กลับมาย้อนรำลึกความหลังเมื่อปีที่แล้วกันดีกว่า กับประเทศหินสีชมพูสวยหวานที่จอร์แดน แต่คราวนี้ไปอีกด้านหนึ่งที่แสนแห้งแล้วเปล่าเปลี่ยว ทางทิศตะวันออกของประเทศ ว่ากันที่จริงบริเวณแห่งนี้ เป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของจอร์แดนซะด้วยซ้ำ เป็นดินแดนแห้งแล้ง ที่ร้อนระอุในเวลากลางวัน มีประชากรต้นไม้ บ้านเรือน ผู้คน น้อยมาก แถบนี้วิ่งไปจนสุดขอบมีชายแดนติดกับอิรัก และซาอุดิอาระเบีย ในอดีตที่ผ่านมา แทบจะไมมีความสำคัญใดๆ เลย ทั้งไม่ใช่เส้นทางการค้า หรือมีความสำคัญในแง่ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ แต่ที่นี่ก็ยังเป็นดินแดนของชาวทะเลทรายเบดูอิน ชาวเผ่าเร่ร่อนในทะเลทรายที่เป็นส่วนหนึ่งที่นับถือศาสนาอิสลาม ดังนั้นแม้จะไม่มากมายนัก แต่เราก็ยังได้เห็นส่ิงก่อสร้างในอดึตกระจัดกระจายอยู่ห่างๆ ในทะเลทรายแห้งแล้งที่นี่
(เพิ่มเติม…)-

-

อาหารเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่นักเดินทางอย่างพวกเรามักไม่พลาดที่จะลองลิ้มชิมรสในแต่ละประเทศที่ได้ไปเยือน นอกจากจะได้สัมผัสเมือง ผู้คน และวัฒนธรรมแล้ว รสชาติอาหารท้องถิ่นก็นับเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำไม่น้อยไปกว่ากัน
(เพิ่มเติม…) -
หากพูดถึงการจัดกระเป๋าเดินทางไปจอร์แดน หลายคนอาจนึกถึงเสื้อผ้าสีทะเลทราย หมวก หรือรองเท้าสำหรับเดินเที่ยวโบราณสถาน แต่สำหรับฉัน สิ่งแรกๆ ที่หยิบใส่กระเป๋าคือชุดว่ายน้ำ ใช่ค่ะ คุณอ่านไม่ผิด! นี่เป็นครั้งแรกเลยทีเดียวที่ชุดว่ายน้ำถูกเตรียมไปต่างแดนพร้อมกับความตื่นเต้น เพราะทะเลสาบเดดซีเป็นเป้าหมายสำคัญของการเดินทางครั้งนี้ ฉันอยากสัมผัสประสบการณ์อันน่ามหัศจรรย์ของการลอยตัวในทะเลที่เค็มที่สุดในโลกให้ได้สักครั้งในชีวิต
(เพิ่มเติม…) -
Umm Qais ตั้งอยู่ห่างจากกรุงอัมมานไปทางเหนือประมาณ 110 กิโลเมตร ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ แต่ยังเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงาม จากที่นี่สามารถมองเห็นแม่น้ำยาร์มุก (Yarmouk River) ที่ราบสูงโกหร่าน (Golan Heights) และทะเลสาบไทบีเรีย (Lake Tiberias) อย่างชัดเจน
(เพิ่มเติม…) -
ทุกครั้งที่ตั้งใจเดินทางมายังดินแดนอันแห้งแล้งกลางทะเลทราย มักจะมีคำถามวนเวียนอยู่ในใจเสมอว่าชอบหรือไม่ชอบ ควรมาหรือไม่ควรมา สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจได้ทุกทีว่า เอาเถอะ มันน่าจะดีกว่าไม่ได้มา
(เพิ่มเติม…)
