Nim Journey

A Legend of Travel

  • ไม้เท้าเดินป่า — เพื่อนแท้ของนักเดิน

    ถ้ามีใครสักคนเดินเข้ามาถามว่า “ไปเดินป่าต้องพกอะไรบ้าง?” หนึ่งในคำตอบแรก ๆ ที่จะโผล่ขึ้นมาในหัวเสมอก็คือ “ไม้เท้าเดินป่า” หรือ Trekking Pole ค่ะ

    แต่ก็แน่นอนแหละ… มักจะมีสีหน้าสงสัยตามมาแบบไม่ต้องนัดหมาย: “จำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ?” หรือ “จะใช้ทำไม เราก็เดินไหวอยู่แล้ว” บางคนอาจจะรู้สึกว่า พกไม้เท้าเหมือนเป็นการแสดงออกถึงความไม่พร้อม ดูเทอะทะ หรือกลัวจะเกะกะไม่เท่พอจะถ่ายรูปเท่ ๆ

    (เพิ่มเติม…)
  • ประสบการณ์จองรถผ่าน Rentalcars

    บางทีสิ่งที่เราคิดว่าเราเตรียมพร้อม ศึกษาข้อมูลมาแล้ว แต่เมื่อไปเจอเหตุการณ์จริงก็ยังไม่เพียงพอ อย่างเช่นการเช่ารถขับในทริปบอลข่าน ซึ่งตระเวนไปในประเทศ Slovenia — Croatia — Bosnia & Herzegovena — (Montrenegro ซึ่งตัดออกไปในที่สุด)
    ฉันติดต่อเช่ารถผ่านเว็บไซต์ RentalCars.com ซึ่งเป็นนายหน้าให้กับบริษัทรถต่างๆ โดยเปรียบเทียบราคากับเจ้าใหญ่ที่มีสาขาทั่วโลกอย่าง Avis , Hertz หรือ Sixt ก็พบว่าได้ราคาถูกที่สุดในรถรุ่นเดียวกัน
    ก่อนจองรถก็ไปศึกษารีวิวจากหลายๆแหล่ง มีประเด็นเรื่องการซื้อประกันเพิ่มเติม เพื่อให้คุ้มครอง 100% โดยปกติเวลาจองรถจะมีค่าส่วนแรกที่เราต้องรับผิดชอบหากเกิดอุบัติเหตุ ก็นับว่าสูง 2125ยูโร ซึ่งจะมีประกันแบบ Full Protection ให้เราเลือกซื้อเพิ่มเติมอีกส่วนหนึ่งเพื่อคุ้มครองความเสียหายแบบ 100% Rental Cars ที่จองไปก็เสนอประกันในส่วนนี้มันทันทีตอนจองรถ เราก็กดซื้อไปเลย เพราะอ่านรีวิวผ่านๆมาว่าถูกกว่าไปซื้อหน้าเคาน์เตอร์ และบริการก็ใช้ได้ เพียงแต่หากเกิดกรณีที่ต้องจ่ายเงินเพราะอุบัติเหตุ หรือสิ่งใดก็ตาม เราต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน แต่ Rental Cars จะรีบเคลมคืนเงินเข้าบัญชีให้ทันที

    ปัญหาจากการซื้อบริการประกันภัยผ่าน Rentalcars ก่อนการเดินทาง

    แต่กรณีนี้ดูจะเป็นข้อขัดแย้งกับบริษัทรถเช่าท้องถิ่นที่เราไปรับรถ เมื่อเราแจ้งว่าทำประกันผ่าน Rental Cars มาแล้ว พนักงานดูจะไม่ค่อยชอบใจทั้งที่เคาน์เตอร์และตอนรับรถ พวกเขาบอกว่าถ้าซื้อประกันตรงจะสะดวกและง่าย ตอนคืนรถก็ไม่ต้องเช็คอะไรกันมาก เพราะยังไงก็มั่นใจได้ว่าเรามีประกันรถแบบ Full Protection ที่ซื้อผ่านเขา แม้ว่าเราจะยืนยันและพยายามให้ดูว่าเรามีเอกสารคุ้มครองมาแล้วก็ตาม รวมทั้งในกรณีนี้เราต้องยินยอมให้กันเงินในบัตรเครดิตจำนวน 2,125ยูโร ไว้กับทางบริษัทรถเช่าด้วย ทั้งคนในออฟฟิศและคนปล่อยรถก็ดูมึนๆตึงๆอยู่ดี
    Additional Driver— พอประกันไม่ซื้อ ก็ถามเรื่องคนขับรถ ว่ามีคนขับกี่คน กรณีนี้เราก็เลยแจ้งไปว่าขับ 2 คน ได้เรื่องเลย เก็บเงินค่า additional driver ไปอีก 60ยูโรไม่รวม vat 25% แถมบอกว่าถ้าซื้อประกัน Full Protection กับเขาค่าใช้จ่ายส่วนนี้เราไม่ต้องจ่าย กรณีนี้คือความงงที่สุด ว่าที่จริงในประกันของเราก็คุ้มครองส่วนนี้นี่หว่า แต่พอถึงตอนนี้ไม่จ่ายก็ไม่ได้ ก็เลยจ่ายไปแล้วจะมาคุยกับ Rental Cars ภายหลัง ซึ่งผลปรากฎว่าเราต้องจ่ายแพงเพราะไม่สามารถเรียกร้องคืนได้ เดี๋ยวเล่าต่อ
    Border Crossing— ในกรณีนี้เราเช่ารถจากโครเอเชีย จะเอารถไปใช้ที่ประเทศ Slovenia และ Bosnia & Herzegovina ต้องแจ้งกับบริษัทรถ และจ่ายค่าธรรมเนียม กรณีนี้ไม่มีปัญหา รู้ว่าต้องจ่าย แต่ตอนทีคุยเรื่องขอเงินคืน Additional Driver ดูเหมือนมีความคุ้มครองส่วนนี้ด้วยในประกัน (ไม่คอนเฟิร์มนะคะ)

    เมื่อกลับมาฉันติดต่อกลับไปที่ Rentalcars เพื่อแจ้งปัญหา พบว่าทาง Rentalcars ไม่รับผิดชอบต่อสิ่งที่เราถูกเรียกเก็บไป เพราะไม่ใช่การเคลมความเสียหาย ดังนั้นในกรณีนี้ฉันจึงเข้าใจว่าถ้าเราทำประกันภัยกับ Rentalcars เราต้องไม่จ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อป้องกันความเสี่ยงนั้น (Additional driver , Border Crossing) แต่ถ้าระหว่างการขับรถแล้วมีอุบัติเหตุ ถ้าเกิดการเรียกร้องขึ้นแล้วเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ใช้คนขับรถไม่ตรงกับคนขับรถหลัก หรือเกิดอุบัติเหตุในต่างถิ่นที่ไม่ใช่ Croatia แล้วถูกปรับ Rentalcars จะรับผิดชอบให้นั่นเอง ซึ่งปัญหาคือเรื่องนี้ไม่ชัดเจนต้้งแต่ตอนซื้อประกัน ปัญหาเกิดจากเราไม่เข้าใจขั้นตอน และทาง Rentalcars ก็ไม่ชี้แจงให้ชัดเจนเพราะฉันได้สอบถามเรื่อง Border Crossing ไปก่อนจะซื้อ และ Rentalcars ก็แจ้งว่าเราต้องจ่ายเพิ่มกับบริษัทรถเช่าท้องถิ่น นอกจากนี้สำหรับความรู้สึกของคนต่างบ้านต่างเมือง ย่อมไม่อยากให้เกิดปัญหาขึ้นเมื่อถูกถามจากบริษัทเช่ารถเรื่องคนขับรถเสริม เราจึงแจ้งตามความจริงว่ามี และยอมจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไป
    ปัญหาทั้งหมดฉันพบว่าจะสะดวกและหมดปัญหาไปอย่างแท้จริง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวก สบายใจ คือให้ซื้อประกันโดยตรงกับบริษัทรถเช่าเมื่อรับรถจะดีกว่าการซื้อประกันผ่านนายหน้าซึ่งการแก้ปัญหาและพูดคุยค่อนข้างลำบากเมื่ออยู่หน้างานตอนรับรถ เพราะต้องใช้เวลาเจรจา คุย ติดต่อลำบาก โดยเฉพาะเมื่อเราเพิ่งไปถึงประเทศนั้นในก้าวแรก จะโทรสอบถามก็มีอุปสรรคทั้งเรื่องเวลาการทำงานที่ต่างกันของแต่ละออฟฟิศ เรื่องหาโทรศัพท์ ซึ่งปัญหาที่เราเจอมาก็อยากเอามาเล่าให้ฟังเป็นประสบการณ์และข้อคิดก่อนตัดสินใจซื้อประกันผ่านตัวแทนนายหน้า Rentalcars ก่อนเดินทาง

    GPS— ขายของกันต่อไป พนักงานถามถึง GPS ว่าเราต้องการหรือไม่ กรณีนี้ตอบด้วยความมั่นใจ “ไม่เอา” ฉันมี Google Maps ส่วนตัวมา ซื้อ Sim2fly มาเรียบร้อย แม้เพื่อนจะกระซิบว่า ใน Bosnia ใช้สัญญาณซิมไม่ได้นะ แต่เราก็ตกลงกันว่า เดี๋ยวใช้แผนที่กระดาษกัน ตอนนั้นแบบว่าไม่อยากจ่ายเงินอะไรให้ใครแล้ว (โมโห ขายไรกันนักหนา) แต่กรณีนี้ก็ค้นพบว่าไม่จำเป็นจริงๆ โดยเฉพาะรถคันที่ได้มามี Apple Carplay ติดตั้งมาเรียบร้อยแล้วด้วย
    Avantcar จัดรถ Skoda Octavia เกียร์ออโต้ให้กับเรา แทน Volkswagen Golf ที่จองไว้ ไมล์รถอยู่ที่ประมาณ 50000 นิดๆ สภาพรถดีมากทีเดียว กระโปรงหลังกว้างขวาง ใส่กระเป๋าใหญ่ 4 ใบ (ขนาด 22–24 นิ้ว) ของพวกเราได้กำลังดี เพราะถ้าเป็น Volkswagon ที่จองมาอาจจะอึดอัด

  • ใช้ Google maps ขับรถเที่ยวแบบประหยัดค่าเน็ต

    ต้องยอมรับว่ามันถึงวันที่การกางแผนที่กระดาษเพื่อเดินทางเข้าสู่ยุคสุดท้ายของมันแล้ว เทคโนโลยีทำให้การท่องเที่ยวมีความสะดวก ง่ายและประหยัดมากขึ้น

    IMG_5085
    รถเช่า Skoda Octavia คันใหญ่กำลังดี ท้ายรถใส่กระเป๋า ขนาด 22–24นิ้ว 4 ใบ

    Google maps

    Google maps บนมือถือเข้ามาช่วยให้การขับรถเที่ยวมีความสะดวกมาก และจากการพัฒนาระบบ carplay ที่ใช้กับวิทยุติดรถในปีนี้ ทำให้การขับรถต่างบ้าน ต่างเมืองในสถานที่ไม่คุ้นเคยง่ายและประหยัดด้วย

    IMG_6449
    ระบบ Carplay ต่อกับมือถือ ใช้ app Google maps หรือ Maps ส่งเส้นทางขึ้นหน้าจอได้เลย

    เช่ารถขับเที่ยวโครเอเชีย สโลเวนีย บอสเนีย เราไม่จำเป็นต้องเช่า GPS จากบริษัทรถเช่า (ที่จริงก็เลิกเช่ามาหลายปีแล้ว ตั้งแต่ขับรถเที่ยว Iceland) เราใช้ app Google maps บนมือถือแล้วต่อเข้ากับวิทยุซึ่งโชคดีรถคันที่เช่ามา Skoda Octavia เป็นรุ่นใหม่ วิทยุติดรถก็เลยมี apple carplay ติดรถมาด้วย พอเสียบสายต่อ เปิด app แผนที่ก็ขึ้นมาบนจอภาพ ใส่จุดหมายปลายทางที่จะไป ก็ขึ้นเส้นทางให้ขับรถ
    แต่ถ้ารถเช่าไม่มีระบบ Carplay ก็แก้ไขด้วยการเอาที่ติดโทรศัพท์กับกระจกรถยนต์ไปด้วย เวลาขับรถจะได้ดูทางง่ายๆ ไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาดูระหว่างขับรถ

    ใช้ระบบ offline map ในการขับรถ

    ระบบ Offline map เป็นสุดยอดที่ชอบมากที่สุด เพราะช่วยประหยัดค่าเน็ต และสามารถใช้ได้ในที่ที่ไม่มีสัญญาณเน็ตด้วย ฉันได้ลองใช้จริงจังในทริปนี้ Google maps สามารถโหลดแผนที่แบบ offline มาเก็บไว้ที่โทรศัพท์ ระหว่างการขับรถเราจึงไม่ต้องเปิดสัญญาณอินเตอร์เน็ตให้เปลืองค่าเน็ต เช่นกรณีของฉัน พอขึ้นรถเสียบสายต่อก็เปิด Flight Mode และด้วยวิธีการนี้เราจึงสามารถโหลด offline map สำหรับประเทศที่สัญญาณมือถือไม่ครอบคลุม เช่น Bosnia & Herzegovina ทริปนี้เราใช้ Sim2fly จาก AIS ซึ่งใช้ได้ใน Slovenia, Croatia และ Austria เท่านั้น พอเข้า Bosnia & Herzegovina ก็ใช้สัญญาณ wifi จากที่พัก เพื่อโหลดแผนที่เก็บไว้ก่อนออกเดินทาง ไม่ต้องใช้แผนที่กระดาษแบบที่เราคิดไว้ก่อนหน้านี้

    IMG_6594

    โหลดแผนที่ Offline ไว้ ก่อนเดินทาง ประหยัดค่าเน็ต และสะดวกสำหรับประเทศที่สัญญาณมือถือไม่ครอบคลุม

    วิธีการโหลด Offline Map จาก Google maps ก็ไม่ยาก เข้าไปที่ app แล้วเลือก Offline Maps-Custom map จากนั้นเลือกช่วงเส้นทางที่เราจะต้องใช้ ความละเอียดน่าจะขึ้นอยู่กับขนาดเนื้อที่บริเวณที่จะเลือก เช่นเราจะขับรถจาก Split ไป Dudrovnik ก็เลือกช่วงแผนที่ให้ครอบคลุมแบบในรูป ถ้าซูมเข้าไปใกล้ๆ ก็น่าจะได้ความละเอียดมากขึ้น เห็นตรอกซอกซอยชัดเจน แต่ของเราไม่ได้ต้องการความละเอียดขนาดนั้นก็เลือกประมาณในรูป เผื่ออยากเปลี่ยนใจเข้า Bosnia & Herzegovina แผนที่นี้ก็ใช้ได้เลย😂

    แต่ถึงอย่างไรการขับรถก็ต้องดูป้ายสัญญาณจราจรตรงหน้าเราให้ดี เพราะเส้นทางที่ google ให้เลี้ยวหรือขับเข้าไปอาจจะพาไปเจอ Policija ที่คอยดักทางอยู่ข้างหน้าก็ได้ 😂

    IMG_6597
    Policija ตำรวจของประเทศในแถบบอลข่าน (ภาพจากเน็ต ไม่กล้าถ่ายเอง)

    ปล.
    ขับรถใน Slovenia ต้องซื้อสติกเกอร์ผ่านทางติดรถ มีขายตรงด่านเข้าประเทศหรือตามปั้มน้ำมัน
    ค่าผ่านทางในโครเอเชีย และ บอสเนียสามารถใช้บัตรเครดิตจ่ายได้ ดูช่องเข้าให้ถูก มีทั้งแบบสอดบัตรเข้าไปในตู้ซึ่งไม่มีจนท. นั่งอยู่ และแบบมีจนท.
    ยิ่งกว่านั้น Google ยังช่วยเก็บประวัติการเดินทางของเราไว้ใน timeline ให้ด้วย เผื่ออยากจะมาย้อนดูเส้นทางภายหลัง

  • ทะเลสาบ Segara Anak ในปล่องภูเขาไฟรินจาณี

    ภาพของทะเลสาบสีน้ำเงินที่มีภูเขาไฟลูกเล็กอยู่ข้างใน แล้วทั้งหมดนี้ก็ถูกล้อมรอบอีกทีด้วยภูเขาไฟลูกใหญ่ที่ชื่อเพราะพริ้ง มีเสน่ห์ว่าภูเขาไฟรินจาณี คือแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ฉันอยากเดินทางมาเพื่อชมและสัมผัสความงามนี้ด้วยตัวเอง

    (เพิ่มเติม…)
  • Rinjani Summit วันก่อนแผ่นดินไหว

    สวัสดีประเทศไทย กลับมาแล้วค่ะกับทริปสั้นๆ ความทรงจำยาวนาน เพื่อชมความงดงามของราชินีแห่งเกาะลอมบอก Mt.Rinjani

    ภูเขาไฟรินจาณี

    ภูเขาไฟรินจาณี (3,726 ม.)มองจากที่พักฝั่ง Sembalun Lawang ทางขึ้นของกลุ่มเรา น่าจะเพราะรูปทรงที่คล้ายกัน ความสูงใกล้เคียงกัน ฉันคิดเปรียบเทียบกับภูเขาไฟฟูจิของญี่ปุ่น (3,776ม. )

    ภูเขาไฟฟูจิ มีเสน่ห์สวยงามเมื่อมองจากข้างล่างขึ้นไป รวมกับองค์ประกอบรอบทั้งหมู่บ้าน ทะเลสาบที่รายล้อม แต่เมื่อขึ้นไปถึงยอดข้างบนแล้ว มีแต่หินวิวข้างบนตรงปากปล่องหรือ crater เล็กกว่า ไม่สวยเลย ฉันจึงมักบอกกับหลายคนว่า Mt.Fuji สวยที่สุดเมื่อมองจากข้างล่าง การขึ้นไปบนนั้นคือการพิสูจน์ตัวเอง

    (เพิ่มเติม…)