Nim Journey

A Legend of Travel

  • ขนมจีนซาวน้ำ ศิลปะอาหารไทย เที่ยวทานอาหารย่านเมืองเก่า

    ขนมจีนซาวน้ำ เป็นเมนูอาหารไทยโบราณที่นิยมทานช่วงหน้าร้อนอีกเมนูคล้ายๆข้าวแช่ ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่เข้าหน้าร้อน แต่อากาศร้อนทั้งปีของไทยก็เลยทำให้สมัยนี้พอจะหาทานได้โดยไม่ต้องรอฤดูกาล ใครพูดถึงจานนี้ทีไร เป็นอันต้องหาโอกาสไปชิมแทบทุกร้านที่ขึ้นชื่อ เป็นเมนูโปรดเมนูหนึ่งในใจทีเดียว

    เราสามคนนั่งคุยกันตั้งแต่ 8 โมง เพื่อนัดกันไปซื้อรองเท้าวิ่ง อากาศที่เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ กับเรื่องสัพเพเหระที่คุยกันไม่หยุดจนมาถึงร้านอาหารอร่อยที่ต่างคนเคยไปทานมา จนมาถึงเมนูข้าวแช่ ขนมจีนซาวน้ำที่หาทานได้ ก็พาลทำให้การนัดของเราเลยเถิดไปถึงย่านเมืองเก่าของกรุงเทพ เพื่อทานอาหารดับร้อนท่ามกลางความร้อนที่สบายๆในวันหยุด

    ขนมจีนซาวน้ำ

    ขนมจีนซาวน้ำ บ้านวรรณโกวิท

    ขนมจีนซาวน้ำ ที่บ้านวรรณโกวิท ฉันไปทานอยู่บ่อยๆ แม้การมาที่ร้านนี้จะลำบากไปนิดเรื่องการเข้าซอยที่คับแคบหลังสี่แยกคอกวัว แต่เมนูอาหารไทยโบราณแบบนี้ก็ดูเข้ากันดีกับบ้านหลังเก่าในย่านเก่าแก่ของกรุงเทพและที่สำคัญรสชาติอร่อยด้วย แต่สำหรับฉัน ขนมจีนซาวน้ำที่อร่อยที่สุดคงเป็นฝีมือแม่ เป็นหนึ่งในเมนูที่ถ้าเรากลับบ้านที่จันทบุรี ลูกหลานจะเรียกร้องให้ทำให้ทาน เพราะอร่อยถึงรสที่สุดแม้ว่าแม่จะไม่ใช่ชาววัง

    ในกระบวนอาหารที่ทานกับขนมจีน ขนมจีนซาวน้ำ อาหารที่แปลกในสายตาฉันมาตั้งแต่เด็ก และพบว่าหาทานได้ยากกว่าขนมจีนชนิดอื่น มารู้วาเมนูขนมจีนซาวน้ำนี้เป็นของคนไทยภาคกลาง ส่วนเมนูขนมจีนอื่นๆ สามารถพบเห็นได้ในหลายพื้นทีของไทย ไปจนถึงมีขนมจีนหรือขนมเส้นในพม่าด้วย

    อาหารในหน้าร้อนควรเป็นอาหารที่รสไม่จัด แต่เน้นความสดชื่น กระทิที่ราดไม่เข้มข้นแต่ไม่อ่อนใสเกินไป ความหวานฉ่ำของสัปปะรด ผสมความเผ็ดร้อนนิดหน่อยของขิง เวลาคลุกเค้ากับกุ้งแห้งป่นที่โรยหน้ามา ทำให้ขนมจีนซาวน้ำมีรสชาติเฉพาะที่ฉันติดใจ โดยปกติที่บ้านจะใช้พริกป่นเพิ่มความเผ็ดซึ่งฉันชอบมากกว่าพริกขี้หนูสวน แม้ฉันเองก็คิดว่าการใช้พริกขี้หนูสวนก็ดูดีกว่าก็ตาม เพราะเป็นคนชอบทานรสจัด สมัยเด็กๆขนมจีนซาวน้ำของแม่ไม่มีลูกชิ้นปลาหรือแจงลอน ไม่รู้เหมือนกันว่าลูกชิ้นปลานี้มาเพิ่มในยุคหลังหรือมีมานานแล้ว แต่การใส่เพิ่มเข้ามาก็ทำให้ขนมจีนซาวน้ำดูหนักท้องขึ้น และอิ่มได้ในจานเดียว

    เมื่อจานขนมจีนซาวน้ำมาวางตรงหน้าทีไร ต้องนึกถึงคนเริ่มคิดประดิษฐ์อาหารจานนี้ทุกครั้งไปว่า ช่างผสมผสานการปรุงด้วยวัตถุดิบธรรมดา แล้วคิดผสมผสานรสอาหารต่างๆ ให้มารวมกันได้อย่างมีศิลปะ เรียบง่าย ละเมียดละไมในรสชาติจริงๆ กลายเป็นอาหารที่หน้าตาสวยงาม น่าทาน และมีเอกลักษณ์สมกับเป็นศิลปะอาหารไทย

    สูตรวิธีทำขนมจีนซาวน้ำ เผื่อใครสนใจทำทานเอง https://cooking.kapook.com/view150457.html

    ขนมหวาน บ้านขนมปังขิง

    หลังอาหารคาว เราไปต่อกันด้วยขนมหวานร้านบ้านขนมปังขิง ซึ่งนำเอาบ้านหลังเก่ามาดัดแปลงเปิดเป็นร้านขนมหวาน เป็นบรรยากาศบ้านเก่าในอดีตอีกสไตล์

    บ้านไม้เก่าสองชั้นอายุร้อยกว่าปี ถูกปลุกให้มีชีวิตในบรรยากาศร่มรื่นใต้ต้นมะม่วงต้นใหญ่ ฉันชอบบรรยากาศและการบริการของพนักงานในร้านรวมไปถึงความสวยงามของขนมที่ถูกเสิร์ฟมาบนภาชนะที่หรูหราอลังการ สำหรับฉันรสชาติของขนมอาจจะไม่โดดเด่นมากเท่าไหร่ แต่เพื่อนชอบนะ บางทีอาจจะอิ่มมามากแล้วจากอาหารหลักก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามการมาทานขนมไทยในบรรยากาศแบบนี้ก็ไม่น่าพลาดเมื่อมาถึงถิ่นไทยแท้ และชอบการถ่ายรูป

    อาหารไทย ขนมไทย บ้านไทย ยังเป็นความภูมิใจของคนไทยที่แสดงถึงความยาวนาน ความละเมียดละไมของวิถีชีวิตคนไทยที่ยังไม่ขาดหายไป มีสถานที่ดีดีให้เราไปเยี่ยมชม คำนึงถึง และอิ่มอร่อยในวัดหยุดสบายๆวันอาทิตย์แบบนี้ มีเวลาหรือโอกาสก็แวะไปลองชิมกันค่ะ

  • แผ่นดินไหว รินจาณี – ช่วงที่เกิดแผ่นดินไหว

    มีคนมากมายถามว่ารู้สึกยังไง เมื่อย้อนนึกไปตอนนั้นคงปฏิเสธไม่ได้ว่า กลัว และคิดว่า
    เฮ้ยนี่เราต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่แล้วเหรอ

    ก่อนจะเดินเข้าเต็นท์พร้อมกาแฟหอมๆจากพี่หมู ยังมองไปทางทะเลสาบตรงหน้า คิดในใจว่าเช้านี้อากาศดี แดดดีสดใสกว่าเมื่อวานเย็น เดี๋ยวจะเดินไปฝั่งตรงข้ามออกมาถ่ายรูปริมทะเลสาบ แต่ก่อนอื่นไปเก็บของทาแป้งนิดนึงก่อนดีกว่า คิดแบบนั้นแล้วก็มุดเข้าเต็นท์ไป

    (เพิ่มเติม…)
  • 6 สิ่งที่น่าสนใจ และการเดินทางด้วยตนเอง แคนดี้ | Kandy, Sri Lanka

    รู้จัก แคนดี้ (Kandy)

    แคนดี้ ศรีลังกา (Kandy) เมืองชื่อแสนน่ารักเหมือนลูกอม แต่ที่จริงมาจากภาษาทมิฬว่า กัณฏิ พอเขียนแบบนี้แล้วหมดความน่ารัก กลายเป็นความขึงขังขึ้นมาทันที สมกับเป็นเมืองที่ตั้งของวัดพระเขี้ยวแก้ว และเป็นเมืองหลวงสุดท้ายของยุคกษัตริย์โบราณศรีลังกา ฉันเดินทางมา เที่ยวแคนดี้ (Kandy) ด้วยความตั้งใจมาไหว้พระเขี้ยวแก้ว และพบว่าแคนดี้มีสถานที่น่าสนใจ สวยงาม สมกับเมืองมรดกโลกของศรีลังกา ที่สามารถเที่ยวด้วยตนเองง่ายๆ

    แคนดี้เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของศรีลังการายล้อมไปด้วยทิวเขาและไร่ชา อยู่ที่ระดับความสูง 500 เมตร จากระดับน้ำทะเล เนื่องจากห่างจากเมืองหลวงโคลัมโบ 3 ชั่วโมงทำให้แคนดี้เป็นอีกเมืองที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบมักใช้เวลา เที่ยวเมืองแคนดี้ หนึ่งหรือสองวันในการเยี่ยมชมอาคารยุคอาณานิคมและสถานที่ทางศาสนา

    เที่ยวเมืองแคนดี้ ด้วยตนเอง

    เดินทางระหว่างเมืองแคนดี้

    รถไฟ

    แคนดี้ (Kandy) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ตรงกลางของประเทศศรีลังกา มีเส้นทางรถไฟที่โยงใยไปได้เกือบทั่วประเทศ การเที่ยวแคนดี้ จึงนับว่าสะดวกสบาย จากเมืองหลวงมีเส้นทางรถไฟจากโคลอมโบ – แคนดี้ ,จากเอลล่าเมืองสำคัญของเส้นทางสายชา ก็มีเส้นทางรถไฟที่มีชื่อเสียงเชื่อมต่อ เส้นทางรถไฟเอลล่า – แคนดี้ ซึ่งระหว่างทางจะได้ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว ,สถานีรถไฟแคนดี้ยังสามารถเชื่อมต่อไปยังเส้นทางเหนือของประเทศศรีลังกาสิ้นสุดที่เมืองจาฟนา (Jafna) และทางด้านตะวันออก เส้นทางรถไฟก็เชื่อมไปถึงเมืองชายฝั่งทะเลเมืองทริโคมาลี (Trincomalee)

    รถบัส / เหมารถ

    ถนนในศรีลังกาเชื่อมต่อกันทั่วประเทศ แต่ส่วนใหญ่เป็นทางสองเลนสวนกัน สามารถเช่ารถขับด้วยตนเอง หรือเหมารถพร้อมคนขับ แต่วิธีที่สะดวกและราคาไม่แพงคือการนั่งรถบัส แม้บางเส้นทางจะต้องต่อรถระหว่างเมือง แต่ก็ได้บรรยากาศกับคนท้องถิ่น และวิถีชีวิตทั่วไปของคนในศรีลังกา

    Kandy Bus Station
    บริเวณสถานีรถบัสเมืองแคนดี้ กำลังเดินทางไปเมืองดัมบุลลา (Dambulla)

    เที่ยวในเมืองแคนดี้และรอบๆ

    ระยะทางไปสถานที่ท่องเที่ยวในแคนดี้แม้จะอยู่นอกเมืองก็ไม่เกินที่จะใช้บริการรถตุ๊กตุ๊ก สามารถเรียกใช้ได้ทั่วเมือง และราคาไม่แพง แต่ต้องตกลงราคากันให้แน่นอนก่อนใช้บริการ แต่ภายในเมืองบริเวณรอบๆวัดพระเขี้ยวแก้ว รอบทะเลสาบ ฉันแนะนำให้เดินเล่นเพื่อซึมซับกับบรรยากาศโดยเฉพาะในช่วงเย็นที่แดดไม่แรง และอากาศไม่ร้อนเกินไป จะเป็นการเที่ยวเมืองแคนดี้แบบเข้าถึงเพราะบรรยากาศและผู้คนเป็นส่วนที่ทำให้เมืองแคนดี้น่าสนใจ

    6 สิ่งที่น่าสนใจในแคนดี้

    ฉันนั่งรถไฟสายเอลล่า-แคนดี้มาลงที่ปลายทางเมืองแคนดี้ เป็นการเดินทางจากบนภูเขาผ่านป่าไม้ ไร่ชา น้ำตก ผู้คนจากชนบท ทิวทัศน์และวิถีชีวิตค่อยๆเปลี่ยนจากความเบาบางเป็นความหนาแน่นขึ้นอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ที่สถานีรถไฟแคนดี้คือปากประตูที่เปิดออกให้เห็นภาพเมืองคับคั่ง เสียงบีบแตรรถระงมดังทั้งเมือง ฉันแบกเป้เดินเบียดผู้คนมากมายออกมาเรียกตุ๊ก ตุ๊ก ไปที่พักที่ห่างไป 1.5 กม. การจราจรในเมืองมีความอลหม่านบนถนนสายไม่ใหญ่ มีรถคราคล่ำมากมายหลายประเภททั้งรถเก๋ง รถเมล์ รถบัส รถมอเตอร์ไซค์ ถนนในเมืองเป็นเนินสูงต่ำตามภูมิประทศบนเขา ทั้งที่วุ่นว่ายแต่กลับมีความเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เมื่อคนขับแทบทุกคันจอดรถเบรคเอี๊้ยดทันควันเมื่อมีคนจะข้ามถนนบนทางม้าลาย เล่นเอาฉันที่นั่งบนรถเกือบหน้าคว่ำไปหลายรอบ

    วัดพระเขี้ยวแก้ว | Temple of the Tooth

    วัดศรีทัลฒามัลลิกาววิหาร (Sri Dalada Maligawa) หรือวัดพระเขี้ยวแก้ว เป็นวัดที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วเบื้องต่ำขวาของพระพุทธเจ้า และมีส่วนให้เมืองแคนดี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก วัดพระเขี้ยวแก้ว สร้างโดยพระเจ้าวิมลธรรมสุริยะที่ 1 พระมหากษัตริย์ในราชวงศ์สุดท้ายของประเทศศรีลังกา ในปี ค.ศ. 1595 โดยตัววัดตั้งอยู่ในพื้นที่ ๆ เคยเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังโบราณ เนื่องจากความเชื่อของชาวสิงหลที่เชื่อว่าผู้ที่รักษาพระเขี้ยวแก้วไว้ย่อมถือว่ามีสิทธิชอบธรรมในการเป็นปกครองอาณาจักรมาแต่โบราณ

    ค่าเข้าชมสำหรับต่างชาติ 1500 LKR แต่สำหรับคนไทยซึ่งอยู่ในกลุ่มประเทศ SAARC ได้รับส่วนลดจ่ายค่าเข้า 1000 LKR แต่ตอนซื้อตั๋วต้องพยายามยืนยันสิทธิกันนิดหน่อย เราเข้าไปชมรอบเย็นทั้งสองรอบคิวแถวยาว แต่ไปได้เรื่อยๆ ใช้เวลารอไม่นาน อย่างไรก็ตามสิ่งที่เราได้เห็นเป็นเพียงกล่องที่บรรจุพระเขี้ยวแก้วเท่านั้น

    Sri Dalada Maligawa
    บริเวณ วัดศรีทัลฒามัลลิกาววิหาร หรือวัดพระเขี้ยวแก้ว

    ชมเมืองแคนดี้ | Street of Kandy

    ถนนในใจกลาง Kandy เต็มไปด้วยอาคารยุคอาณานิคมและพ่อค้าริมถนน เริ่มต้นจากวัดพระเชี้ยวแก้วและเดินเล่นไปตามถนนสายเก่า ๆ เดินชมตึกเก่าแก่ รถเก่าหลากสีที่จอดเรียงราย รวมทั้งคนที่ดูเก่าๆ ใกล้ๆตึกเหล่านั้นด้วย

    ทะเลสาบแคนดี้ | Kandy Lake

    เดินเล่นรอบ ๆ ทะเลสาบแคนดี้ ซึ่งถือเป็นหัวใจและวิญญาณของเมือง ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นที่พักผ่อนของเมืองแม้รอบๆจะยังคราคร่ำไปด้วยการจราจรที่วุ่นวายและเสียงดัง แต่บรรยากาศรอบทะเลสาบนี้ก็ช่วยบรรเทาเบาบางลงได้ กลางทะเลสาบมีเกาะเล็ก ๆ ที่มีต้นปาล์มซึ่งเป็นหนึ่งในฉากหลังที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองแคนดี้ พบได้ในโปสการ์ดที่วางขายทั่วไป

    Kandy Lake
    เกาะเล็กๆใจกลางทะเลสาบแคนดี้ เชื่อว่าเคยมีทางเชื่อมจากพระราชวังไปยังเกาะนี้เป็นที่พักผ่อนของกษัตริย์ในสมัยก่อน

    ชมระบำพื้นเมืองแคนดี้ | Kandyan Dance

    การเต้นรำดั้งเดิมของศรีลังกา ที่เกือบจะสูญหายไปในช่วงอยู่ภายใต้อาณานิคม แต่โชคดีที่ยังฟื้นฟูกลับมาเป็นศิลปะที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ มีโรงละครอยู่ 2-3 แห่งใกล้ๆกับวัดพระเขี้ยวแก้ว ระหว่างทางมี่คนพยายามขายตั๋วให้ตลอดทาง เข้าใจว่าพยายามหาลูกค้า แต่เราก็เดินไปซื้อที่หน้าโรงละครราคาค่าเข้าชม 1000 LKR

    นักเต้นที่ประดับด้วยกำไลข้อมือ ข้อเท้าที่ทำจากลูกปัด สวมหมวกเครื่องทรงเก๋ไก๋ พร้อมด้วยเครื่องแต่งกายที่มีสีสัน ลีลาการเต้นค่อนข้างรุนแรงทั้งกระโดด พ่นไฟ ไปกับจังหวะดนตรีที่เร่งเร้าคล้ายการแสดงของชนเผ่า มีการแสดงหลายชุดในเวลา 1 ชั่วโมง

    Kandyan Dance
    Kandyan Dance ระบำพื้นเมืองศรีลังกา

    สวนพฤกษศาสตร์แคนดี้ | Botanical Garden in Kandy

    สวนพฤกษศาสตร์ Royal Kandy เป็นสถานที่ที่ผู้คนทุกเพศทุกวัยรวมตัวกันโดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ สวนแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องพันธุ์พืชและต้นไม้นับไม่ถ้วน (4000+) อยู่นอกตัวเมืองทางตะวันตกของแคนดี้โดยต้องนั่งรถไปประมาณ 15 นาที เป็นสถานที่ที่ดีสำหรับการหลบจากความวุ่นวายคับคั่งของเมือง

    ค่าเข้าชม 2000 LKR

    ชมวิวเมืองแคนดี้ที่ Kandy Buddha Statue

    Bahiravokanda Vihara Buddha Statue เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในศรีลังกา สูง 88 ฟุต ตั้งอยู่บนยอดเขาในเมืองแคนดี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขา Knuckles สามารถเข้าถึงได้โดยรถยนต์หรือมอเตอร์ไซด์ หรือเดินขึ้นบันไดเล็ก ๆ เป็นจุดชมวิว่จากมุมสูงของเมือง

    ที่พักแนะนำในแคนดี้ Kandy

    แคนดี้ เป็นเมืองใหญ่ซี่งมีที่พักมากมายให้เลือกหลายระดับราคา ขึ้นอยู่กับการบริการ และความสะดวกสบาย ฉันใช้บริการของ Booking.com ในการหาที่พักซึ่งมีให้เลือกมากมาย

    • Marvel Hills Kandy ห้องพักสะอาด อยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมือง พร้อม wifi
    • Blue Pillar Kandy ที่พักอยู่ห่างออกมาจากตัวเมืองเล็กน้อย แต่อยู่ในระยะที่เดินไปสถานที่ท่องเที่ยวเช่นวัดพระเขี้ยวแก้ว ทะเลสาบแคนดี้ ห้องพักกว้างขวาง มีดีไซน์สวยงาม มีระเบียงชมวิวสวย อาหารอร่อย พนักงานเอาใจใส่ พร้อม wifi ทั่วทั้งโรงแรม
    • Tea Heights ที่พักสุดหรู มีสระว่ายน้ำและสปา ห้องกว้างขวางและเป็นส่วนตัว
    Knuckles ,Kandy Srilanka
    วิวจากที่พัก Blue Pillar Kandy
  • ชมตึกเก่า ดูงานอาร์ต ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

    ที่จริงก็ดีที่ไม่ได้ไปซีอาน เลยทำให้มีโอกาสได้รู้จักกรุงเทพของเราขึ้นอีกหน่อย

    เคยได้ยินการเก็บภาษีร้อยชักสาม แต่ไม่เคยรู้ว่าสถานที่เก็บภาษีนั้นยังอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ และยังเป็นอาคารใหญ่โตที่สวยงามมากด้วย

    ศุลกสถาน อาคารเก็บภาษีเก่าสมัยร.5 ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตบางรัก หลังย่านการค้าที่วุ่นวายในปัจจุบัน เราเดินไปทั่วในตอนเย็นเพื่อชมนิทรรศการ งานสร้างสรรค์ Bangkok Design week ที่จัดโดย TCDC คอนเซ็ปท์งาน ปรับตัว > อยู่รอด > เติบโต ตามหน้าเว็บ

    ฉันชอบไอเดียที่เอางานร่วมสมัยมาจัดท่ามกลางอาคารเก่า คล้ายจะคอยเตือนเราว่าทุกสิ่งต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอดให้เติบโตต่อไป เพื่อคนรุ่นหลัง แม้ฉันจะไม่ค่อยเข้าใจความอาร์ตติส งานที่แสดงหลายอย่างของคนรุ่นใหม่ว่ากำลังบอกอะไรกับเรา เช่นไฟเขียวไฟแดง งานดินน้ำมัน

    ฉันเดินลัดเลาะไปตามซอยต่างๆ พบว่ามีบ้านเก่า อาคารเก่าแก่แบบยุโรป แบบจีน แบบไทย แบบผสมผสานถูกซุกซ่อนอยู่หลังตึกแถวสูงริมถนน ชุมชนเก่ายังมีชีวิตเพราะยังมีคนอาศัยและใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ มีทั้งมุสลิม อินเดีย จีน แน่นอนรวมทั้งคนไทย ความหลากหลายต่างๆทำให้ชุมชนริมน้ำเจ้าพระยาที่สวยจากธรรมชาติของตัวเองมีชีวิตชีวา จนต้องนึกจินตนาการถึงความคึกคัก วุ่นวายในยุคก่อน แถวนี้ถือว่าสร้างรากฐานการค้าให้กรุงเทพมาหลายรัอยปี ก็ดีใจที่ได้มาเดินดู เข้าใจเมือง เข้าใจรากฐานหนึ่งของสังคมไทย ได้สัมผัส บรรยากาศนี้ท่ามกลางลมเย็นๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

    ภาพสะท้อน Icon Siam จากตึกใหม่ทันสมัยที่เปลี่ยนไปแล้ว

    การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ และกำลังจะเกิดขึ้นอีก แต่กว่าเราจะพบว่าได้เปลี่ยนไปแล้ว เมืองอาจพลิกโฉมหน้าแม้จะเดินผ่านไปทุกวัน ภาพสะท้อนในกระจกของประตูไม้ที่ผุพัง อาจไม่น่าตกใจเท่ากระจกที่เราเคยส่องมองสะท้อนนั้นกลับเปลี่ยนไปเอง ชีวิตต้องพร้อมปรับตัวเพื่อเติบโตไปกับมันโดยไม่ถูกทิ้ง หรือทิ้งตัวตนของตัวเอง และพบว่าเราเองไม่เคยเข้าใจช่วงเวลาที่เคยอยู่ จนต้องมายืนมองอดีตด้วยความเสียดาย

    ถ้ามีเวลาก็รีบฉกฉวยโอกาสนี้ไปเดินชมกัน เพราะอาคารศุลกสถานก็กำลังจะถูกปรับปรุงใหม่ อาคารหลายแห่งเปลี่ยนไปแล้ว ช่วงเวลานี้ก็เป็นช่วงที่ดีในการเที่ยวกรุงเทพ เมืองไทย เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติก็น้อยลงด้วย ไม่แออัดเกินไป

    เดินเที่ยวย่านนี้จะรู้สึกเดินเหมือนเที่ยวต่างประเทศ

  • Ella SriLanka | เที่ยวเอลล่า – ข้อมูลและวิธีการเดินทางด้วยตนเอง

    เอลล่า (Ella) เป็นเมืองเล็กๆบนเขา ท่ามกลางไร่ชา อยู่ทางใต้ของศรีลังกาในจังหวัด Uva (จังหวัดที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของศรีลังกา) ใกล้กับเมืองนูวาร่า เอลิยา (Nuwara Eliya) และ แคนดี้ (Kandy) อยู่ห่างจาก Hambantota เมืองชายฝั่งทางตอนใต้ของศรีลังกาประมาณ 100 กิโลเมตร อันที่จริงเอลล่าอยู่ทางตะวันออกของโคลอมโบเพียง 200 กิโลเมตร แต่ถนนสู่เอลล่าเป็นทางขึ้นเขาคดเคี้ยว ทำให้ต้องใช้เวลาในการขับรถเกือบ 6 ชั่วโมง ส่วนเส้นทางรถไฟใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามการเดินทางเที่ยวเอลล่า ก็ไม่ได้ยากเย็นจนเกินไปและสามารถเที่ยวด้วยตนเองโดยไม่ลำบาก และที่พลาดไม่ได้คือการนั่งรถไฟชมไร่ชาบนเขากับเส้นทางรถไฟที่สวยที่สุดเส้นหนึ่งของโลก

    ฉันเดินทางมาเมืองเอลล่า หลังจากจบทริปเที่ยวซาฟารีครึ่งวันที่ Yala National Park ใกล้ชายฝั่ง Hambantota โดยทางรถยนต์ ใช้เส้นทางถนนสองเลนลัดเลาะจากชายฝั่งทางใต้ แล้วค่อยๆเลี้ยวซ้ายขึ้นเขาจนมาถึงเอลล่า

    เสน่ห์เอลล่า | Ella

    Ella เป็นเมืองสวยงามสมชื่อ มีบรรยากาศเก่าแก่คลาสิคยุคอาณานิคมให้เห็นทั่วไป อากาศเย็นสบายจากลมเย็นบนภูเขา ซึ่งล้อมรอบด้วยไร่ชาเขียวชอุ่มที่สวยงาม ถึงจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่มีหลายสิ่งให้ทำและน่าสนใจมากมาย ฉันใช้เวลา 2 คืนที่เมืองนี้และรู้สึกตกหลุมรัก กับสภาพแวดล้อมที่สดชื่น อากาศที่ดี ผู้คนมีน้ำใจ ขณะที่รู้สึกว่าเมืองเล็กๆ งดงาม มีชีวิตชีวาในโลกยุคเก่าคลาสสิค กำลังเดินตามเมืองสวยๆหลายแห่งที่ถูกการท่องเที่ยวเร่งรัดการเติบโตของเมืองจนน่ากังวล

    ช่วงเวลาน่าเที่ยว

    Ella สามารถเที่ยวได้ทั้งปี แต่ช่วงที่ดีที่สุดคือฤดูหนาว เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ สำหรับหน้าร้อนเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน ก็เป็นอีกช่วงเวลาที่แนะนำ ช่วงมรสุมเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของที่นี่เพราะจะมีข้อจำกัดเรื่องการเดินทางและการท่องเที่ยว

    วิธีการเดินทางไปเอลล่า และสิ่งที่ควรรู้

    รถไฟ

    วิธีการที่ดีที่สุดในการเดินทางไปเอลล่า คือการนั่งรถไฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นทางระหว่างเมืองแคนดี้ (Kandy) และ เอลล่า (Ella) เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่สวยงามเส้นหนึ่งของโลก และควรจัดไว้ในแผนการเดินทางท่องเที่ยวศรีลังกา เส้นทางนี้มี 3 ขบวนต่อวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6-7 ชั่วโมง

    การจองตั๋วรถไฟ อ่านรายละเอียดได้ที่ นั่งรถไฟชมวิวไร่ชา Ella – Kandy

    จากโคลอมโบ / แคนดี้

    ขึ้นที่สถานี  Colombo Fort Train Station มีวันละ 2 ขบวนที่นั่งยาวมาถึงเอลล่า ซึ่งจะผ่านเมืองKandy ใช้เวลาประมาณ 9-10 ชั่วโมง ดูรายละเอียดตารางรถไฟ The wonderful train ride to Tea Country หรือนั่งรถไฟไปแคนดี้ เพื่อแวะเที่ยว กราบพระเขี้ยวแก้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองของศรีลังกา แล้วค่อยวางแผนขึ้นรถไฟต่อมายังเอลล่า

    ฉันแนะนำให้เดินทางด้วยรถไฟในช่วงระหว่างแคนดี้-เอลล่า เพราะทิวทัศน์ที่สวยงาม และความคลาสสิคของขบวนรถไฟศรีลังกาที่เป็นที่นิยมอย่างมาก เช่นฉันแม้จะไม่ได้เดินทางมาเอลล่า จากทางโคลอมโบ (Colombo) แต่ย้อนขึ้นมาจากทางใต้เนื่องจากแวะไปเที่ยวซาฟารีที่ Yala National Park ใกล้ๆกับเมือง Tissamaharama ก่อน ก็ใส่แผนการเดินทางด้วยรถไฟขบวนนี้โดยการเดินทางย้อนกลับจากเอลล่าไปแคนดี้

    รถบัส

    มีรถบัสประจำทางวิ่งตรงจากเมืองแคนดี้ ไปเอลล่า แต่จากเมืองใหญ่อื่นๆ ส่วนใหญ่แล้วต้องมีการเปลี่ยนรถอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ข้อดีของการนั่งรถบัสประจำทางในศรีลังกาคือราคาถูกมาก หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมแนะนำให้ศึกษาจากเว็บ VisitElla

    แท็กซี่ / เหมารถพร้อมคนขับ

    ค่าใช้จ่ายในการเหมารถพร้อมคนขับ หรือจ้างแท็กซี่ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเดินทางในศรีลังกา เนื่องจากค่าใช้จ่ายไม่ถือว่าสูงเกินไป จากYala National Park ฉันให้เจ้าของที่พักช่วยติดต่อเหมารถเพื่อไปส่งที่เมืองเอลล่า ได้ในราคา 6000 LKR (ประมาณ 1100 บาท) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.5 ชั่วโมง

    สิ่งที่น่าสนใจ และสถานที่แนะนำ

    เอลล่าเป็นเมืองเล็ก สามารถเดินไปรอบๆเมืองได้ง่าย สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งเข้าถึงได้ด้วยการเดินเท้า แต่หากรู้สึกเมื่อยล้าก็มีตุ๊ก ตุ๊ก ให้เรียกใช้บริการโดยการตกลงราคากันก่อนใช้บริการ

    Ravana Falls

    น้ำตกที่กว้างที่สุดในศรีลังกา อยู่ด้านนอกของเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร น้ำตกมีความสูง 25 เมตร อยู่ติดกับถนนสายหลักระหว่างเส้นทางมาจาก Yala เราผ่านน้ำตกนี้ก่อนเข้าเมืองเอลล่า สามารถเดินขึ้นไปชมแต่ละชั้นของน้ำตก เพื่อชมวิวน้ำตกที่ไหลลงอยู่ด้านข้าง แต่ต้องระมัดระวังเพราะทางค่อนข้างลื่นทำให้มีคนตกลงมาตายหลายคน

    น้ำตก Ravana

    ชื่อของน้ำตกนี้ทำให้ฉันนึกขึ้นมาได้ว่าเรามาถึงเขตเมืองของราพาณสูร คู่ปรับของพระรามจากมหากาพย์รามายณะ หรือทศกัณฑ์จากรามเกียรติ์ของไทย

    Little Adam Peak

    จุดชมวิวยอดนิยมและเดินไม่ยากเมื่อเทียบกับ Ella Rock เส้นทางนี้ใช่เวลาเพียง 30-45 นาทีจากในเมือง สำหรับวันนี้ท้องฟ้ามีเมฆมาก ดูพยากรณ์แล้วจะมีฝนนิดหน่อยช่วงเย็น ฉันถือว่าเป็นอากาศที่ค่อนข้างดีสำหรับคนขี้ร้อนอย่างฉัน เราเริ่มออกเดินประมาณสิบโมง เดินขึ้นไปถึงยอดแบบเดินเรื่อยๆไม่เร่งรีบประมาณ 11.30 น.

    เอลล่าในช่วงต้นปีถือว่าอากาศดีที่สุด ไม่ร้อนมาก มีลมเย็นช่วยพัดให้คลายร้อนไม่อบอ้าว ยิ่งเมื่อเดินขึ้นสูง อากาศก็ยิ่งเย็น เมฆช่วยบดบังแสงแดด คลายร้อนได้มาก ฉันพยายามเดินช้าๆเพื่อไม่ให้เหงื่อออกมากจนต้องหงุดหงิดใจ ช่วงแรกทางเดินสบายผ่านร้านค้า หมู่บ้านชาวบ้าน และไร่ชา เส้นทางมีความชันก่อนถึงยอด ต้องออกแรงปีนป่ายกันนิดหน่อย วิวข้างบนนี้สวยดี เห็นทิวเขาที่ล้อมรอบ และถนนที่ตัดเลาะเขาขึ้นมายังเอลล่า บนนี้ยังสามารถเห็น น้ำตกราวานา (Ravana Falls) น้ำตกใหญ่ที่เราแวะชมเมื่อวันก่อน

    lemon ice tea

    ชามะนาวเย็น ที่ 98 acres

    รสชาเข้มข้นอ่รอยมาก เป็นชามะนาวที่รสชาจัดจ้านแต่ไม่ขม และเข้ากับมะนาวจนได้ทั้งรสชา รสมะนาวอย่างกลมกล่อม

    Nine Arch Bridge 

    สะพานข้ามทางรถไฟนี้มีชื่อเสียงระดับโลก อยู่นอกเมืองเอลล่า ใช้เส้นทางเดียวกับทางไป Little Adam’s Peak โดยมีจุดแยกกันที่รีสอร์ต  98 acres เส้นทางเดินผ่านป่าเล็ก ๆ ราว 20- 30 นาที จะเห็นสิ่งก่อสร้างด้วยอิฐเป็นโค้งสไตล์โรมัน 9 โค้ง เพื่อเป็นเส้นทางรถไฟขนาดใหญ่ซุกซ่อนในป่าทึบท่ามกลางไร่ชาเขียวชอุ่ม เป็นทัศนียภาพที่ดึงดูดใจให้เดินเข้าไปเยี่ยมชมใกล้ๆ สะพานข้ามทางรถไฟ Nine Arch Bridge

    ทางง่ายๆอีกทางสำหรับเดินทางมาที่สะพานคือเดินตามทางรถไฟจากสถานีเอลล่า มาทางสถานี Demodara จนผ่านอุโมงค์ ก็จะมาถึงสะพาน Nine Arch Bridge

    ชมไร่ชา และการผลิตชาศรีลังกา

    โรงงาน Uva Halpewatte ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 1,230 เมตร เป็นโรงผลิตชาในเอลล่า ที่ใกล้ที่สุด แทบทุกโรงงานผลิตชาจะมีทัวร์เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมทำงาน การผลิตตั้งแต่วิธีดั้งเดิมในอดีต รู้จักชาประเภทต่างๆ และชิมชาที่หลากหลาย มีทัวร์ประจำวันตั้งแต่เวลา 8.00 น. ถึง 16.00 น. ค่าทัวร์ 3 $ ใช่เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

    Ravana Cave

    ต้องขึ้นบันไดสูงชันกว่า 600 ขั้น เพื่อจะไปถึงถ้ำราวานา (Ravana Cave) ถ้ำไม่ใหญ่และมืดมาก ไปถึงแล้วจะงงๆว่ามาดูอะไร แต่ถ้ำนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ของเรื่่องเล่ารามายณะในดินแดนของราพาณาสูร ว่าเคยใช้เพื่อซ่อนนางสีดาที่ลักพาตัวมายังกรุงลงกา กล่าวในเรื่องว่าถ้ำแห่งนี้มีทางเดินลับที่นำไปสู่สถานที่ต่าง ๆ ด้วยเวลาอันรวดเร็ว คล้ายประตูวิเศษของโดราเอมอน และการศึกษาก็พบว่าถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำที่สร้างโดยฝีมือมนุษย์ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติจริงๆ

    ยังมีอีกหลายสถานที่ที่เชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งในมหากาพย์นี้เช่นที่ Adam’s bridge, Nuwara Eliya, Horton Plains ถ้าสนใจเรื่องราวของราพาณาสูร (Ravana) สามารถอ่านได้ที่นี่ Ravana – The Legendary Emperor of Sri Lanka

    นอกจากวิวสวยๆ และถ้ำเล็กบนเขา เรายังประทับใจกับคุณลุงขายชาระหว่างทางที่บอกว่าเป็นคนปลูกดอกไม้สวยๆริมบันไดทางขึ้น เพื่อเพิ่มความสวยงามสดชื่นให้กับทางเดินเล็กแห่งนี้

    นั่งรถไฟสาย Ella-Kandy

    เราไม่ได้นั่งรถไฟเพื่อไปเที่ยว แต่เราไปเที่ยวเพื่อที่จะได้นั่งรถไฟ” เส้นทางรถไฟสาย Kandy – Ella ในศรีลังกาถือเป็นหนึ่งในการนั่งรถไฟในเส้นทางที่สวยงามที่สุดในโลก ระบบรถไฟเริ่มดำเนินการในปี 1864 ตั้งแต่สมัยอังกฤษเข้ามาสร้างอาณานิคม เส้นทางสายนี้สร้างขึ้นเพื่อขนส่งชาจากไร่ เข้ามาส่งยังเมืองโคลอมโบ ก่อนจะส่งออกไปทั่วโลกในนามของชาซีลอน (Cylon Tea) ในทุกวันนี้เส้นทางรถไฟเป็นเส้นทางสายท่องเที่ยวในการชมชนบทที่สวยงามของศรีลังกาด้วยราคาที่ไม่แพง อ่านเรื่อง นั่งรถไฟชมวิวไร่ชา Ella – Kandy และการนั่งรถไฟศรีลังกา

    ลิ้มรสอาหารพื้นเมืองที่ Mateh Hut

    Mateh Hut เป็นร้านอาหารพื้นเมืองที่ฉันจัดว่าอร่อยและประทับใจที่สุดในทริปศรีลังกา อาหารคุณภาพดี ราคาประหยัดราคาเริ่มต้นประมาณ 300LKR (50 บาท) ฉ้นชอบแกงกระหรี่ไข่ที่ใช้ไข่เจียวมาทำ รสชาติอาหารศรีลังกาจะมีความเผ็ด รสจัดกว่าอาหารอินเดีย ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆขนาดประมาณ 15 ที่นั่ง ถ้าไปช้าอาจจะต้องรอคิว นอกจากขายอาหารที่ร้านยังรับสอนทำอาหารท้องถิ่นด้วย ต้องจองล่วงหน้า 2-3 วัน ถ้าใครมาถึงเมืองนี้แล้ว อยากแนะนำให้ไปลองชิมกัน เจ้าของร้าน พ่อครัว เด็กเสริฟช่างคุย อารมณ์ดี คุยสนุกทุกคน

    พักที่ไหนใน Ella

    แม้เอลล่า จะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของศรีลังกา แต่ค่าใช้จ่ายก็ยังมีราคาถูก ที่พักมีหลายระดับราคาขึ้นอยู่กับสถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวก อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่ราคาไม่สูงมาก ฉันใช้บริการของ Booking.com ในการหาที่พักซึ่งมีให้เลือกมากมาย

    • Tunnel Gap Homestay ที่พักสไตล์โฮมสเตย์ อบอุ่น อาหารเช้าฝีมือ สุดา เจ้าของที่พัก ที่ทำให้ทานแทบไม่ซ้ำกัน สุดามีความใส่ใจกับลูกค้าที่มาพักทุกคน แยกอาหารเช้าให้ตามรสนิยมแต่ละชาติที่มา ความใส่ใจของสุดายังได้รับรางวัล booking hero จาก booking.com ด้วย ที่พักมี wifi และ Terrace น่ารักให้นั่งเล่นชมวิว ฉันชอบไร่ชาข้างๆที่พักที่ไปเดินเล่นยามเช้า และฟังเสียงนกร้องจากห้องพัก ห้องพัดลม ไม่มีแอร์ แต่กลางคืนอากาศเย็น ก็เลยไม่ใช่ปัญหาของเรา
    • Eminence Shire ella  โรงแรมใจกลางเมือง พร้อมแอร์คอนดิชั่น มีบริการ wifi และอาหารเช้า
    • 98 Acres Resort & Spa ที่พักระดับ 5 ดาว รีสอร์ตสุดหรูของ Ella อยู่บนเส้นทางไป Little Adam Bridge มีบริการสปา เป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของ Ella

    เข้าวัดทำบุญวันสิ้นปีที่ศรีลังกา

    เรามาถึงเอลล่าในวันสิ้นปีพอดี ซึ่งสุดาเจ้าของที่พักของเราจะไปทำบุญที่วัดในคืนนี้ เราจึงขอตามไปด้วยในฐานะที่เป็นชาวพุทธเหมือนกัน ชาวบ้านกับวัดดูจะคุ้นเคยใกล้ชิดไม่ต่างกับธรรมเนียมของคนไทย แต่พระที่นี่ไม่เคร่งครัดมากนักในการรับส่งของให้กับสีกาผู้หญิง และเด็กๆ เพราะเห็นพระเจ้าอาวาสรับลูกสาวตัวเล็กของสุดาไปอุ้มเหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่โดยทั่วไปแล้วชาวบ้านให้ความเคารพ นับถือและมาขอพรจากพระ ฟังเทศน์ ฟังธรรมกันอยู่เสมอ

    ฉันเข้าไปนั่งพนมมือฟังพระสวดมนต์ บทสวดคล้ายๆกับของไทย แต่สวดช้ากว่ามาก ระหว่างสวดมีบทรับ-บทส่งระหว่างพระ 2 รูปด้วย ที่ศรีลังกาจะให้ความสำคัญกับต้นโพธิ์ซึ่งจะมีปลูกอยู่ทุกวัด สุดาบอกว่ามาที่วัดควรเดินรอบต้นโพธิ์ 7 รอบ แล้วเทน้ำที่นำมาจากบ้านรดลงที่ต้นโพธิ์ เพื่อขอให้สิ่งไม่ดีทั้งหลายพ้นออกไป