Nim Journey

A Legend of Travel

Vela
  • โพธิ์อุ้มโบสถ์ วัดสังกระต่าย

    โบสถ์ร้างเห็นอยู่ริมถนนระหว่างทางขับรถเที่ยวอ่างทอง ตัวโบสถ์ทรุดโทรมแต่มีต้นโพธิ์โอบอุ้มอาคารไม่ให้พังเสียหาย เราแวะเข้าไปชมตามคำแนะนำของเพื่อนที่เคยแวะมาชมแล้ว

    นอกจากลักษณะของโบสถ์ที่ถูกต้นโพธิ์โอบล้อม จนรากนั้นแทบจะกลายเป็นหนึ่งเดียวไปกับกำแพงของตัวอาคาร ฉันคิดว่าโบสถ์นี้ค่อนข้างเล็ก สมัยก่อนที่นี่คงเป็นสถานที่ทางศาสนาของชาวบ้านในชุมชนขนาดไม่ใหญ่ ไม่ใช่วัดหลวง โบสถ์หลวงแบบที่มักจะเข้าไปชมทั่วไปในเขตภาคกลางซึ่งเคยเป็นพื้นที่เมืองหลวงเก่าสมัยอยุธยา

    ประวัติความเป็นมา

    โบสถ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของวัดสังกระต่าย เดิมชื่อวัดสามกระต่าย สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ผู้สร้างชื่อ ทวดติ จันทนเสวี ซึ่งเป็นมารดาของพระยาหัสกาล นับแล้วก็ประมาณ 400-500 ปีมาแล้ว แรกเริ่มเดิมทีเป็นวัดที่มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษา ตัววัดเคยมีสระน้ำอยู่ด้านซ้ายของตัวโบสถ์ รวมทั้งกุฏิพระสร้างเรียงรายหลายหลัง แต่ต่อมาสระน้ำถูกถมดินกลบไป ต่อมาภายในวัดเกิดความขัดแย้งพระสงฆ์ทะเลาะวิวาทกันเอง เป็นเวลานาน ชาวบ้านจึงเสื่อมศรัทธาไม่เข้ามาทำบุญ ก็ทำให้พระสงฆ์แยกย้ายไปคนละที่คนละทาง ในที่สุดวัดจึงกลายเป็นวัดร้างไป หลังจากนั้นได้มีการสร้างวัดขึ้นใหม่ ชื่อวัดไผ่ล้อม ชาวบ้านจึงหันไปทำบุญที่วัดไผ่ล้อมแทน และมีการย้ายกุฏิที่วัดสังกระต่ายไปสร้างกุฏิใหม่ที่วัดไผ่ล้อม คงเหลือเพียงโบสถ์ที่ถูกปล่อยทิ้งไว้จนถูกต้นโพธิ์ปกคลุมแบบที่เห็น

    เมื่อก่อนวัดสังกระต่าย มีเพียงพระพุทธรูป 3 องค์คือหลวงพ่อวันดี หลวงพ่อศรี และหลวงพ่อสุข แต่เมื่อตอนที่พบมีสภาพที่โดนตัดเศียรกองไว้กับพื้น จนต้องบูรณะซ่อมแซมต่อเศียรกับองค์พระ จากนั้นได้นำหลวงพ่อแก่น ซึ่งเป็นเศียรพระจากอำเภอวิเศษชัยชาญมาบูรณะสร้างองค์ใหม่และประดิษฐานไว้ที่ห้องแรก

    โพธิ์อุ้มโบสถ์ไว้ทั้ง 4 มุม โดยต้นโพธิ์ 4 ต้น cr.รูป : พี่หมู นรเทพ

    ปัจจุบันขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากร

    แม้จะถูกทิ้งร้างเหลือแต่โบสถ์แต่ชาวบ้านบางส่วนใกล้เคียงยังเลื่อมใสศรัทธา เวลามีงานบุญ งานมงคลก็ยังมากราบไหว้ โดยเฉพาะการแห่นาค จะนำนาคมาเวียนรอบโบสถ์ร้างโบราณ 3 รอบบ้าง 9 รอบบ้างก่อนจะแห่นาคไปยังวัดที่จะอุปสมบทอีกที โบสถ์นี้จึงได้รับการดูแลโดยเทศบาลตำบลศาลาแดง และชาวบ้านซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ และเสียงร่ำลือถึงความสวยงามของโบสถ์ก็ทำให้กรมศิลปากรเริ่มเข้าเก็บข้อมูล และขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งใหม่ โดยมีร่องรอยนั่งร้านค้ำยันมากมายที่เราเข้าไปดู ชาวบ้านแม่ค้าบอกว่าเอามาค้ำยันไว้ปีกว่าแล้ว ย้งไม่ได้มาทำอะไรต่อ แต่ก็คงเพื่อความปลอดภัย และให้คงสภาพเดิม ดังนั้นไปดูตอนนี้ก็ทำใจกับนั่งร้านไว้สักหน่อย คิดว่าดีกว่ายืนดูอยู่แล้วอาคารถล่มลงมา

  • ตั้งแคมป์บนความสูง 5600 เมตร High Camp Island Peak

    จาก Chungkung เราใช้เวลาเดินประมาณ 5 ชั่วโมง ผ่านเบสแค้มป์ ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เป็นที่พักสุดท้ายก่อนขึ้น Island Peak แต่พวกเราอยากจะเก็บแรงไว้สำหรับงานหนักที่จะขึ้นยอด จึงยอมเหนื่อยอีกนิดเพื่อมานอนรอที่ High Camp กันเลย

    (เพิ่มเติม…)
  • Trekking sound on high mountain

    วันนี้เราร่ำลาโลบุเช่เบสแคมป์ ที่พักในเต็นท์กลางหิมะ 3 คืน มีจุดหมายปลายทางที่ Chungkung เป็นการเดินขาลงสู่ความสูงที่ต่ำกว่า ทุกคนยกเว้นเราผ่านงานหนักจากการขึ้นยอดเมื่อวานแต่ยังแข็งแรง สดชื่น ขาลงนี้เดินสนุก เพราะเส้นทางที่ลาดลงชันมาก แค่เดินเร็วๆก็เหมือนกับวิ่งไหลลงมา แต่ต้องระวังหินลอย มองเส้นทางทางกันดีดี

    (เพิ่มเติม…)
  • เดินปรับความสูง ที่ความสูง 4300 เมตร หมู่บ้าน Dingboche

    จากหมู่บ้าน Dingboche เราเดินขึ้นเขาที่อยู่ข้างหมู่บ้านเพื่อมุ่งหน้าไปยัง Lobuche
    เป็นเช้าที่อากาศสดใส ท้องฟ้าปลอดโปร่ง แสงแดดช่วยให้ความอุ่นบนความสูงกว่า 4300 เมตร เรายืนมองยอดที่อยู่สูงด้านบน มีเจดีย์สีขาวตระหง่านอยู่บนยอด นักเดินเขาหลายคนกำลังเดินเรียงรายเป็นแถวไปตามเส้นทางเดินซิกแซกซึ่งนำไปสู่ยอดสูงนั้น

    (เพิ่มเติม…)
  • ทำอาหารในห้องอาบน้ำ ฝีมือป๋าคมรัฐ

    24/04/2019 ที่ Chungkung เป็นวันพัก (Rest day) ที่ Chungkung ก่อนจะขึ้น Island Peak เรามาพักกันที่ Teahouse หมู่บ้าน Chungkung ความสูงประมาณ 4500 เมตร (จำตัวเลขแน่นอนไม่ได้ค่ะ)

    (เพิ่มเติม…)