Nim Journey

A Legend of Travel

  • เดินป่าที่ดอยหลวงเชียงดาว

    นั่งรถตู้ 9 ชั่วโมงจากกรุงเทพ ก็มาถึงจุดเริ่มต้นการเดินทางที่บริเวณวัดถ้ำเชียงดาว เพื่อล้างหน้าแปรงฟัน ก่อนจะเปลี่ยนมานั่งรถกระบะ เพื่อไปเริ่มต้นขึ้นดอยหลวงเชียงดาว เราใช้บริการลูกหาบจากร้านลุงแกละ ที่เพื่อนๆได้ติดต่อไว้เรียบร้อย ดังนั้นการเดินขึ้นดอยของเราก็สะดวกมากขึ้นเพราะลูกหาบชุดนี้นอกจากจะแบกสัมภาระของเรา แล้วยังบริการไปถึงการทำอาหาร นำน้ำดื่มขึ้นไป ให้พวกเราทั้งหมดอีกด้วย

    รถกระบะพาเราขึ้นเขา ทางช่วงแรกยังดี แต่พอเข้าใกล้อุทยาน ถนนหนทางขรุขระ และโค้งหลายๆโค้ง ทำเอาฉันที่ยังงัวเงียเพราะนอนไม่เต็มที่จากการนั่งรถตู้มาตลอดคืนเมื่อคืน ตื่น ตาสว่างเลย

    จากจุดเริ่มต้นเดินเทรคขึ้นเขา เราใช้เส้นทางเด่นหญ้าขัด ระยะทางประมาณ 8.50 กม. อากาศตอนเช้ากลางเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ยังหนาว อากาศแจ่มใส เราเดินผ่านป่าที่สมบูรณ์สดชื่น ทุ่งหญ้า ดงกล้วย โอบล้อมไปด้วยทิวเขารอบๆ บางช่วงที่เป็นทุ่งหญ้า แสงแดดแรงๆ ทำให้ฉันเหงื่อออกเยอะทีเดียว แต่ยังดีที่มีสายลมอ่อนๆ เป็นระยะ คลายความร้อนอบอ้าว ระหว่างทางเดินขึ้นเขา ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง เราก็มาถึงอ่างสลุง จุดกางเต้นท์บนดอยหลวงเชียงดาว วันนี้คนบนดอยเยอะเต็มพิกัดเลยหละมั้ง ทั้งจากกรุงเทพ เชียงใหม่ จังหวัดใกล้เคียง แต่ก็ไม่ทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดกับคนมากมายขนาดนี้ เพราะกลุ่มของเราน่าจะเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดบนดอยวันนี้ ช่วงที่เราไปเที่ยวกันก็เป็นวันหยุดยาว 3 วัน ที่ใครๆ ก็คงอยากจะออกมาเปิดหู เปิดตากันทั้งนั้น

    โปรแกรมบนดอยของเรา ก็คือเดินขึ้นเขาไปยอดดอยสูงสุด และดอยกิ่วลม ซึ่งล้อมรอบอยู่ไม่ไกลจากจุดกางเต้นท์ที่พัก เราได้บริหารร่างกาย เดิน และปีนป่าย เส้นทางขรุขระ ท่ามกลางแสงแดดอุ่นในยามเช้าตรู่ และตอนบ่ายๆ ส่วนในช่วงกลางวัน ก็พักผ่อน นั่งชมวิวใกล้ๆเต้นท์ หลบแดดแรงๆ ที่ทะลุฟ้าใสๆ ลงมาบนเขา เป็นการพักผ่อน ที่สบายๆ ชีวิตไม่ต้องเร่งรีบ นั่งมองป่าเขาลำเนาไพร สูดอากาศบริสุทธิ์ ให้ชุ่มปอด
    น่าดีใจที่เมืองไทยมีที่เที่ยวเปิดให้ท่องเที่ยวมากขึ้น ฉันเห็นบางคนจากที่ไม่ไกล มาเดินขึ้นแล้วกลับในอีกวันถัดมา บางคนเดินขึ้นและลงในวันเดียวกัน ส่วนฉันและกลุ่มค้างคืนบนดอย 2 คืน ให้คุ้มค่ากับที่เดินทางมาไกลจากกรุงเทพ ป่าที่นี่สมบูรณ์ เพราะการเดินทางที่ยากลำบาก ต้องเดินเท้าสถานเดียว และสิ่งอำนวยความสะดวกก็ไม่พร้อม ห้องน้ำ ลำธารก็ไม่มีให้อาบ เราต้องทนอยู่บนนี้โดยไม่อาบน้ำกันทั้งสองคืน สบายไป เย็นมาก ปกติก็ไม่อยากอาบอยู่แล้ว 555 ฉันนั่งฟังเพื่อนๆ น้องๆ นั่งคุยกันถึงสถานที่เดินป่าในเมืองไทย ยังมีให้ไปเดินทดสอบร่างกาย ไปชื่นชมความงามที่บริสูทธิ์หลายแห่ง ก็ได้แต่หวังว่าจะมีเวลา และโอกาสได้ไปเยือนเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

    หลังจาก 2 คืนบนอ่างสลุง ขากลับเราเดินลงเขาโดยใช้เส้นทางอีกเส้นทางปางวัว ทางนี้ระยะทางสั้นกว่า 6.5 กม. แต่เป็นทางชัน เดินขึ้นลง มีทางราบน้อยกว่าขาขึ้น และเมื่อเราเลือกเส้นนี้เป็นทางลง ก็จะเดินเร็วกว่า แต่ต้องเกร็งเท้า เกร็งเข่า และจิกนิ้วเท้าลงมาเกือบตลอดทาง เส้นนี้ถ้าเป็นขาขึ้นคงเมื่อยขา และเหนื่อยกันเอาเรื่อง สำหรับขาลงเราใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ก็มาถึงจุดนัดพบ เพื่อเดินทางกลับ โค้ก และน้ำดื่มเย็นๆ รอท่าอยู่บนรถด้านล่างที่มารับเรา แค่นี้ก็สดชื่น ชื่นใจ

    ได้ใช้เวลาในวันหยุดกับเพื่อนๆที่สนิทสนม และใจรักธรรมชาติเหมือนกัน บนเส้นทางธรรมชาติสวยๆ ความสนุกสนานเฮฮา ความประทับใจที่ดอยหลวงเชียงดาว ทำให้ติดอกติดใจไปนานเลย แม้จะมีหลายคนบอกว่า เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่สวยที่สุด ควรไปช่วงเดือนพฤจิกายน หรือธันวาคม จะดีกว่า แต่แค่นี้ก็ประทับใจไม่รู้ลืมแล้วค่ะ

    เอ๊ะ! หรือจะไปอีกรอบดี

    20140218-122441.jpg

    20140218-122510.jpg

    20140218-122548.jpg

    20140218-122636.jpg

    20140218-122710.jpg

    20140218-122734.jpg

    20140218-123112.jpg

    20140218-123913.jpg

  • 20140218-114228.jpg

    พาโนรามา จากกิ่วลม บนดอยหลวงเชียงดาว ฝช้เวลาเดินจากเต้นท์ที่พักบริเวณอ่างสลุงไปประมาณ 30 นาที เดินปีนป่ายไม่ยาก เหมือนยอดดอยสูงสุด มองเห็นยอดสามพี่น้อง ยอดปิรามิด และยอดสูงสุด ตรงหน้า

  • 20140102-161607.jpg

    จากโบสถ์ที่โรงเรียนข้ามสะพานด้านหน้าก็จะถึงชุมชนเก่าแก่ของจังหวัดจันทบุรี ในอดีตชุมชนจะตั้งอยู่ริมแม่น้ำเนื่องจากเป็นทางสัญจร ค้าขายหลัก ที่นี่ก็เช่นกัน ร้านค้าเก่าแก่ รูปแบบบ้านเรือนและวิถีชีวิตในอดีตหลายสิบปี ยังคงตกค้างให้เห็นภาพงามๆที่เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ จากชาวบ้านที่นั่งพูดคุยจิบน้ำชา ถกเถียงเรื่องพระเครื่อง ร้านขายขนม ร้านขายปลา บ้านทรงโบราณที่ตั้งอยู่ริมท่าน้ำที่ไหลเอื่อยอย่างช้่าๆ ในวันอากาศดีของปลายปี
    ฉันเข้าไปเดินสำรวจ ทำตัวแบบนักท่องเที่ยว แต่ก็คุ้นเคยอย่างดีกับชุมชนแห่งนี้ เพราะสมัยเด็กๆ ก็เคยมาเดินเล่น ซื้อของ ทานอาหาร ภาพเก่าๆในบ้านที่เปิดแสดงให้กับผู้มาเยือนได้ชื่นชม และเรียนรู้ภาพวิถีชีวิตในอดีตของคนจันท์ ทำให้ฉันเองก็ย้อนกับไปในอดีตกับภาพเก่าๆที่เคยมีวิถีคล้ายๆไม่ต่างกัน อย่างภาพที่หญิงสาวนวดหลังให้กับผู้อาวุโส ก็ไม่ต่างกๆกับสมัยเด็กๆ ที่เราก็เคยปฏิบัติเช่นนี้กับญาติผู้ใหญ่ เพื่อแลกกับค่าขนมเล็กๆน้อย มาซื้อขนมบุหรี่ หรือลูกโป่งวิทยาศาสตร์ แล้วก็วิ่งไล่จับผีเสื้อสวยๆ จับปลาไปเลี้ยง  พับเรือกระดาษลำน้อยๆ แล้วเอาไปปล่อยให้ลอยไปตามคูน้ำรอบบ้าน นั่งเอาเท้าแช่น้ำริมบันไดที่หลังบ้าน  ฉันยังจำได้ การ์ตูนโดราเอมอนเล่มแรกที่ได้อ่านก็ซื้อจากร้านค้าแถวๆนี้เอง อดีตยังคงสวยงามในความทรงจำ บางทีก็หลงลืมเพราะชีวิตที่เติบโต ผ่านเรื่องราว ชีวิตจริงที่ต้องต่อสู้ดิ้นรน กับการหาเงิน การแข่งขัน วันนี้ได้กลับมาเดินผ่านบ้านเก่า ที่มาเก่าๆ ซึมซับกลิ่นอายเดิมๆ ว่าเรามีความงดงามของอดีตเล็กๆน้อยๆ และสถานที่เดิมๆ ยังคงอยู่ เพื่อให้รู้ว่าเรามีที่มา และต้นตอของเราก็กลมกลืนอยู่แถวๆนี้แหละ

    แค่นี้เอง สวยงามดีนะ

  • 20140102-160916.jpg

    กลับบ้านปีใหม่ ถือโอกาสปั่นจักรยานคันใหม่ มาเที่ยวโรงเรียนเก่า ที่มีโบสถ์คริสต์สวยๆ เด่นสง่า และสงบ ริมแม่น้ำจันทบุรี มาถึงที่เก่าในอดีต ความทรงจำเก่าหลั่งไหลเข้ามาให้นึกถึงมากมาย

  • 20131212-122402.jpg

    กาฎมัณฑุ เมืองหลวงขนาดเล็ก ที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน ฝุ่น เสียงจอแจจากผู้คน รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ เทคโนโลยีและความเจริญจะไปไกลแค่ไหน แต่จิตใจที่เปี่ยมไปด้วยศรัทธายังคงศรัทธาต่อความเชื่อ อยู่ในสายตาของเทพเจ้าที่ปกปักรักษาหิมาลัยเสมอ