Nim Journey

A Legend of Travel

Vela
  • Pole Pole to Mt.Kibo [Roof of Africa]

    ห้าทุ่ม เสียงปลุกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เราถูกปลุกให้ตื่นเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางในเวลาราวเที่ยงคืน เสียงของลมเย็นยะเยือกพัดผ่านเต็นท์เป็นสัญญาณเตือนว่าการเดินทางอันท้าทายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

    “Pole Pole” ไกด์และลูกหาบคอยส่งเสียงเตือนข้างๆ ให้ก้าวเดินช้าๆ ทีละก้าว ในความมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์และแสงไฟเล็กๆ บนศีรษะช่วยนำทาง เราเดินไปข้างหน้า เงยหน้ามองปลายทางที่สูงลิบ มืดมิด และห่างไกล ความสูงชันเป็นอุปสรรคที่ต้องฟันฝ่า เสียงหายใจของผู้ร่วมทางแต่ละคนดังเป็นระยะ บางคนกระซิบให้กำลังใจกัน บางคนเงียบงัน ใช้สมาธิอยู่กับการก้าวเท้าอย่างมั่นคง

    (เพิ่มเติม…)
  • Maasai tribe

    บ้านดินหลังเล็กด้านหลังของชาวมาไซ ขนาดประมาณ 3*5 ม. สูงประมาณ 1.5 ม.  เราเดินยังต้องก้มเข้าไป แต่ส่วนใหญ่ชาวมาไซสูงมากกก

    บ้านทำจากไม้ที่ปักๆและสานเป็นระแนงเข้ากันแบบง่ายๆ ฉาบด้วยโคลน ดิน ซีกไม้ หญ้าแห้งและมูลสัตว์

    ผู้หญิงที่แข็งแรงมีหน้าที่ในการสร้างบ้านเพื่ออาศัยเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะอยู่ได้นานประมาณ 2-3 เดือนแล้วก็ต้องคอยปรับปรุงซ่อมแซมปะโน่น เสริมนี่อยู่เรื่อยๆ

    ภายในมี 2 ห้องนอนขนาดเล็กสำหรับพ่อแม่ 1 ห้อง อีกห้องสำหรับลูกๆ 3 คน

    พื้นที่ที่เหลือสำหรับทำอาหาร กินอยู่ เก็บของและนั่งเล่น  พร้อมพื้นที่ทำอาหาร รับแขก

    ผู้หญิงชาวมาไซนิยมขยายให้ติ่งหูยาวด้วยการใส่เครื่องประดับยาวๆและมีน้ำหนักๆมากๆเพื่อยืดติ่งหูของตน

    ชาวมาไซเป็นเผ่าเดียวที่ได้เข้าไปใช้ชีวิตในเขตอุทยาน Ngorongoro ที่เราเข้าไปท่องซาฟารีกัน

    เครื่องประดับ สร้อยคอ และสังเกตที่หูของเธอ ที่ขยายจนเป็นติ่งหูที่ใหญ่มาก (ไม่กล้าถ่ายจ้องไปที่เธอมาก เกรงใจ)

    การแต่งกายของผู้หญิงมาไซ

    หนุ่มๆมาไซตัอนรับพวกเราด้วยการเต้นรำและร้องเพลง

    กระโดดแบบมาไซ

    Maasai traditional jumping

    ผู้ชายชาวมาไซมีหน้าที่ทุกอย่างนอกบ้าน เลี้ยงสัตว์ ปลูกพืช และขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวที่เข้าไปเยี่ยมชมหมู่บ้านแบบเราด้วย

    ผู้ชายที่แข็งแรงจะเป็นนักรบที่แข็งแกร่ง และยิ่งกระโดดได้สูงยิ่งแสดงถึงความแข็งแกร่งของตน

    สำหรับชาวมาไซยิ่งมีฝูงสัตว์ และลูกหลานมากยิ่งแสดงถึงความมั่งคั่งและได้รับการนับถือมากขึ้น

    ผู้ชายชาวมาไซนิยมแต่งงานเมื่ออายุมากหรือเป็นผู้ใหญ่

    และสามารถมีภรรยาได้หลายคนในเวลาเดียวกัน เช่นเดียวกับที่ผู้หญิงก็สามารถมีสามีได้หลายคนเหมือนกัน

  • Jumping with Maasai

    กระโดดกับชาวมาไซที่หมู่บ้านชาวมาไซ
    กระโดดกับชาวมาไซที่หมู่บ้านชาวมาไซ

  • ฉันจะไปยืนบนยอดเขา Roof of Africa

    ท้องฟ้าไม่เคลียร์นัก เมฆมาก แต่ก็มองเห็นขุนเขาสูงใหญ่ มีหิมะสีขาวปกคลุมบนยอดเด่นชัดตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ในขณะที่เครื่องบินของเรากำลังแลนดิ้ง ลงจอดที่สนามบินคิลิมานจาโร

    ความยิ่งใหญ่เบื้องหน้า
    ได้รับการจัดลำดับถึงขั้นเป็น

    “ยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปแอฟริกา”

    ฉันมองอย่างหวาดหวั่น
    กับความสูงลิ่วเบื้องบนที่โผล่ทะลุก้อนเมฆ
    เหนือแผ่นดิน
    เหมือนจะลอยคว้างอยู่บนท้องฟ้า

    บนยอดนั่นแหละที่ฉันมุ่งมั่น
    หวังจะเดินไปชมความงาม บนหิมะน้ำแข็ง
    ที่ปกคลุมเหนือยอดเขาสูง

    ใช่…คราวนี้คือยอดนั้น ยอดsummit จริงๆ
    1 ใน 7 summits ที่สำคัญของโลก

    ยอดคีโบ แห่งคิลิมานจาโร ประเทศแทนซาเนีย

    ความสูง 5,895 เมตร จะผ่านเส้นทางภูมิประเทศหลากหลายจากแบบร้อนชื้น ป่าดิบ ไปเจอทุ่งแห้งแล้งที่มีเพียงไม้เตี้ยๆ เหมือนทะเลทราย และบนยอดธารน้ำแข็งที่มีหิมะปกคลุม
    อากาศหนาวเย็นเมื่อยิ่งสูงขึ้น
    ความกดอากาศที่จะส่งผลต่ออาการแพ้ความสูง (AMS)

    พยากรณ์อากาศล่วงหน้าบอกว่าเราต้องเจอกับฝนตก หิมะและลมแรง

    จะสำเร็จหรือไม่ มารอลุ้นกันในอีก 10 วันข้างหน้า

    มองดูรูปอีกที แล้วยังคิดว่า
    “ช่างกล้า จริงกรู”

    2015/01/img_0489.jpg

  • ม้าฮ่อ Ma Hor : Traditional Thai Snack

    วันนี้ได้ทานของว่างชื่อแปลก “ม้าฮ่อ” ของว่างเก่าแก่ของไทย จากร้านอาหารไทยมีสไตล์ The Never Ending Summer ในโครงการเก๋ๆ The Jam Factory อร่อยดีค่ะ ด้านบนคล้ายๆไส้หมูในขนมสาคูไส้หมูรองด้วยสัปปะรด เอาของคาวมาทานคู่กับผลไม้ได้ลงตัว ทำให้รสชาติไม่เลี่ยนเกินไป
    ‘ม้าฮ่อ’ คือของว่างไทยโบราณ แต่เดิมเป็นขนมเคียงกินแกล้มผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจัด นิยมทำในเทศกาลงานบุญและเป็นอาหารในพิธีต่างๆ ตามความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น โดยเฉพาะชุมชน ชาวไทยเชื้อสายมอญ ม้าฮ่อ คือผลไม้รสเปรี้ยว หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ โรยด้วยไส้คล้ายกับสาคูไส้หมู
    เพียงแต่ม้าฮ่อจะไม่ใส่หัวผักกาดแห้ง ส่วนประกอบสำคัญได้แก่ หมูสับ กุ้งสับ ถั่วลิสงคั่ว หอมแดง ผัดกับเครื่องเทศ ปรุงรสหวานเค็ม โดยกวนให้เหนียว แล้วปั้นเป็นก้อนกลม จากนั้นนำมาวางไว้บนชิ้นสับปะรดหรือ ส้มที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ

    ถามว่าทำไมถึงมีชื่อว่าม้าฮ่อ???

    จากในหนังสือของคุณอุ้ม สิริยากรฯ …. คุณย่าคุณอุ้มท่านบอกว่า เพราะมันเป็นของว่างที่ทำง่ายๆ ใช้เวลาปรุงไม่นาน…
    ทำเสร็จเร็วพร้อมเสริฟเหมือนกับม้าที่วิ่งได้เร็ว….

    ข้อมูลจาก ห้องไกลบ้าน เว็บ pantip ค่ะ
    http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2012/01/D11600328/D11600328.html

    IMG_4688.JPG