Nim Journey

A Legend of Travel

  • วันที่ฝนตกทั้งวันทั้งคืนบนทุ่งหญ้า

    เช้านี้สายฝนโปรยปรายลงมาเบา ๆ คล้ายจะหยอกเย้ากับเรา แต่แล้วไม่นานก็กลายเป็นสายฝนหนักหน่วงที่ดูไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่าย ๆ การเดินทางวันนี้เต็มไปด้วยความเปียกปอน และความท้าทายใหม่ ๆ อย่างการกางเต็นท์กลางฝน

    สิ่งที่ดีที่สุดในวันฝนพรำเช่นนี้คือทีมงานที่แสนใจดี พวกเขาจัดการกางเต็นท์ให้เราทั้งหมด โดยไม่ต้องให้เราตากฝนไปช่วย ฉันจึงนั่งรออยู่ในรถ คอยมองเม็ดฝนที่กระทบกระจกและไหลเป็นสาย มันเป็นภาพที่ชวนให้รู้สึกสงบได้อย่างประหลาด

    (เพิ่มเติม…)
  • คืนแรกริมทะเลสาบ: การเริ่มต้นของการเดินทางแบบใหม่

    ออกจาก เมืองออยกี เราขับรถมุ่งหน้าสู่ เขตทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ก่อนเข้าไปต้องผ่านจุดคัดกรอง ฆ่าเชื้อทำความสะอาด รถทุกคันต้องลุยแอ่งน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อล้างล้อกันเชื้อโรคหรือเมล็ดพันธุ์ต่างถิ่น ส่วนพวกเราก็ต้องลงจากรถไปเหยียบถาดน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนขึ้นรถใหม่ รู้สึกเหมือนเป็นพิธีกรรมก่อนเข้าสู่โลกอีกใบ

    จากนั้นเราก็ลุยทุ่งหญ้ากันยาว ๆ ถนนดินทอดไปไกลสุดสายตา ตัดผ่านเนินเขา สลับกับฝูงวัวและม้าที่เดินเล็มหญ้า ลมเย็น ๆ พัดผ่านตลอดทาง

    (เพิ่มเติม…)
  • การเดินทางสู่มองโกเลียตะวันตก: จากกรุงเทพสู่เทือกเขาอัลไต

    จุดเริ่มต้นของการเดินทาง

    นาฬิกาบอกเวลาเกือบ 15.00 น. เมื่อฉันก้าวลงจากเครื่องบินในสนามบินเมืองอุลกี (Ulgii) หลังจากการเดินทางยาวนานถึง 24 ชั่วโมง สายลมเย็นเฉียบปะทะใบหน้าทันทีที่ออกจากอาคารสนามบิน มันเป็นลมที่แห้ง ไม่เหมือนลมหนาวชื้นแบบที่คุ้นเคยในเมืองไทย รอบตัวฉันคือทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เทือกเขาอัลไตตั้งตระหง่านอยู่ลิบ ๆ ตัดกับท้องฟ้ากว้างที่มีเพียงกลุ่มเมฆสีขาวลอยตัวอย่างอิสระ

    (เพิ่มเติม…)
  • Avignon เมืองใหญ่ทางใต้ของฝรั่งเศส สถานที่ซึ่งเคยเป็นที่พำนักของสันตะปาปาตั้งแต่ในปี 1309  พระสันตะปาปาส่วนหนึ่ง(ฝรั่งเศส)ทรงพำนักในพระราชวังกอธิคที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปเป็นเวลากว่า 100 ปี ท่ามกลางความขัดแย้ง แตกแยก แข่งขันการมีอำนาจกับพระสันตะปาปาแห่งกรุงโรม ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นรอยแยกครั้งใหญ่ของคริสตจักรแห่งตะวันตก The Great Schism

  • เสียงเพื่อนที่กำลังหาพิกัดจุดถ่ายรูปปลุกให้ตื่นขึ้น หลังจากหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ในคืนบนรถตูู้เมื่อคืน ฟ้ายังมืดอยู่เลย และก็ยังไม่ถึงที่หมายดีนัก ฉันเลยได้นั่งหลับตาไปอีกซักพัก แต่อีกซักพักก็ถึงที่หมาย ช่างภาพตื่นตัวพร้อมถ่ายรูป แต่มาเที่ยวคราวนี้ฉันไม่ได้หยิบกล้องตัวเก่งไปด้วย เตรียมไปแต่มือถือ iphone5 เพื่อลองเก็บภาพ และอยากเดินเล่นสบายๆมากกว่า เพื่อได้มองรอบๆ และได้เห็นเพื่อนๆ น้องๆ ที่มาถ่ายรูปกัน แอบเก็บภาพการทำงานและความตั้งใจของช่างภาพไปด้วยหละ

    + เขื่อนห้วยหลวง 

    ยามเช้าที่เราไปถึงยังมืดมาก พวกเรากางขาตั้งกล้อง หามุม รอแสงยามเช้าที่ค่อยๆแย้มพรายออกมาจากปลายขอบฟ้าฝั่งตรงข้าม แสงอาทิตย์ค่อยๆเผยให้เห็นความงามยามเช้า ของเขื่อนห้วยหลวง น้ำนิ่ง ไม่ไหวติง สายหมอกบางๆ ท้องฟ้าที่ปราศจากเมฆใดๆในวันนี้ กับยอที่ชาวบ้านมาปลูกสร้างไว้เพื่อดักจับปลา เป็นความงามเรียบง่ายที่ไม่ได้แต่งเติมใดๆ เมื่อแสงเริ่มสว่างขึ้น เรือของชาวบ้านเริ่มออกมาเป็นระยะๆ  ให้ได้เห็นชีวิตยามเช้าที่เริ่มต้นวันใหม่ สายน้ำจากเรือที่วิ่งผ่านทิ้งรอยผ่านตาไว้ชั่วครู่แล้วค่อยๆหายไปพร้อมกับเรือที่แล่นผ่านไป อากาศยามเช้าวันนี้เย็นกำลังดี  ฉันสูดอากาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอดในสถานที่ยังคงไม่มีสิ่งรบกวนใดๆมาทำลายบรรยากาศชนบทเรียบง่าย  แต่ดูเหมือนภาพความงามและบรรยากาศยามเช้าจะยังไม่หนำใจกลุ่มช่างภาพของเรา ทำให้ตอนเย็นเราต้องมากันอีกรอบ  ซึ่งก็ไม่ผิดหวังกันเลย


    หลังจากถ่ายภาพตอนเช้ากันแล้ว กลุ่มเราใช้เวลาภาคกลางวันสำรวจเมืองอุดร ซึ่งเจริญมากๆ กว่าหลายปีก่อนที่ฉันเคยมา และสิ่ิงที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงอุดร ต้องแวะไปกินแหนมเนืองร้านดัง VT แหนมเนือง ที่อร่อยสุดยอดเหมือนเดิม และที่น่าชื่นชมมากคือการบริการ และการจัดการที่เจ๋งจริงๆ แหม เล่นลำเลียงแหนมเนืองผ่านสายพานข้ามหัวเรา มาส่งหน้าร้านนี่ ต้องยกนิ้วให้เลย :) เรื่องรสชาติไม่ต้องพูดถึง ใช้ภาษาวัยรุ่นนี่ต้องบอกว่า “ฟิน” มากๆ ไปเมื่อไหร่ต้องแวะทุกครั้งแน่ๆ

    แหนมเนือง

    ยามเย็นอย่างที่ว่าเรากลับมาที่เขื่อนห้วยหลวงกันอีกรอบ โดยอาศัยการนั่งเรือออกไปสำรวจ และได้สัมผัสกับพี่ชาวบ้านที่กำลังออกมายกยอกันด้วย และแสงเย็นว้นนี้ก็ช่างกระไร ฟ้าระเบิดสาดส่อง ฉายแสงแดง ส้ม ตอนเย็น พร้อมกับภาพของชาวบ้านที่ออกมารอยกยอ รอปลาที่เข้ามาติด ให้ภาพที่พวกเราต้องร้องกรี๊ดกันออกมาได้ทุกคน

    + ทุ่งบัวแดง

    หนองหาน จ.อุดร เคยได้ยินชื่อมานาน แต่ไม่ยักกะรู้เลยว่ามีเสน่ห์สวยๆของทุ่งบัวแดง ที่รอให้เราไปสัมผัส เที่ยวเมืองไทย ต้องเที่ยวเช้าๆ เย็นๆแล้วจะเจอความงดงามที่ซุกซ่อนอยู่ ทุ่งบัวแดงก็เหมือนกัน ต้องไปเช้าหน่อย เช่นกลุ่มเราไปรอขึ้นเรือตอน 6 โมงเช้า ฟ้ายังไม่สว่างดี แต่ก็น่าจะเป็นเวลาที่เหมาะมากๆ เพราะตัองนั่งเรือออกไป เพื่อไปชมทุ่งบัวแดง ที่บานเป็นทุ่งอยู่ด้านนอกโน่น พี่ที่พายเรือและเจ้าหน้าที่บอกว่าปีนี้อาจจะน้อยกว่าปีที่แล้ว แต่ก็ยังสวยเช่นเดิม เมื่อเราไปถึงฉันว่ามันสวยสุดๆ เลยค่ะ คิดได้เลยว่า เมืองไทยไม่ไปไม่รู้จริงๆ ฉันประทับใจกับดอกบัวที่บานเต็มทุ่งหนองหาน สีชมพูงดงาม สะพรั่งสวย ยิ่งสายๆซักนิดประมาณ 8-9 โมง เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มฉายแสง บัวสีชมพูยิ่งบานสวย เปล่งประกายเต็มที่ เรือพายพาเราลัดเลาะไปตามเส้นทางให้ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด จนหนำใจ และให้ฉันได้พกพาความประทับใจกับความงดงามสีชมพูของทุ่งบัวแดง หนองหาน อุดรธานี กลับบ้านได้อย่างอิ่มกับทริปเที่ยวอุดรคราวนี้