เราเข้าเต็นท์นอนตั้งแต่ 1 ทุ่ม ประมาณ 3 ทุ่มครึ่งฉันตื่นและหลังจากนั้นก็หลับๆตื่นๆ ไปจนกระทั่งเวลาตีหนึ่งครึ่งซานต้าและนิรูมาปลุก เอาชาและอาหารเช้ามาให้ ไกด์ช่วยวิ่งดูแลแต่งตัว เก็บของให้เรา ขณะที่ฉันมองเห็นแสงไฟของคนกลุ่มใหญ่กำลังเดินผ่านเต็นท์ของเราไป พวกนี้คงมาจากเบสแค้มป์ด้านล่างและกำลังขึ้นสู่เป้าหมายเดียวกับพวกเรา
(เพิ่มเติม…)-

-

เครื่องต้มน้ำของคนบนเขา โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ น้ำร้อนที่เราได้ทานกันโดยเฉพาะช่วงเช้า หรือเวลากลางวันก็มาจากเครื่องต้มพลังงานแสงอาทิตย์นี้กัน
(เพิ่มเติม…) -

เราเดินลงจาก Lobuche Basecamp ที่ความสูง 5000 เมตร สิ่งที่เป็นแรงขับอย่างมากในการเดินลงมาอย่างรวดเร็วชนิดแทบวิ่ง จนมาถึง Dukla ก็คืออยากทานอะไรที่อร่อยๆ รสชาติดี โดยเฉพาะเนื้อสัตว์
(เพิ่มเติม…) -

4 ปีก่อนตรงทางแยกโลบูเช่ (Lobuche) ฉันได้แค่หยุดยืนมองบนทางที่เต็มไปด้วยหิมะปกคลุมขาว ที่นี่เป็นจุดแรกๆที่ฉันได้สัมผัสอากาศเย็น มีหิมะปกคลุมบนทางเดินตลอดเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่ EBC ไกด์ชี้ให้ดูเส้นทางขากลับที่เราจะเดินขึ้นไปอีกด้านเพื่อไปโชลาพาส (Chola Pass) ซึ่งเป็นทางเดียวกับเส้นทางที่จะไปโลบุเช่เบสแค้มป์ก่อนจะมีทางแยกข้างหน้าอีกที ฉันถามไกด์ถึงยอดโลบุเช่ ไกด์บอกว่ามองจากตรงที่ยืนนี้ไม่สามารถเห็นได้ ยังจำได้ว่าไกด์เปรยๆว่าไปโลบูเช่เบสแค้มป์นั้นยากกว่าไป EBC แต่ฉันก็ไม่ใส่ใจนัก เพราะโลบูเช่ไม่ว่าเบสแค้มป์หรือยอดก็ไม่เคยอยู่ในหัว สิ่งเดียวที่ฉันจำได้กับโลบุเช่ คือความหนาวเย็น และอาการปวดหัว เวลาใครถามถึงเส้นทาง EBC ฉันมักจะบอกว่าให้ระวังความหนาว และเดินให้ช้าๆที่โลบูเช่ เพราะที่นี่สูงเกือบ 5000 ม. ฉันเห็นหลายคนอาการไม่ดีเป็น ams แถวๆนี้กันเยอะ
(เพิ่มเติม…) -

อาหารที่เบสแค้มป์ ไม่มีเมนูมาให้เลือกเหมือนระหว่างทางเดินที่เราแวะตามทีเฮ้าส์ต่างๆ
ที่เบสแค้มป์ เราต้องนอนเต็นท์ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ก็มีเต็นท์สำหรับทานอาหารที่จัดทำโดยพ่อครัวซึ่งมีฝีมือแค่ทำเป็น
อาหารเรียบง่าย ทานแค่ให้อิ่มท้อง เช่นผัดมักกะโรนีที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากผัก 2-3 ใบ แบ่งๆกันไปกับสมาชิกคนอื่น ได้เห็นผักสีเขียวบนที่สูงระดับนี่ต้องดีใจมากๆ
หรือไม่ก็ข้าวกับผัดมันฝรั่งและซุปถั่วจางๆ น้ำใสๆ สลับสับเปลี่ยนวนไปวนมา
ฉันกินแต่ละมื้อได้ไม่มาก จนไกด์บอกว่าให้กินเยอะๆจะได้มีแรง
ก้มลงมองอาหารตรงหน้าแล้วก็สงสัยว่าที่กินได้น้อยเนี่ย มันผิดที่ฉันอ่อนแอ หรือรสชาติอาหารกันแน่
