Nim Journey

A Legend of Travel

  • ระบบชลประทานของชาวเปอร์เซีย

    ในดินแดนที่แห้งแล้งและร้อนระอุอย่างอิหร่าน โอเอซิสที่เขียวชอุ่มกลางทะเลทรายไม่ใช่เพียงปรากฏการณ์ธรรมชาติ หากแต่เป็นผลลัพธ์จากภูมิปัญญาที่สั่งสมมานานนับพันปี

    แหล่งน้ำของโอเอซิสในอิหร่านไม่ได้มาจากแม่น้ำใหญ่เหมือนบางประเทศ หากแต่มาจากหลายทาง—น้ำใต้ดินที่ซึมอยู่ลึกลงไป ฝนที่โปรยลงมาเพียงไม่กี่ครั้งในรอบปี และที่สำคัญที่สุดคือน้ำละลายจากหิมะบนยอดเขาสูง ซึ่งอิหร่านนั้นมีเทือกเขาที่สูงกว่า 4,000 เมตร ขนาบอยู่รอบประเทศ ยามฤดูหนาว น้ำเหล่านั้นกลายเป็นน้ำแข็งเงียบงัน รอเวลาละลายไหลลงมาหล่อเลี้ยงชีวิตในฤดูใบไม้ผลิ

    แต่สายน้ำเหล่านี้มาเพียงชั่วคราว คนโบราณจึงเรียนรู้ที่จะเก็บเกี่ยวไว้ใช้ตลอดปี พวกเขาสร้างสิ่งมหัศจรรย์ที่เรียกว่า “Āb-Anbār” บ่อเก็บน้ำใต้ดินขนาดมหึมา ที่ทั้งลึกและกว้าง สร้างจากอิฐดินตากแห้งเรียงอย่างประณีต ด้านบนทำเป็นโดมสูงพร้อมช่องระบายอากาศ เพื่อให้อากาศภายในหมุนเวียน ลดการระเหย และรักษาอุณหภูมิให้เย็นอยู่เสมอ

    น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ คนเปอร์เซียรู้จักการสร้าง āb-anbār มาแล้วกว่า 3,000 ปี—ก่อนที่โลกจะรู้จักระบบประปาสมัยใหม่เสียอีก

    เดินทางในอิหร่านปี 2018 ได้เห็นร่องรอยของภูมิปัญญานี้อยู่ทั่ว ทั้งในเมืองและในหมู่บ้านเล็กๆ กลางทะเลทราย บางแห่งยังคงใช้งานได้ บางแห่งกลายเป็นโบราณสถานที่เล่าขานถึงความสามารถของมนุษย์ในการปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติอันโหดร้าย

    โอเอซิสในอิหร่านไม่ใช่เพียงสถานที่หย่อนใจ แต่เป็นหลักฐานแห่งการอยู่รอด และความรู้ที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นของคนที่ใช้ชีวิตร่วมกับทะเลทราย


    ชีวิตกลางทะเลทราย: ภูมิปัญญาเปอร์เซียที่ยังเย็นอยู่ในใจ

    กลางทะเลทรายที่แห้งแล้งของเปอร์เซียโบราณ มีสิ่งมหัศจรรย์ที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อประคองชีวิตให้อยู่รอดท่ามกลางแดดระอุ สิ่งนั้นคือ Qanāts ทางน้ำใต้ดินที่บรรพบุรุษชาวเปอร์เซียขุดลึกลงไปในผืนดิน เพื่อดึงน้ำจากแหล่งใต้ภูเขาให้ไหลมาตามแรงโน้มถ่วงสู่ชุมชนด้านล่าง

    ระบบชลประทานนี้ไม่ได้เป็นแค่ท่อส่งน้ำธรรมดา แต่ยังสะท้อนความเป็นระเบียบและความยุติธรรมแบบเปรียบเปรยในโลกยุคโบราณ เพราะน้ำไม่ได้ไหลอย่างไร้ทิศทาง แต่จะถูกจัดสรรตาม “เวลา” ที่แต่ละบ้านสามารถใช้น้ำได้ ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่จ่ายเข้า “กองทุนส่วนกลาง” บ้านใครจ่ายมาก ก็มีเวลารับน้ำได้นานขึ้น—เศรษฐี ขุนนาง หรือผู้มีอันจะกิน จึงสามารถมีน้ำใช้ได้มากกว่าชาวบ้านทั่วไป

    แต่สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือวิธีการใช้ประโยชน์จากน้ำเหล่านี้ในบ้านเรือน บางบ้านสร้างที่เก็บน้ำไว้ใต้ดิน บางหลังต่อยอดด้วยการออกแบบ “ห้องพักผ่อน” เหนือบ่อน้ำเพื่อรับความเย็นที่ระเหยขึ้นมา กลายเป็นมุมสงบเย็นสบาย ท่ามกลางอุณหภูมิภายนอกที่แผดเผา

    Thumbnail Seller Link
    ACHAMENID EMPIRE เรื่องราวการเนิดและล่มสลายของอาคีเมเนียนแห่งเปอร์เซีย
    arete
    www.mebmarket.com
    ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความเข้าใจต่ออดีตคือสมบัติล้ำค่าที่ช่วยให้เราเข้าใจปัจจุบัน และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่ทั้งง…
    Get it now

    บางบ้านถึงกับสร้างบ่อน้ำไว้กลางสวน ทำให้สนามหน้าบ้านกลายเป็นโอเอซิสเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยชีวิต สีเขียว และเสียงนกร้อง ท่ามกลางทะเลทรายสีทอง

    ทั้งหมดนี้ถูกเสริมด้วย bâdgir หรือ “windcatcher” ปราการดักลมสูงเสียดฟ้า ที่ทำหน้าที่เหมือนเครื่องปรับอากาศของยุคโบราณ เมื่อลมเย็นพัดเข้าสู่ bâdgir มันจะหมุนเวียนอากาศภายในบ้านผ่านบ่อน้ำใต้ดิน ส่งผ่านความเย็นทั่วอาคาร ในขณะเดียวกัน อากาศร้อนซึ่งลอยตัวสูงก็จะถูกผลักออกไปนอกบ้านอย่างชาญฉลาด

    เมื่อรวมกัน qanāt, āb-anbār, และ bâdgir สามสิ่งนี้คือระบบนิเวศที่มนุษย์สร้างขึ้นด้วยความรู้และความเคารพต่อธรรมชาติ เป็นศิลปะแห่งการใช้ชีวิตที่ไม่เพียงช่วยให้ “อยู่รอด” แต่ยัง “อยู่ดี” ในดินแดนที่ไม่มีที่ว่างให้ความประมาท

    bâdgir ที่สูงที่สุดของเมือง Yazd

    นี่คือการใช้ชีวิตอย่างมีศิลปะ รื่นรมย์ และฉลาดล้ำในแบบที่เทคโนโลยีสมัยใหม่ยังต้องยกนิ้วให้ เป็นภูมิปัญญาที่ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์การอยู่รอด แต่ยังสร้างคุณภาพชีวิตท่ามกลางความท้าทายของธรรมชาติ

  • ขนมจีนซาวน้ำ ศิลปะอาหารไทย เที่ยวทานอาหารย่านเมืองเก่า

    ขนมจีนซาวน้ำ เป็นเมนูอาหารไทยโบราณที่นิยมทานช่วงหน้าร้อนอีกเมนูคล้ายๆข้าวแช่ ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่เข้าหน้าร้อน แต่อากาศร้อนทั้งปีของไทยก็เลยทำให้สมัยนี้พอจะหาทานได้โดยไม่ต้องรอฤดูกาล ใครพูดถึงจานนี้ทีไร เป็นอันต้องหาโอกาสไปชิมแทบทุกร้านที่ขึ้นชื่อ เป็นเมนูโปรดเมนูหนึ่งในใจทีเดียว

    เราสามคนนั่งคุยกันตั้งแต่ 8 โมง เพื่อนัดกันไปซื้อรองเท้าวิ่ง อากาศที่เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ กับเรื่องสัพเพเหระที่คุยกันไม่หยุดจนมาถึงร้านอาหารอร่อยที่ต่างคนเคยไปทานมา จนมาถึงเมนูข้าวแช่ ขนมจีนซาวน้ำที่หาทานได้ ก็พาลทำให้การนัดของเราเลยเถิดไปถึงย่านเมืองเก่าของกรุงเทพ เพื่อทานอาหารดับร้อนท่ามกลางความร้อนที่สบายๆในวันหยุด

    ขนมจีนซาวน้ำ

    ขนมจีนซาวน้ำ บ้านวรรณโกวิท

    ขนมจีนซาวน้ำ ที่บ้านวรรณโกวิท ฉันไปทานอยู่บ่อยๆ แม้การมาที่ร้านนี้จะลำบากไปนิดเรื่องการเข้าซอยที่คับแคบหลังสี่แยกคอกวัว แต่เมนูอาหารไทยโบราณแบบนี้ก็ดูเข้ากันดีกับบ้านหลังเก่าในย่านเก่าแก่ของกรุงเทพและที่สำคัญรสชาติอร่อยด้วย แต่สำหรับฉัน ขนมจีนซาวน้ำที่อร่อยที่สุดคงเป็นฝีมือแม่ เป็นหนึ่งในเมนูที่ถ้าเรากลับบ้านที่จันทบุรี ลูกหลานจะเรียกร้องให้ทำให้ทาน เพราะอร่อยถึงรสที่สุดแม้ว่าแม่จะไม่ใช่ชาววัง

    ในกระบวนอาหารที่ทานกับขนมจีน ขนมจีนซาวน้ำ อาหารที่แปลกในสายตาฉันมาตั้งแต่เด็ก และพบว่าหาทานได้ยากกว่าขนมจีนชนิดอื่น มารู้วาเมนูขนมจีนซาวน้ำนี้เป็นของคนไทยภาคกลาง ส่วนเมนูขนมจีนอื่นๆ สามารถพบเห็นได้ในหลายพื้นทีของไทย ไปจนถึงมีขนมจีนหรือขนมเส้นในพม่าด้วย

    อาหารในหน้าร้อนควรเป็นอาหารที่รสไม่จัด แต่เน้นความสดชื่น กระทิที่ราดไม่เข้มข้นแต่ไม่อ่อนใสเกินไป ความหวานฉ่ำของสัปปะรด ผสมความเผ็ดร้อนนิดหน่อยของขิง เวลาคลุกเค้ากับกุ้งแห้งป่นที่โรยหน้ามา ทำให้ขนมจีนซาวน้ำมีรสชาติเฉพาะที่ฉันติดใจ โดยปกติที่บ้านจะใช้พริกป่นเพิ่มความเผ็ดซึ่งฉันชอบมากกว่าพริกขี้หนูสวน แม้ฉันเองก็คิดว่าการใช้พริกขี้หนูสวนก็ดูดีกว่าก็ตาม เพราะเป็นคนชอบทานรสจัด สมัยเด็กๆขนมจีนซาวน้ำของแม่ไม่มีลูกชิ้นปลาหรือแจงลอน ไม่รู้เหมือนกันว่าลูกชิ้นปลานี้มาเพิ่มในยุคหลังหรือมีมานานแล้ว แต่การใส่เพิ่มเข้ามาก็ทำให้ขนมจีนซาวน้ำดูหนักท้องขึ้น และอิ่มได้ในจานเดียว

    เมื่อจานขนมจีนซาวน้ำมาวางตรงหน้าทีไร ต้องนึกถึงคนเริ่มคิดประดิษฐ์อาหารจานนี้ทุกครั้งไปว่า ช่างผสมผสานการปรุงด้วยวัตถุดิบธรรมดา แล้วคิดผสมผสานรสอาหารต่างๆ ให้มารวมกันได้อย่างมีศิลปะ เรียบง่าย ละเมียดละไมในรสชาติจริงๆ กลายเป็นอาหารที่หน้าตาสวยงาม น่าทาน และมีเอกลักษณ์สมกับเป็นศิลปะอาหารไทย

    สูตรวิธีทำขนมจีนซาวน้ำ เผื่อใครสนใจทำทานเอง https://cooking.kapook.com/view150457.html

    ขนมหวาน บ้านขนมปังขิง

    หลังอาหารคาว เราไปต่อกันด้วยขนมหวานร้านบ้านขนมปังขิง ซึ่งนำเอาบ้านหลังเก่ามาดัดแปลงเปิดเป็นร้านขนมหวาน เป็นบรรยากาศบ้านเก่าในอดีตอีกสไตล์

    บ้านไม้เก่าสองชั้นอายุร้อยกว่าปี ถูกปลุกให้มีชีวิตในบรรยากาศร่มรื่นใต้ต้นมะม่วงต้นใหญ่ ฉันชอบบรรยากาศและการบริการของพนักงานในร้านรวมไปถึงความสวยงามของขนมที่ถูกเสิร์ฟมาบนภาชนะที่หรูหราอลังการ สำหรับฉันรสชาติของขนมอาจจะไม่โดดเด่นมากเท่าไหร่ แต่เพื่อนชอบนะ บางทีอาจจะอิ่มมามากแล้วจากอาหารหลักก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามการมาทานขนมไทยในบรรยากาศแบบนี้ก็ไม่น่าพลาดเมื่อมาถึงถิ่นไทยแท้ และชอบการถ่ายรูป

    อาหารไทย ขนมไทย บ้านไทย ยังเป็นความภูมิใจของคนไทยที่แสดงถึงความยาวนาน ความละเมียดละไมของวิถีชีวิตคนไทยที่ยังไม่ขาดหายไป มีสถานที่ดีดีให้เราไปเยี่ยมชม คำนึงถึง และอิ่มอร่อยในวัดหยุดสบายๆวันอาทิตย์แบบนี้ มีเวลาหรือโอกาสก็แวะไปลองชิมกันค่ะ

  • แผ่นดินไหว รินจาณี – ช่วงที่เกิดแผ่นดินไหว

    มีคนมากมายถามว่ารู้สึกยังไง เมื่อย้อนนึกไปตอนนั้นคงปฏิเสธไม่ได้ว่า กลัว และคิดว่า
    เฮ้ยนี่เราต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่แล้วเหรอ

    ก่อนจะเดินเข้าเต็นท์พร้อมกาแฟหอมๆจากพี่หมู ยังมองไปทางทะเลสาบตรงหน้า คิดในใจว่าเช้านี้อากาศดี แดดดีสดใสกว่าเมื่อวานเย็น เดี๋ยวจะเดินไปฝั่งตรงข้ามออกมาถ่ายรูปริมทะเลสาบ แต่ก่อนอื่นไปเก็บของทาแป้งนิดนึงก่อนดีกว่า คิดแบบนั้นแล้วก็มุดเข้าเต็นท์ไป

    (เพิ่มเติม…)
  • 6 สิ่งที่น่าสนใจ และการเดินทางด้วยตนเอง แคนดี้ | Kandy, Sri Lanka

    รู้จัก แคนดี้ (Kandy)

    แคนดี้ ศรีลังกา (Kandy) เมืองชื่อแสนน่ารักเหมือนลูกอม แต่ที่จริงมาจากภาษาทมิฬว่า กัณฏิ พอเขียนแบบนี้แล้วหมดความน่ารัก กลายเป็นความขึงขังขึ้นมาทันที สมกับเป็นเมืองที่ตั้งของวัดพระเขี้ยวแก้ว และเป็นเมืองหลวงสุดท้ายของยุคกษัตริย์โบราณศรีลังกา ฉันเดินทางมา เที่ยวแคนดี้ (Kandy) ด้วยความตั้งใจมาไหว้พระเขี้ยวแก้ว และพบว่าแคนดี้มีสถานที่น่าสนใจ สวยงาม สมกับเมืองมรดกโลกของศรีลังกา ที่สามารถเที่ยวด้วยตนเองง่ายๆ

    แคนดี้เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของศรีลังการายล้อมไปด้วยทิวเขาและไร่ชา อยู่ที่ระดับความสูง 500 เมตร จากระดับน้ำทะเล เนื่องจากห่างจากเมืองหลวงโคลัมโบ 3 ชั่วโมงทำให้แคนดี้เป็นอีกเมืองที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบมักใช้เวลา เที่ยวเมืองแคนดี้ หนึ่งหรือสองวันในการเยี่ยมชมอาคารยุคอาณานิคมและสถานที่ทางศาสนา

    เที่ยวเมืองแคนดี้ ด้วยตนเอง

    เดินทางระหว่างเมืองแคนดี้

    รถไฟ

    แคนดี้ (Kandy) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ตรงกลางของประเทศศรีลังกา มีเส้นทางรถไฟที่โยงใยไปได้เกือบทั่วประเทศ การเที่ยวแคนดี้ จึงนับว่าสะดวกสบาย จากเมืองหลวงมีเส้นทางรถไฟจากโคลอมโบ – แคนดี้ ,จากเอลล่าเมืองสำคัญของเส้นทางสายชา ก็มีเส้นทางรถไฟที่มีชื่อเสียงเชื่อมต่อ เส้นทางรถไฟเอลล่า – แคนดี้ ซึ่งระหว่างทางจะได้ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว ,สถานีรถไฟแคนดี้ยังสามารถเชื่อมต่อไปยังเส้นทางเหนือของประเทศศรีลังกาสิ้นสุดที่เมืองจาฟนา (Jafna) และทางด้านตะวันออก เส้นทางรถไฟก็เชื่อมไปถึงเมืองชายฝั่งทะเลเมืองทริโคมาลี (Trincomalee)

    รถบัส / เหมารถ

    ถนนในศรีลังกาเชื่อมต่อกันทั่วประเทศ แต่ส่วนใหญ่เป็นทางสองเลนสวนกัน สามารถเช่ารถขับด้วยตนเอง หรือเหมารถพร้อมคนขับ แต่วิธีที่สะดวกและราคาไม่แพงคือการนั่งรถบัส แม้บางเส้นทางจะต้องต่อรถระหว่างเมือง แต่ก็ได้บรรยากาศกับคนท้องถิ่น และวิถีชีวิตทั่วไปของคนในศรีลังกา

    Kandy Bus Station
    บริเวณสถานีรถบัสเมืองแคนดี้ กำลังเดินทางไปเมืองดัมบุลลา (Dambulla)

    เที่ยวในเมืองแคนดี้และรอบๆ

    ระยะทางไปสถานที่ท่องเที่ยวในแคนดี้แม้จะอยู่นอกเมืองก็ไม่เกินที่จะใช้บริการรถตุ๊กตุ๊ก สามารถเรียกใช้ได้ทั่วเมือง และราคาไม่แพง แต่ต้องตกลงราคากันให้แน่นอนก่อนใช้บริการ แต่ภายในเมืองบริเวณรอบๆวัดพระเขี้ยวแก้ว รอบทะเลสาบ ฉันแนะนำให้เดินเล่นเพื่อซึมซับกับบรรยากาศโดยเฉพาะในช่วงเย็นที่แดดไม่แรง และอากาศไม่ร้อนเกินไป จะเป็นการเที่ยวเมืองแคนดี้แบบเข้าถึงเพราะบรรยากาศและผู้คนเป็นส่วนที่ทำให้เมืองแคนดี้น่าสนใจ

    6 สิ่งที่น่าสนใจในแคนดี้

    ฉันนั่งรถไฟสายเอลล่า-แคนดี้มาลงที่ปลายทางเมืองแคนดี้ เป็นการเดินทางจากบนภูเขาผ่านป่าไม้ ไร่ชา น้ำตก ผู้คนจากชนบท ทิวทัศน์และวิถีชีวิตค่อยๆเปลี่ยนจากความเบาบางเป็นความหนาแน่นขึ้นอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ที่สถานีรถไฟแคนดี้คือปากประตูที่เปิดออกให้เห็นภาพเมืองคับคั่ง เสียงบีบแตรรถระงมดังทั้งเมือง ฉันแบกเป้เดินเบียดผู้คนมากมายออกมาเรียกตุ๊ก ตุ๊ก ไปที่พักที่ห่างไป 1.5 กม. การจราจรในเมืองมีความอลหม่านบนถนนสายไม่ใหญ่ มีรถคราคล่ำมากมายหลายประเภททั้งรถเก๋ง รถเมล์ รถบัส รถมอเตอร์ไซค์ ถนนในเมืองเป็นเนินสูงต่ำตามภูมิประทศบนเขา ทั้งที่วุ่นว่ายแต่กลับมีความเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เมื่อคนขับแทบทุกคันจอดรถเบรคเอี๊้ยดทันควันเมื่อมีคนจะข้ามถนนบนทางม้าลาย เล่นเอาฉันที่นั่งบนรถเกือบหน้าคว่ำไปหลายรอบ

    วัดพระเขี้ยวแก้ว | Temple of the Tooth

    วัดศรีทัลฒามัลลิกาววิหาร (Sri Dalada Maligawa) หรือวัดพระเขี้ยวแก้ว เป็นวัดที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วเบื้องต่ำขวาของพระพุทธเจ้า และมีส่วนให้เมืองแคนดี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก วัดพระเขี้ยวแก้ว สร้างโดยพระเจ้าวิมลธรรมสุริยะที่ 1 พระมหากษัตริย์ในราชวงศ์สุดท้ายของประเทศศรีลังกา ในปี ค.ศ. 1595 โดยตัววัดตั้งอยู่ในพื้นที่ ๆ เคยเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังโบราณ เนื่องจากความเชื่อของชาวสิงหลที่เชื่อว่าผู้ที่รักษาพระเขี้ยวแก้วไว้ย่อมถือว่ามีสิทธิชอบธรรมในการเป็นปกครองอาณาจักรมาแต่โบราณ

    ค่าเข้าชมสำหรับต่างชาติ 1500 LKR แต่สำหรับคนไทยซึ่งอยู่ในกลุ่มประเทศ SAARC ได้รับส่วนลดจ่ายค่าเข้า 1000 LKR แต่ตอนซื้อตั๋วต้องพยายามยืนยันสิทธิกันนิดหน่อย เราเข้าไปชมรอบเย็นทั้งสองรอบคิวแถวยาว แต่ไปได้เรื่อยๆ ใช้เวลารอไม่นาน อย่างไรก็ตามสิ่งที่เราได้เห็นเป็นเพียงกล่องที่บรรจุพระเขี้ยวแก้วเท่านั้น

    Sri Dalada Maligawa
    บริเวณ วัดศรีทัลฒามัลลิกาววิหาร หรือวัดพระเขี้ยวแก้ว

    ชมเมืองแคนดี้ | Street of Kandy

    ถนนในใจกลาง Kandy เต็มไปด้วยอาคารยุคอาณานิคมและพ่อค้าริมถนน เริ่มต้นจากวัดพระเชี้ยวแก้วและเดินเล่นไปตามถนนสายเก่า ๆ เดินชมตึกเก่าแก่ รถเก่าหลากสีที่จอดเรียงราย รวมทั้งคนที่ดูเก่าๆ ใกล้ๆตึกเหล่านั้นด้วย

    ทะเลสาบแคนดี้ | Kandy Lake

    เดินเล่นรอบ ๆ ทะเลสาบแคนดี้ ซึ่งถือเป็นหัวใจและวิญญาณของเมือง ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นที่พักผ่อนของเมืองแม้รอบๆจะยังคราคร่ำไปด้วยการจราจรที่วุ่นวายและเสียงดัง แต่บรรยากาศรอบทะเลสาบนี้ก็ช่วยบรรเทาเบาบางลงได้ กลางทะเลสาบมีเกาะเล็ก ๆ ที่มีต้นปาล์มซึ่งเป็นหนึ่งในฉากหลังที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองแคนดี้ พบได้ในโปสการ์ดที่วางขายทั่วไป

    Kandy Lake
    เกาะเล็กๆใจกลางทะเลสาบแคนดี้ เชื่อว่าเคยมีทางเชื่อมจากพระราชวังไปยังเกาะนี้เป็นที่พักผ่อนของกษัตริย์ในสมัยก่อน

    ชมระบำพื้นเมืองแคนดี้ | Kandyan Dance

    การเต้นรำดั้งเดิมของศรีลังกา ที่เกือบจะสูญหายไปในช่วงอยู่ภายใต้อาณานิคม แต่โชคดีที่ยังฟื้นฟูกลับมาเป็นศิลปะที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ มีโรงละครอยู่ 2-3 แห่งใกล้ๆกับวัดพระเขี้ยวแก้ว ระหว่างทางมี่คนพยายามขายตั๋วให้ตลอดทาง เข้าใจว่าพยายามหาลูกค้า แต่เราก็เดินไปซื้อที่หน้าโรงละครราคาค่าเข้าชม 1000 LKR

    นักเต้นที่ประดับด้วยกำไลข้อมือ ข้อเท้าที่ทำจากลูกปัด สวมหมวกเครื่องทรงเก๋ไก๋ พร้อมด้วยเครื่องแต่งกายที่มีสีสัน ลีลาการเต้นค่อนข้างรุนแรงทั้งกระโดด พ่นไฟ ไปกับจังหวะดนตรีที่เร่งเร้าคล้ายการแสดงของชนเผ่า มีการแสดงหลายชุดในเวลา 1 ชั่วโมง

    Kandyan Dance
    Kandyan Dance ระบำพื้นเมืองศรีลังกา

    สวนพฤกษศาสตร์แคนดี้ | Botanical Garden in Kandy

    สวนพฤกษศาสตร์ Royal Kandy เป็นสถานที่ที่ผู้คนทุกเพศทุกวัยรวมตัวกันโดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ สวนแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องพันธุ์พืชและต้นไม้นับไม่ถ้วน (4000+) อยู่นอกตัวเมืองทางตะวันตกของแคนดี้โดยต้องนั่งรถไปประมาณ 15 นาที เป็นสถานที่ที่ดีสำหรับการหลบจากความวุ่นวายคับคั่งของเมือง

    ค่าเข้าชม 2000 LKR

    ชมวิวเมืองแคนดี้ที่ Kandy Buddha Statue

    Bahiravokanda Vihara Buddha Statue เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในศรีลังกา สูง 88 ฟุต ตั้งอยู่บนยอดเขาในเมืองแคนดี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขา Knuckles สามารถเข้าถึงได้โดยรถยนต์หรือมอเตอร์ไซด์ หรือเดินขึ้นบันไดเล็ก ๆ เป็นจุดชมวิว่จากมุมสูงของเมือง

    ที่พักแนะนำในแคนดี้ Kandy

    แคนดี้ เป็นเมืองใหญ่ซี่งมีที่พักมากมายให้เลือกหลายระดับราคา ขึ้นอยู่กับการบริการ และความสะดวกสบาย ฉันใช้บริการของ Booking.com ในการหาที่พักซึ่งมีให้เลือกมากมาย

    • Marvel Hills Kandy ห้องพักสะอาด อยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมือง พร้อม wifi
    • Blue Pillar Kandy ที่พักอยู่ห่างออกมาจากตัวเมืองเล็กน้อย แต่อยู่ในระยะที่เดินไปสถานที่ท่องเที่ยวเช่นวัดพระเขี้ยวแก้ว ทะเลสาบแคนดี้ ห้องพักกว้างขวาง มีดีไซน์สวยงาม มีระเบียงชมวิวสวย อาหารอร่อย พนักงานเอาใจใส่ พร้อม wifi ทั่วทั้งโรงแรม
    • Tea Heights ที่พักสุดหรู มีสระว่ายน้ำและสปา ห้องกว้างขวางและเป็นส่วนตัว
    Knuckles ,Kandy Srilanka
    วิวจากที่พัก Blue Pillar Kandy
  • ชมตึกเก่า ดูงานอาร์ต ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

    ที่จริงก็ดีที่ไม่ได้ไปซีอาน เลยทำให้มีโอกาสได้รู้จักกรุงเทพของเราขึ้นอีกหน่อย

    เคยได้ยินการเก็บภาษีร้อยชักสาม แต่ไม่เคยรู้ว่าสถานที่เก็บภาษีนั้นยังอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ และยังเป็นอาคารใหญ่โตที่สวยงามมากด้วย

    ศุลกสถาน อาคารเก็บภาษีเก่าสมัยร.5 ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตบางรัก หลังย่านการค้าที่วุ่นวายในปัจจุบัน เราเดินไปทั่วในตอนเย็นเพื่อชมนิทรรศการ งานสร้างสรรค์ Bangkok Design week ที่จัดโดย TCDC คอนเซ็ปท์งาน ปรับตัว > อยู่รอด > เติบโต ตามหน้าเว็บ

    ฉันชอบไอเดียที่เอางานร่วมสมัยมาจัดท่ามกลางอาคารเก่า คล้ายจะคอยเตือนเราว่าทุกสิ่งต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอดให้เติบโตต่อไป เพื่อคนรุ่นหลัง แม้ฉันจะไม่ค่อยเข้าใจความอาร์ตติส งานที่แสดงหลายอย่างของคนรุ่นใหม่ว่ากำลังบอกอะไรกับเรา เช่นไฟเขียวไฟแดง งานดินน้ำมัน

    ฉันเดินลัดเลาะไปตามซอยต่างๆ พบว่ามีบ้านเก่า อาคารเก่าแก่แบบยุโรป แบบจีน แบบไทย แบบผสมผสานถูกซุกซ่อนอยู่หลังตึกแถวสูงริมถนน ชุมชนเก่ายังมีชีวิตเพราะยังมีคนอาศัยและใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ มีทั้งมุสลิม อินเดีย จีน แน่นอนรวมทั้งคนไทย ความหลากหลายต่างๆทำให้ชุมชนริมน้ำเจ้าพระยาที่สวยจากธรรมชาติของตัวเองมีชีวิตชีวา จนต้องนึกจินตนาการถึงความคึกคัก วุ่นวายในยุคก่อน แถวนี้ถือว่าสร้างรากฐานการค้าให้กรุงเทพมาหลายรัอยปี ก็ดีใจที่ได้มาเดินดู เข้าใจเมือง เข้าใจรากฐานหนึ่งของสังคมไทย ได้สัมผัส บรรยากาศนี้ท่ามกลางลมเย็นๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

    ภาพสะท้อน Icon Siam จากตึกใหม่ทันสมัยที่เปลี่ยนไปแล้ว

    การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ และกำลังจะเกิดขึ้นอีก แต่กว่าเราจะพบว่าได้เปลี่ยนไปแล้ว เมืองอาจพลิกโฉมหน้าแม้จะเดินผ่านไปทุกวัน ภาพสะท้อนในกระจกของประตูไม้ที่ผุพัง อาจไม่น่าตกใจเท่ากระจกที่เราเคยส่องมองสะท้อนนั้นกลับเปลี่ยนไปเอง ชีวิตต้องพร้อมปรับตัวเพื่อเติบโตไปกับมันโดยไม่ถูกทิ้ง หรือทิ้งตัวตนของตัวเอง และพบว่าเราเองไม่เคยเข้าใจช่วงเวลาที่เคยอยู่ จนต้องมายืนมองอดีตด้วยความเสียดาย

    ถ้ามีเวลาก็รีบฉกฉวยโอกาสนี้ไปเดินชมกัน เพราะอาคารศุลกสถานก็กำลังจะถูกปรับปรุงใหม่ อาคารหลายแห่งเปลี่ยนไปแล้ว ช่วงเวลานี้ก็เป็นช่วงที่ดีในการเที่ยวกรุงเทพ เมืองไทย เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติก็น้อยลงด้วย ไม่แออัดเกินไป

    เดินเที่ยวย่านนี้จะรู้สึกเดินเหมือนเที่ยวต่างประเทศ