Nim Journey

A Legend of Travel

  • รถไฟสายชานเมือง – จากมอสโคว์สู่ Sergiev Posad

    การเดินทางเช้านี้เริ่มต้นด้วยรถไฟ suburban ที่พาเราออกจากมหานครมอสโคว์ มุ่งหน้าไปยัง Sergiev Posad เมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และกลิ่นอายแห่งศรัทธา รถไฟสายนี้เป็นแบบเร็ว ไม่จอดทุกสถานี ทำให้ประหยัดเวลาไปได้พอสมควร ตั๋วก็สะดวกดี ซื้อตรงด้านหน้าสถานีแล้วใช้สแกนเข้าชานชาลาได้เลย แต่ก็อย่าลืมเก็บไว้ให้ดี เพราะเจ้าหน้าที่จะเดินมาตรวจอีกครั้งบนขบวน

    ทันทีที่รถไฟเคลื่อนตัวออกจากเมือง ความรู้สึกกึ่งๆ ตื่นเต้นก็ก่อตัวขึ้น พร้อมกับเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ที่เริ่มทยอยเผยตัว…

    (เพิ่มเติม…)
  • คุยกันยังไงล่ะ

    แม้ไม่ได้ถ่ายภาพไว้ แต่ความทรงจำยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ฉันยังจำได้ดีถึงภาพของป้าชาวรัสเซียที่ทำท่าวิ่งช้าสลับกับวิ่งเร็ว ขณะที่เรายืนรอรถไฟด้วยกัน พร้อมกับชี้ไปที่ตารางเดินรถในมือของเธอ นั่นเป็นครั้งแรกของฉันกับการโดยสารรถไฟในรัสเซีย จุดหมายคือเมือง Sergiev Posad ซึ่งอยู่ห่างจากมอสโกประมาณสองชั่วโมง

    มอสโกเป็นศูนย์กลางการเดินทางทางรถไฟที่สำคัญ มีสถานีรถไฟระหว่างเมืองถึง 9 แห่ง กระจายตัวรอบเมือง ซึ่งแต่ละแห่งให้บริการไปยังจุดหมายปลายทางที่แตกต่างกัน:

    (เพิ่มเติม…)
  • พรีเวียต มอสโคว์

    เราเริ่มต้นการเดินทางในมอสโคว์ด้วยปัญหาเล็กน้อย เมื่อเอกสารสำคัญของเราหายไปที่สนามบิน Domodedovo แม้จะพยายามติดต่อนายท่าผ่านความช่วยเหลือจากนักศึกษาแพทย์ชาวไทยที่บังเอิญเจอ แต่ก็พบว่าคงทำอะไรไม่ได้มากนักในเวลานี้ นอกจากทำใจ และภาวนาว่าเอกสารที่หายไปคงไม่ทำให้เราถูกกักตัวตอนขาออกกลับบ้าน!

    หลังจากเสียเวลาไปพอสมควร เรารีบลากกระเป๋าไปซื้อตั๋วรถไฟ Aeroexpress เข้าเมือง ปลายทางของสายนี้อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน Paveletskaya ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางอันแสนตื่นเต้นในมอสโคว์ คำแนะนำเกี่ยวกับการเดินทางไปที่พักถูกเตรียมไว้ละเอียดมาก แต่สำหรับผู้มาใหม่เช่นเรา ก็ยังคงรู้สึกงุนงงอยู่ดี

    (เพิ่มเติม…)
  • ต้นเดือนเพิ่งลงใต้ ปลายเดือนขึ้นเหนือไปเที่ยวสุโขทัยกันอีกแล้วค่ะ เพราะวิ่งจึงมีข้ออ้างได้เที่ยว เพราะชอบเที่ยวจึงออกวิ่ง ไม่ว่าจะเหตุผลได้ แต่เราได้ทั้งวิ่งทั้งเที่ยว สุขภาพดี ได้เปิดหู เปิดตา เห็นอะไรใหม่ๆ สัมผัสสิ่งใหม่ๆ  ในรูปแบบที่ชอบกันค่ะ

    สุโขทัย เป็นจังหวัดหนึ่งที่อยากจะไปเที่ยวเพราะมีโบราณสถานที่น่าสนใจ เป็นเมืองเก่าแก่ยุคก่อนอยุธยา ที่เราเคยได้ร่ำเรียนกันมาแต่เด็กๆ แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวกับเค้าซักที พอดีช่วงนี้จังหวะดีค่ะ มีผู้จัดงานวิ่ง จัดงานวิ่งที่อุทยานประวัติศาสตร์เมืองเก่าจังหวัดสุโขทัย เลยได้มีโอกาสชักชวนเพื่อนๆที่รักการออกกำลัง ชอบวิ่ง ชอบเที่ยวมารวมตัวกันจัดทริปไปเที่ยวและวิ่งพร้อมๆกันไปเลย

    พวกเราเดินทางกัน 2 รถตู้ ออกเดินทางกันตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ๆในวันศุกร์ เพื่อจะได้มีเวลาแวะเที่ยวเต็มวันในวันเสาร์พรุ่งนี้ ก่อนจะถึงโปรแกรมวิ่งตอนเช้าตรู่วันอาทิตย์และเดินทางกลับหลังจากวิ่งเสร็จในวันอาทิตย์กันเลย
    วันแรกเราแวะทานอาหารอร่อยๆ ที่สิงห์บุรี เป็นครั้งแรกที่มาสิงห์บุรีแล้วไม่ได้ทานกุ้งแม่น้ำ แต่ไปแวะทานไก่ย่างหนังกรอบ อร่อยที่ร้านไพบูลย์ไก่ย่าง ร้านใหญ่มาก ผ่านไปมาหลายครั้งไม่เคยสังเกตุ มีรถบัส รถทัวร์แวะกันมากมาย อาหารอร่อยหลายอย่าง ทั้งปลาเผา ห่อหมกปลาคร้าว ไก่ย่างหนังกรอบ ต้มยำทะเล ทอดมันปลา และส้มตำไข่เค็ม บรรยายรายการอาหารไป น้ำลายไหลไปนะเนี่ย 555 ยกให้เป็นร้านเด็ดร้านนึง คราวหน้าผ่านไปต้องหาโอกาสไปแวะอีกรอบแน่ๆ ที่สำคัญห้องน้ำสะอาดมีความรู้ด้วย

    20140705-134235-49355037.jpg
    อาหารอร่อยที่ร้านไพบูลย์ไก่ย่าง

    20140705-135408-50048921.jpg
    The Park ที่พักคืนแรกที่พิษณุโลก

    จากนั้นเราเดินทางต่อ ฉันนั่งสัปหงกไปตลอดทางเพราะเส้นทางมืดแล้ว มองไม่เห็นอะไรมากนัก และส่วนใหญ่การเดินทางในเมืองไทย ก็เป็นเส้นทางที่คุ้นตา ไม่มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจมากนัก มารู้สึกตัวตื่นอีกทีก็ตอนใกล้ถึงที่พักของเราคืนแรกที่พิษณุโลก ใช้เวลาเดินทางจากสิงห์บุรีมาถึงพิษณุโลกเกือบ 5 ชั่วโมง ไกลใช่เล่นเลย และที่พักของเราคืนนี้ก็สวยงามน่ารักทีเดียว ชื่อ The Park อยู่ใกล้ๆกับตัวเมืองพิษณุโลก

    หลังทานอาหารเช้าเราก็เดินทางกันต่อไปที่อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย แวะไหว้พระที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร  วัดเก่าแก่ในสมัยสุโขทัย คราวนี้ไปเที่ยวกันเอง ตั้งใจไปวิ่ง ข้อมูลก็มีไม่มากนักรู้แต่ว่าไปวัดนั้นวัดนี้ตามรูปที่เคยเห็นมาก่อน งั้นขอเอาข้อมูลจากหน้าวัดมาแปะไว้ให้อ่านกันก็แล้วกันนะคะ
    20140705-140608-50768835.jpg
    20140705-140609-50769120.jpg

    “สันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของเมืองเชลียงหรือเมืองศรีสัชนาลัยเดิมในราวพุทธศตวรรษที่ 18 อันเป็นช่วงที่วัฒนธรรมขอมมีบทบาทอย่างสูงในประเทศไทย ดังปรากฎให้เห็นที่ซุ้มเฟื้องประตูซึ่งเป็นประติมากรรมศิลาแลงประดับปูนปั้นรูปบุคคล และรูปนางอัปสรร่ายรำที่มีลักษณะคล้ายคลึงศิลปะขอมแบบบายน
    ต่อมาในสมัยสุโขทัย วัดแห่งนี้ยังคงเป็นศาสนสถานที่มีความสำคัญอย่างสูงดังเห็นได้จากการสรรค์สร้างงานศิลปกรรมชิ้นเอกต่างๆ ภายในวัดเช่นพระพุทธรูปปางลีลาภายในวิหารประธาน และมณฑปพระอัฎฐารศ และยังมีหลักฐานปรากฎในศิลาจารึกหลักที่ 1 สมัยพ่อขุนรามคำแหงว่า
    “…จารึกอันหนึ่ง มีในเมืองเชลียง สถาบกไว้ด้วยพระศรีรัตนธาตุ…”
    ปรางค์ประธานของวัดเป็นศิลปะแบบอยุธยาตอนต้น สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 21 เมื่อครั้งที่สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถขยายอำนาจทางการเมืองขึ้นมายังดินแดนหัวเมืองเหนือ จนสามารถผนวกเอาอาณาจักรสุโขทัยเข้าเป็นส่วนหน่งของอาณาจักรอยุธยาได้สำเร็จ”

    20140705-142355-51835550.jpg
    วัดโคกสิงคาราม ภายในอุทยานศรีสัชนาลัย

    จากนั้นก็เดินทางต่อไปทานอาหารกลางวันที่ร้านแก่งสัก อยู่ใกล้ๆเขตอุทยานศรีสัชนาลัย ฝั่งตรงข้ามร้านเป็นวัดเก่าแก่ชื่อวัดโคกสิงคาราม ซึ่งยังคงหลงเหลือซากปรักหักพังให้คนรุ่นหลังได้เข้ามาชมกลุ่มวัดเก่าแก่สมัยสุโขทัยที่นี่อีกแห่ง อุทยานแห่งนี้อยู่ห่างจากเมืองสุโขทัยประมาณ 70-80 กม. เป็นอุทยานประวัติศาสตร์สำคัญที่เมื่อนักท่องเที่ยวมาเที่ยวสุโขทัยมักจะไม่พลาดกัน แต่สำหรับฉันคงต้องเป็นโอกาสหน้าเพราะเดี๋ยวเราต้องเดินทางต่อไปที่สุโขทัย เพื่อรับชิพ และBIB สำหรับเตรียมวิ่งพรุ่งนี้เช้า

    เพื่อให้การเที่ยวครบสูตร พวกเราแวะไปดูเครื่องเงินที่อยู่ไม่ไกลชื่อร้านลำตัดเครื่องเงิน ฉันเข้าไปเดินวนดูเครื่องเงินในร้าน แล้วออกไปดูวิธีทำเครื่องเงินซึ่งอยู่ในตึกแถวฝั่งตรงข้าม  เครื่องเงินที่นี่รับเงินแท้มาจากกรุงเทพนี่เอง แต่มาตกแต่งให้เป็นแบบสุโขทัย พี่สาวเล่าให้ฟังถึงวิธีทำอย่างละเอียดตั้งแต่เอาเครื่องเงินมาหลอม ให้เป็นแท่ง เป็นเส้น แล้วเอามาขึ้นรูป ประดับตกแต่งตามแบบที่ต้องการ แต่ละอันใช้เวลาในการทำขึ้นอยู่กับความยากง่าย บางแบบใช้เวลาเป็นเดือนก็มี เธอยังเล่าให้ฟังว่าสมัยนี้หาคนทำยากขึ้น ลูกหลานคนแถวๆบ้าน พอทำกันได้ เพราะเห็นมาแต่เด็กๆ แต่ก็ไม่ชอบ ไม่มีใจรัก เห็นสิ่งที่ทำเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาๆ ไม่น่าสนใจ แต่วันนี้ก็มีเด็กๆนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่อื่นมาฝึกงาน ซึ่งเป็นคนที่สนใจการทำเครื่องเงิน นักศึกษาเหล่านี้จะฝึกงานไปหลายที่ทั้งที่อยุธยา สุโขทัย แล้วต่อไปจะทำงานนี้ต่อไปหรือไม่อีกก็ไม่รู้ แต่น่าสนใจตรงที่ คนอยู่ใกล้มักไม่สนใจงานที่คนไกลเห็นว่าสวย และมีคุณค่า แต่กลับเป็นคนที่อื่นซึ่งอยู่ไกลกลับต้องดั้นด้นมาเรียนถึงที่ถิ่น ความงดงามของสิ่งที่ใกล้ตัว มักจะไม่งดงามถ้าเราเห็นจนชินตา กว่าเราจะเห็นคุณค่าของมัน สิ่งที่ใกล้ตัวกลับแทบจะไม่เหลือ หรือสูญหายไปแล้ว รอให้เราดั้นด้นไปค้นหาในถิ่นทีอยู่ห่างไกลอีกครั้ง

    ขั้นตอนการทำเครื่องเงิน จากร้านลำตัดเครื่องเงิน
    ขั้นตอนการทำเครื่องเงิน จากร้านลำตัดเครื่องเงิน

    หลังจากเช็คอินเข้าที่พักที่ไทย ไทย เกสเฮ้าส์ ซึ่งอยู่ห่างจากอุทยานประวัติศาสตร์เมืองเก่าสุโขทัย ประมาณ 1 กม. พวกเราก็สวมวิญญาณแก็งส์แฟนฉัน ปั่นจักรยานเที่ยวชมรอบๆ ซึ่งเมืองเก่าแห่งนี้อยู่รวมกันในเขตเมือง สามารถขี่จักรยานเที่ยวเล่นได้สบายๆ ตอนเย็นอากาศร่ม แดดไม่แรง แต่วันนี้ผู้คนน่าจะเยอะกว่าปกติเพราะมีนักวิ่งมากมายหลั่งไหลมาเที่ยวชมกันหนาตาเลย ไม่ไกลจากอุทยานเราขี่จักรยานขึ้นไปเที่ยววัดดังอีกแห่ง ชื่อวัดศรีชุม ซึ่งมีพระพุทธรูปใหญ่เป็นเอกลักษณ์ในพระมณฑปขนาดเล็กอันคับแคบ ทำให้พระพุทธรูป หรือพระอจนะองค์นี้ดูสง่ายิ่งใหญ่อยู่ภายใน รอบๆ วัดเก่าแห่งนี้ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ และซากวัดเก่าที่ยังคงหลงเหลือให้เดินชม

    เกสเฮ้าส์สวยๆ มีจักรยานให้เช่าห่างจากอุทยาน 1 กม.
    เกสเฮ้าส์สวยๆ มีจักรยานให้เช่าห่างจากอุทยาน 1 กม.

    ปั่นจักรยานเที่ยวในอุทยานเมืองเก่าสุโขทัย
    ปั่นจักรยานเที่ยวในอุทยานเมืองเก่าสุโขทัย

    สำหรับวัดศรีชุมแห่งนี้สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพ่อขุนรามคำแหง และถูกทิ้งร้างไปในสมัยอยุธยาตอนปลาย ปัจจุบันเหลืออาคารสำคัญเพียงอาคารเดียวคือพระมณฑปที่คับแคบแห่งนี้ เป็นอาคารที่เรียกว่า “ปฏิมาฆระ” ตามความเชื่อสมัยสุโขทัยที่ไม่ใช้เป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนาเหมือนโบสถ์ในสมัยปัจจุบัน แต่เพื่อเป็นการจำลอง “พระคันธกุฏี” หรือกุฏิที่ประทับของพระพุทธเจ้าในสมัยพุทธกาล มีความสำคัญเปรียบได้กับองค์เจดีย์ประธานที่เป็นตัวแทนของพระพุทธองค์ ภายในพระมณฑปโดดเด่นด้วยพระพุทธรูปที่เรียกว่า “พระอจนะ” พระประธานองค์โตที่เป็นของสำคัญคู่บ้านคู่เมือง และเป็นมรดกโลกของสุโขทัย
    พระอจนะ แปลว่าผู้ไม่หวั่นไหว เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีเรื่องราวมหัศจรรย์เกี่ยวกับพระพุทธรูปองค์ว่าเป็น “พระพุทธรูปพูดได้”
    เหตุที่พูดได้นั้นมาจากในสมัยอยุธยา เมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จมาประชุมทัพที่ ณ แห่งนี้ เพื่อจะยกทัพไปปราบเมืองสวรรคโลก พระองค์ท่านต้องการสร้างขวัญ กำลังใจให้แก่เหล่าทหาร จึงได้จัดให้มีพิธีเสี่ยงทายกับพระพุทธรูป โดยเสี่ยงทายว่า การรบครั้งนี้หากได้รับชัยชนะกลับมาก็ขอให้พระอจนะกล่าวตอบ แต่หากไม่ชนะก็ไม่ต้องตอบสิ่งใด
    ผลปรากฎว่า พระอจนะกล่าวตอบกลับมาจริงๆ
    ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ปาฏิหารย์แต่อย่างใด แต่เป็นกุศโลบายของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งก่อนทำพิธีเสี่ยงทางทรงได้ส่งคนขึ้นไปอยู่ด้านหลังเศียรพระอจนะ เพื่อคอยส่งเสียงตอบกลับมา ให้ทหารได้ฟังเหมือนกับองค์พระพุทธรูปพูดได้และตอบกลับมา เนื่องจากพระองค์ท่านต้องการสร้างขวัญกำลังใจให้ทหารฮึกเหิมก่อนออกรบ
    ดังนั้นพระอจนะแห่งวัดศรีชุมจึงได้รับการรำ่ลือว่าเป็นพระพุทธรูปพูดได้

    วัดศรีชุม วัดที่เป็นมรดกโลกของสุโขทัย
    วัดศรีชุม วัดที่เป็นมรดกโลกของสุโขทัย

    เช้าวันต่อมาฉันและเพื่อนๆ ตื่นแต่เช้าเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมที่ทำให้เราเดินทางมาถึงสุโขทัย บางคนวิ่ง 21 กม. แต่ฉันยังเด็กน้อยนัก เอาแค่ 10 กม.เบาะๆพองามตามเดิม เช้านี้อากาศดีมากๆในรอบหลายเดือนที่ร่วมงานวิ่งมา มีลมเย็นๆสมกับอยู่ทางเหนือ อากาศไม่ร้อน รันทด อบอ้าว แดดก็ไม่แรง เส้นทางวิ่งสำหรับ 10 กม.มินิมาราธอน จัดให้วิ่งอยู่ภายในและรอบๆ อุทยานเมืองเก่า จึงร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ และพร้อมๆกับได้ชมเมืองเก่า วัดเก่า ไปพร้อมๆกัน เป็นเส้นทางวิ่งที่ฉันประทับใจมากสุดๆอันดับต้นๆเลย จนคิดว่าถ้าปีหน้าจัดอีกก็อยากจะมาร่วมอีกครั้ง แม้จะได้ข่าวว่าผู้จัดโดนด่าไปหลายเรื่อง ทั้งเรื่องความล่าช้าในการแจกรางวัล เรื่องทะเลาะกับผู้เข้าร่วมวิ่งกรณีของแจกสำหรับคนจบวิ่งมาราธอน แต่ทุกเรื่องก็ไม่ค่อยจะเกี่ยวกับฉันซึ่งหวังว่าการวิ่งจะเป็นเพียงการออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง และเอาชนะตัวเองไปเรื่อยๆ โดยไม่แข่งขันกับใคร เพราะในที่สุดฉันคงไม่มีเวลามาทุ่มเทให้กับการวิ่งได้อย่างนักวิ่งมืออาชีพ  ในเมื่อยังห่วงเที่ยว ห่วงเล่น ห่วงกิน และห่วงจะทำกิจกรรมอีกมากมาย

    Sukhothai Unique Running วิ่งในเส้นทางมรดกโลก
    Sukhothai Unique Running วิ่งในเส้นทางมรดกโลก

    20140705-142356-51836684.jpg
    บรรยากาศรอบในเขตอุทยานยามเช้า

    พวกเรารวมตัวถ่ายรูปกันอีกพักใหญ่  เพราะสถานที่สวยๆต่างจังหวัดแบบนี้ ไม่ได้มีโอกาสกันบ่อยนัก แล้วเรากลับเกสเฮ้าส์ ทานอาหารเช้า เตรียมตัวเดินทางนั่งรถยาวกลับกรุงเทพ  ถึงกรุงเทพสองทุ่ม พร้อมกับฝนที่ตกหนักในกรุงเทพจนนำ้ท่วมรถติดแถวลาดพร้าวอย่างหนัก โชคดีมากๆที่สองวันที่ผ่านมาเราไปเที่ยวอากาศดี ปลอดโปร่ง ทุกวันเลย

    แวะจิบกาแฟ และทานก๋วยเตี๋ยวห้อยขาที่พิษณุโลกก่อนกลับกรุงเทพ
    แวะจิบกาแฟ และทานก๋วยเตี๋ยวห้อยขาที่พิษณุโลกก่อนกลับกรุงเทพ

    20140705-135650-50210946.jpg

  • พอเช็คอินที่ดอนเมือง เพื่อบินมางานวิ่งที่ภูเก็ต ก็นึกขึ้นมาได้ว่า ภูเก็ตเนี่ยมาหลายรอบแล้วเหมือนกันนะ ด้วยเหตุผลต่างๆนานามากมาย บางเรื่องก็นานมากจนไม่น่าเชื่อว่าจะลืมไปแล้ว เพิ่งมานึกได้ก็ตอนมีเวลานั่งคอยขึ้นเครื่อง แล้วนั่งทบทวนว่าเราไปที่ไหนในภูเก็ตมาแล้วบ้าง เพราะคราวนี้นอกจากจะมาเพื่อวิ่งแล้ว ฉันยังมีเวลาอีก 2 วัน เต็มๆเพื่ออยู่เที่ยวในภูเก็ตอีก

    สมาชิกนักวิ่งไปรออยู่แล้วที่ภูเก็ต 5 คน เพราะเรามากันคนละไฟล์ท แต่พอไปถึงเพื่อนๆก็น่ารักมาก อุตสาห์ให้รถตู้แวะกลับมารับที่สนามบินอีกที แล้วมุ่งหน้าตรงไปหาของกินในย่านเมืองเก่าของภูเก็ต แถวๆถนนถลางกันเลย หลังจากหิ้วท้องมาแต่เช้าจากกรุงเทพ เพราะดอนเมืองไม่ได้มีของกินอร่อยๆ ให้รองท้องมากนัก แถมราคายังแพงลิบลิ่ว ขนมบนเครื่องแค่พอแก้หิว ที่สำคัญอาหารอร่อยๆที่ภูเก็ตรออยู่ข้างหน้า ทริปนี้นอกจากตั้งใจมาวิ่งแล้ว เรื่องกินก็เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเราข้ามน้ำข้ามทะเล บินลัดฟ้ามาถึงที่นี่

    เราเริ่มต้นกันที่ร้านอาหารพื้นเมืองภูเก็ต ลกเที้ยน ตรงมุมสี่แยกถนนดีบุกตัดกับถนนเยาวราช  แต่ที่จริงเพื่อนๆเค้าเริ่มกันไปก่อนแล้วที่หมี่สะปำ ร้านป้าเจียร  แต่เพื่อนๆมีน้ำใจมานั่งกินเป็นเพื่อนด้วยความอยาก 555 อาหารที่นี่หลากหลายดี มีทั้งบะหมี่ หมูสะเต๊ะ ปอเปี๊ยะสด และต่างๆนานา จำชื่อไม่ค่อยได้ ยังไงถ้าได้ไปเชื่อว่าแทบทุกคนที่ไปเที่ยวคงได้สั่งกันครบหมดทุกร้านเหมือนเรา แล้วเดินมาตบท้ายของหวานริมทาง โอ๊วเอ๋ว ขนมหวานน้ำแข็งไสขึ้นชื่อของภูเก็ต
    20140612-142922-52162808.jpg

    20140612-142922-52162591.jpg
    ย่านเมืองเก่าภูเก็ต

    จากนั้นพวกเราก็เริ่มออกเดินเล่นในย่านเมืองเก่าของภูเก็ต รอบนี้ย่านนี้เปลี่ยนไปดูโล่งโปร่งตาขึ้น เพราะสายไฟที่ระโยงระยางเกะกะสายตา ถูกนำเอาลงพื้นไปหมดแล้ว ย่านนี้เคยมาเดินแล้ว แต่ให้เดินอีกกี่ทีก็ยังสวย น่าเดินเล่นเหมือนเดิม เพราะตึกเก่าชิโน-โปรตุกีส ที่ได้รับการอนุกรักษ์ดูแล และผู้คนที่ยังใช้ชีวิตเหมือนเช่นในอดีต บ้างเป็นร้านขายเสื้อผ้า ขายของใช้  บางห้องถูกปรับตกแต่งเป็นโรงแรมเล็กๆ ร้านกาแฟน่านั่ง บนสายเก่าแห่งนี้ ที่ถูกใจมากๆ เห็นจะน่าดีใจที่ไม่มีร้าน 7-11 หรือฟาสต์ฟู๊ดชื่อดังมาโผล่ให้เสียอารมณ์ความชิล ความน่ารัก แต่มีรถสวยๆเก่าๆ จักรยานเก๋ๆ ต้นไม้เล็กๆ ป้ายเท่ๆ และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายให้เราเดินมอง แม้วันนี้จะอากาศร้อนอบอ้าว ฟ้าไม่ใส แต่เดินบนถนนนี้ยังไงก็ไม่มีเบื่อ ทุกห้อง ทุกร้านต่างมีน้ำใจ และคงเข้าใจในความงดงามของถนนที่ต่างเป็นเจ้าของ จึงไม่มีการหวงห้ามหากเราจะแวะเวียนไปถ่ายรูปหน้าร้าน บางร้านยังเรียกให้เราเดินเข้าไปชม ไปถ่ายรูปถึงข้างในได้โดยไม่หวงห้ามด้วยซ้ำไป

    วันนี้เราเที่ยวกันเบาๆ ไม่กล้ากินอาหารหนักๆ เพราะพรุ่งนี้ต้องเตรียมตัวตื่นแต่เช้าไปทำภาระกิจสำคัญ คือร่วมงานวิ่ง Laguna Phuket International Marathon 2014 สุดท้ายอาหารมื้่อเย็นของเราวันนี้ก็เลยเป็นแค่ “ข้าวเหนียว หมูปิ้ง” แล้วรีบเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ พรุ่งนี้เราต้องตื่นกันแต่เช้าตี 4 เพื่ออาบน้ำและไปเตรียมตัวที่สนามของลากูน่า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักของเรา
    งานนี้นักวิ่งสมัครเล่นอย่างพวกเรา สมัครไว้แค่มินิมาราธอน 10.5 กม. แต่มีพี่ในกลุ่มเป็นหน้าเป็นตาวิ่ง Half Marathon 21 กม. ค่อยดูสมเหตุสมผลในการมาภูเก็ตหน่อยนึง แหม! นึกถึงเพื่อนที่วิ่งด้วยกันถามว่ามาวิ่งกี่กิโล แล้วพอเราบอก 10.5 กม. โดนหัวเราะใส่ว่า วิ่ง 10 กม.ก็อุตสาห์บินมาเนอะ ….. แหม 10 กิโล ก็จะแย่แล้วนะเค๊อะ 5555

    20140612-142923-52163217.jpg
    ร้านขนมจีนป้าติ่ง

    เช้าวันที่วิ่งอากาศไม่ร้อนแรงด้วยแสงแดด แต่อบอ้าวเพราะเมฆครึ้ม และโชคดีที่ไม่มีฝน ทีมงานมีการจัดการดีมาก ทั้งภายในเต้นท์ จัดการเรื่องห้องน้ำ facilities ต่างๆ ไปจนถึงระหว่างวิ่งมีน้ำดื่ม เกลือแร่ ฟองน้ำ บริการตลอดเส้นทาง งานนี้เป็นงานใหญ่ มีนักวิ่งจากต่างชาติเข้าร่วมกิจกรรมกันมากมาย คนไทยเองก็ไม่น้อย น่าดีใจที่คนหันมารักสุขภาพกันมากขึ้น และมีกิจกรรมงานวิ่งทุกอาทิตย์ให้เราได้เลือกเข้าร่วม เปลี่ยนบรรยากาศไม่จำเจอยู่แค่ที่สนามใกล้บ้าน งานนี้คึกคัก สนุกสนาน รวมถึงตัวฉันเองด้วย ที่อาการเจ็บเข่าที่เป็นมาเกือบก 2 เดือน หายดีขึ้น งานนี้วิ่ง 10 กิโลเมตร โดยที่แทบจะไม่มีอาการหลงเหลือเลย เวลาที่วิ่งกลับมาใกล้เคียงกับที่เคยทำไว้เดิม ต่อไปจะได้เข้าสู่เป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ให้การวิ่ง 10 กม.ไม่เกิน 1 ชั่วโมง งานนี้จับเวลาได้ไปที่ 10.40 กม. ทำเวลา 10.10 นาที นับว่าน่าพอใจสำหรับตัวเอง
    20140612-142923-52163011.jpg
    หลังจากวิ่งเสร็จแล้ว เราก็เข้าสู่ภาระรอง ที่น่าสนใจกว่าภาระหลักคือกิน เที่ยว หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเราไปเริ่มอาหารเช้าสไตล์ภูเก็ตที่ร้านขนมจีนป้าติ่งกันค่ะ ขนมจีนที่นี่เค้าให้ตักแบบบุฟเฟต์ เลือกน้ำยาที่มีหลากหลายทั้งน้ำยาป่า น้ำยาปลา น้ำเงี้ยว น้ำพริก แกงเขียวหวาน ทานกับผักหลากหลาย และไก่ทอด ที่นี่เราไปกันสาย 10 โมง ผักหลายอย่างก็ร่อยหรอ แต่รสชาติก็ยังอร่อยไม่ผิดหวังค่ะ

    หลังจากนั้นก็ไปชมวิวเมืองภูเก็ต บนเขารัง จิบกาแฟ ลมเย็นๆ ทำเอาเกือบหลับกันทั้งแก็งส์ เพราะตื่นกันแต่เช้า และยังคงเพลียจากวิ่งเมื่อเช้านี้กัน
    เราไปเที่ยวกันสบายๆ ตามเส้นทางรอบนอกของภูเก็ตไปชมแหลมพรหมเทพ – จุดชมวิว 3 อ่าว (กะตะน้อย-กะตะ-กะรน) จากนั้นก็แวะไปไหว้พระที่วัดฉลอง วัดดังประจำจังหวัดภูเก็ต อากาศร้อนเอาเรื่อง เดินกันเหงื่อท่วมตัวเลย
    20140612-142923-52163394.jpg
    มื้อเย็นวันนี้ทีแรกตั้งใจจะไปกินกันที่ร้านระย้า ร้านดังไฮโซของภูเก็ต แต่ด้วยความที่ตอนนี้เราวนเวียนเที่ยวอยู่รอบนอกตัวเมือง และภูเก็ตก็รถติดไม่เบา ที่สำคัญอาหารอร่อยๆ ในภูเก็ตก็มีมากมาย เราจึงลงความเห็นว่าไปร้านอาหารชื่อดังรสแซ่บอีกแห่งไม่ไกลแถวๆป่าหลาย ที่ร้านหมอมุดง กันดีกว่า ร้านนี้ฉันมาเป็นครั้งแรก มาแล้วก็ติดใจอีก อาหารพื้นบ้านที่นี่รสแซ่บจัดจ้าน หลากหลาย และราคาก็ไม่แพง แหม เห็นรูปแล้วยังอยากบินไปกินอีกซักรอบเลย 555

    20140612-143339-52419897.jpg
    ร้านหมอมุดง

    เราจบวันนี้ด้วยความอร่อย และกลับถึงที่พักไม่ดึกมาก แต่พออาบน้ำเสร็จหัวถึงหมอนก็หลับได้ทันที เพราะทั้งเหนื่อย ทั้งเพลีย ทั้งอิ่ม —หลับสบายเลยค่ะ

    เช้าวันต่อมา พวกเรามีเวลาอีกวันสำหรับการทัวร์ภูเก็ต ก่อนจะกลับกรุงเทพตอนบ่ายสามสำหรับฉัน และห้าโมงเย็นสำหรับเพื่อนๆ เช้านี้เราเริ่มกันด้วยอาหารเช้าของภูเก็ตสไตล์จีนๆ ที่ร้านสภากาแฟ SR แต่เตี้ยม ร้านนี้พี่คนขับแนะนำ ร้านโล่งโปร่งสบาย บริการดี พอไปถึงพวกเราก็หยิบติ่มซำใส่ถาดกัน 3-4 ถาด แล้วไปส่งให้พนักงานนึ่ง ระหว่างนั่งรอก็สั่งทั้งโจ๊ก บะกุดเต๋ หมี่ซั่ว โอ้โห พอติ่มซำชุดที่เราสั่งมาถึงปรากฎดังภาพที่เห็น มากมายหลายสิ่ง แต่ก็สามารถจัดการทั้งหมดได้เรียบร้อยไม่เหลือ เพราะทั้งสด ทั้งอร่อย แถมยังตบท้ายของหวานเป็นซาลาเปาอีกคนละลูก สบายใจ อิ่มหนำสำราญกันไป

    20140612-142923-52163594.jpg
    ร้าน SR แต่เตี้ยม

    หลังอิ่มแน่น ก็ต้องพักท้อง หาที่เที่ยวเดินย่อย แต่เพราะมาคราวนี้เราเน้นแค่กินเที่ยวในเมือง ไม่มีโปรแกรมเที่ยวเกาะ เที่ยวหาดไกลๆ วันนี้เราก็เลยกลับมาที่ถนนสายเดิมอีกครั้ง แต่เข้าไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ บ้านเก่าด้านในกัน ที่พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว ราคาเข้าชมคนละ 50 บาท ระหว่างชมมีเจ้าหน้าที่แนะนำอธิบายให้ด้วย แต่ละห้องเล่าถึงเรื่องราวตั้งแต่ชาวจีนเข้ามายังเมืองไทย และมาถึงภูเก็ต เริ่มทำเหมืองแร่  กลุ่มคนจีนที่มีส่วนทำให้ภูเก็ตเจริญเติบโตเข้มแข็ง และมีวัฒนธรรม เอกลักษณ์โดดเด่น พัฒนาเมืองให้เจริญเติบโต แสดงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ตั้งแต่เกิด แต่งงาน จนตาย การเรียนรู้ สังคม ข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีมากๆ ทำให้เห็นว่าคนทำมีความตั้งใจอย่างมากที่จะรักษาขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ และเก็บรักษาสิ่งดีๆของภูเก็ตเอาไว้ สืบต่อไปนานๆ

    20140612-142923-52163809.jpg

     

    ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์มีร้านกาแฟสวยๆให้เรานั่งเพลินๆ หลบแดด ก่อนจะลาจากภูเก็ต โดยสามารถเข้าได้ทั้งด้านหน้า และด้านข้างๆพิพิธภัณฑ์ เรานั่งเล่นพูดคุย สนทนากันอีกพักใหญ่

    20140612-142924-52164002.jpg

    ฉันอำลาภูเก็ตคราวนี้ที่ร้านอร่อยใกล้สนามบิน ร้านหมี่สะปำ ป้าเจียร สาขา2 มารอบนี้เราไม่ได้ไปทานอาหารทะเลกันเลย เพราะแค่นี้ก็แน่นท้อง อิ่มหนำสำราญกับความอร่อยของอาหารที่ฉันยกนิ้วให้เลยว่าอาหารที่นี่นับเป็นสุดยอดความอร่อย แถมมีวิถีการกิน ที่เป็นเอกลักษณ์ ร้านขายอาหารมีหลากหลายตั้งแต่อาหารเช้า อาหารกลางวัน อาหารเย็น และของทานเล่นระหว่างมื้อ แต่ละอย่างแบ่งกันขาย มีเวลาให้ทานเป็นมื้อๆ ตามเวลา ไม่ใช่คิดจะกินก็ได้กิน มาสายมีอด มาเร็วก็ต้องรอ และแต่ละมื้อก็มีหลากสไตล์ทั้งแบบไทย จีน มุสลิม เพราะมีผสมผสานหลากหลายเชื้อชาติและศาสนา อ้าว! ว่าแล้วคราวนี้เราไม่ได้ลองแบบมุสลิม แนวโรตีกันเลย เห็นมั๊ยว่าภูเก็ตต้องไปอีกหลายครั้งกว่าจะได้ลิ้มลองรสชาติอาหารได้ครบ

    สงสัยว่าปีหน้าต้องได้ไปวิ่งอีกรอบแน่ๆ

    20140612-142924-52164222.jpg