิ้งเปลือกผลไม้ต่างถิ่น
    • อย่าสร้างสิ่งก่อสร้างเพิ่มเติมจากสิ่งที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ โต๊ะที่นั่ง หอสังเกตการณ์

    ระมัดระวังการก่อกองไฟ การใช้ไฟ MINIMIZE CAMPFIRE IMPACTS (BE CAREFUL WITH FIRE)

    การนั่งคุยรอบกองไฟ การทำอาหาร เป็นกิจกรรมสังสรรค์ที่สร้างความบันเทิงใจในการตั้งแคมป์ แต่ก็เป็นกิจกรรมที่อันตรายอย่างมากต่อพื้นที่ป่าไม้ที่ห่างไกล อาจจะทำให้พื้นที่ป่าเสียหายจากไฟไหม้ และทำลายบริเวณที่มีพันธ์พืชหากก่อไฟบนพื้นหญ้า
    • ควรก่อไฟบนอุปกรณ์เตา  ไม่ก่อไฟบนพื้นดินหรือพื้นหญ้าโดยตรง
    • ใช้ไฟเท่าที่เพียงพอ กองไฟเล็ก ใช้เศษไม้จากพื้นดินที่สามารถหักได้ด้วยมือ
    • เผาไม้และถ่านให้เป็นขี้เถ้า ดับไฟให้หมดจากนั้นโปรยขี้เถ้าเย็นๆ หลังจากใช้งานเรียบร้อย
    • อย่านำฟืนมาจากบ้าน เพราะอาจทำให้เกิดศัตรูพืช และโรคใหม่ๆเข้ามาในพื้นที่ ควรซื้อจากแหล่งในพื้นที่

    เคารพสัตว์ป่า RESPECT WILDLIFE

    หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้นอย่างคาดไม่ถึง
    • ชมสัตว์ป่าจากระยะไกล อย่าติดตามหรือเข้าใกล้มากเกินไป
    • ห้ามให้อาหารสัตว์ การให้อาหารสัตว์เป็นการทำลาย และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์ป่า ทำให้สัตว์เหล่านี้เข้ามาขอ คุ้ยเขี่ยอาหาร และอาจทำอันตรายต่อคนได้
    • ปกป้องสัตว์ป่า และอาหารของเราด้วยการจัดเก็บให้เรียบร้อยและแน่นหนา
    • ไม่ควรนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในพื้นที่ป่า หรือพื้นที่ห่างไกล
    • หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สัตว์ป่าในช่วงเวลาที่อ่อนไหว เช่นขณะผสมพันธ์ ทำรัง หรือเลี้ยงลูก

    เกรงใจผู้อื่น ๆ Be considerate of other visitors

    ยึดหลักการ “ปฏิบัติต่อผู้อื่นในแบบที่คุณต้องการได้รับการปฏิบัติ”
    • เคารพผู้อื่นเสมอ
    • มีมารยาท ให้เกียรติผู้ร่วมทาง ไม่ขวางทางในการใช้ทางร่วมกัน
    • ให้ทางกับลูกหาบ คนขนของ และสัตว์ที่กำลังสัญจรขนของเช่นม้า ล่อ จามรี
    • หยุดพักและตั้งแคมป์ให้ห่างจากเส้นทางสัญจรและผู้อื่น ๆ หากมีพื้นที่เหมาะสมเพียงพอ
    • หลีกเลี่ยงการทำให้เกิดเสียงดัง สร้างความรำคาญ ท่ามกลางธรรมชาติควรอยู่กับให้เสียงของธรรมชาติ
    • หากจำเป็นต้องนำสัตว์เลี้ยงไปและสถานที่นั้นอนุญาต ต้องดูแลไม่ให้ไปรบกวนผู้อื่น
    ที่มา : https://lnt.org/why/7-principles/
  • แรดอินเดีย นอเดียว

    แรดอินเดียเป็นสัตว์ที่เกือบจะสูญพันธ์ เคยอาศัยอยู่ทั่วไปในเขตอินเดีย เนปาล ภูฎาณ ปากีสถาน และพม่า แต่ปัจจุบันเหลือพบอยู่เพียงเขตประเทศอินเดีย และที่ราบ Terai ของเนปาล ข้อมูลในปี 2005 เหลือพบอยู่ประมาณ 2500 ตัว แต่จากความตื่นตัวเพื่อรักษาประชากรแรดอินเดียไม่ให้สูญพันธ์ จึงได้พยายามขยายพันธ์ุและอนุรักษ์ไม่ให้มีการล่า จนปัจจุบันมีประชากรแรดประมาณ 3500 ตัว ในประเทศอินเดีย และเนปาล พื้นที่ที่มีแรดอินเดียอยู่มากที่สุดอยู่ที่อุทยานแห่งชาติจิตวัน ประเทศเนปาล ซึ่งมีประชากรแรดประมาณ 600 ตัว

    แรดอินเดียมีลักษณะเด่นคือตามลำตัวจะเหมือนเกราะหุ้ม ซึ่งเป็นรอยพับของแผ่นหนังที่หนาเห็นได้ชัดเจน รอยพับนี้ช่วยในการปรับอุณหภูมิภายในตัวแรด และป้องกันในการต่อสู้ รวมทั้งป้องกันตัวเองจากแมลง ความแข็งแรงของแผ่นหนังนี้ มนุษย์เคยนำมาใช้เป็นโล่ห์ป้องกันในการต่อสู้

    (เพิ่มเติม…)