ดูเหมือนการเดินทางที่แท้จริงของเรายังไม่เริ่มขึ้น ยังคงวุ่นวายกับการเดินทางต่อไป วันนี้ไปเฉิงตู ประตูสู่จิ่วไจ้โกวกันค่ะ
หลังจากโซซัด โซเซที่ฉงชิ่ง อยู่หลายชั่วโมง ถือไปว่าเป็นซิตี้ทัวร์เล็กๆชมตลาดค้าส่งของเมืองฉงชิ่งไป แล้วเพื่อไม่ให้วันในฉงชิ่งดูว่างเปล่า เราเติมสีสันด้วยการนั่งเรือชมแม่น้ำแยงซีในยามค่ำคืนสำหรับวันแรกของเรา (แต่ถ้าอยากชมแม่น้ำแยงซีเกียง ทั้งหมดจริงๆ ต้องมีเวลา 3-4 วัน นั่งนอนในเรือซึงมีให้บริการอยู่มากมาย สามารถติดต่อหาได้ไม่ยากจากที่พักที่เราเข้าไปพักได้เลยค่ะ)
-
-
และเมื่อสอบถามกับคุณน้องๆ พนักงานของโรงแรม เธอถามพวกเราว่ามายังไง เราตอบว่าเดินมาจากสถานีรถไฟใต้ดิน เธอตกใจแล้วบอกว่า “ดีที่สุด ควรมากับแท็กซี่นะคะ” “You are crazy มากๆ”
(เพิ่มเติม…) -
-

เริ่มต้นเช้าวันใหม่แบบงง ๆ ตั้งแต่ยังไม่ทันลืมตาดี เพราะดันไปเข้าใจว่ามีนัดออกเดินทางตอน 7 โมงเช้า อัลตาฟประกาศชัดตอนเย็นวานว่า “เจอกันเจ็ดโมงนะทุกคน” แต่พอถึงเวลาจริงกลับกลายเป็นว่าทุกอย่างเงียบฉี่ มีแค่พวกเราที่ลุกขึ้นมาเตรียมตัวกันหน้าตาเฉย ส่วนครัวก็ยังไม่ทันตื่นดี อาหารเช้ายังไม่เสร็จ แถมอากาศยามเช้าก็หนาวจับใจ 😪
แอ๋มเลยด่าอัลตาฟกันหนึ่งยกแบบไม่ไว้หน้า ให้นัดเวลาตามเมืองนี้ ไม่ใช่เอาเวลาปากีสถานมาใช้ อัลตาฟเลยจ๋อยแต่เช้า
แต่เวลาแถบนี้ก็ทำให้คนต่างถิ่นอย่างพวกเราสับสนกันได้ง่ายๆ เพราะมีทั้งเวลาของเมืองคัชการ์ ,เวลาปักกิ่ง และเวลาปากีสถาน
(เพิ่มเติม…) -

การเดินทางกลางคืนในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย มักแฝงไว้ด้วยความไม่แน่นอน
และถึงแม้คืนนี้เราจะมาถึงคัชการ์ได้อย่างปลอดภัยในเวลาราวหกชั่วโมงจากด่าน Khunjerab — ฉันก็ยังรู้สึกว่า ถ้าเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง เพราะเส้นทางที่ไม่รู้จักนั้น ไม่ได้มาพร้อมแค่ความมืด แต่ยังมาพร้อมความเสี่ยงที่ยากคาดเดาคนขับรถรีบเร่งเหมือนอยากให้ถึงที่หมายเร็วที่สุด… บางช่วงรถเสียขวางถนน บางช่วงเบรกแรงแบบไม่ให้ตั้งตัว หรือทางขรุขระจนนั่งแล้วก้นชา แต่ถ้าเป็นถนนเรียบเมื่อไร เขาก็เร่งความเร็วเสียจนเหมือนรถกำลังเหาะมากกว่าจะวิ่ง ฉันเลยตัดสินใจปิดตานอนเสียเลย หวังให้เวลาผ่านไปเร็วขึ้น
(เพิ่มเติม…)

