Nim Journey

A Legend of Travel

Vela
  • เทคนิคหาลูกค้าของตุ๊ก ตุ๊ก Dambulla

    “100 รูปี” สำหรับค่ารถไปส่งที่โรงแรมจากท่ารถ

    คนขับตุ๊ก ตุ๊กเข้ามากุลีกุจอช่วยยกกระเป๋าขณะที่เราลงจากรถบัส บอกราคามา ทำเอาอ้าปากค้างขณะจะสวนต่อราคาออกไป ตามธรรมเนียมที่มักจะโดนบอกราคาสูงกว่าปกติทำให้ต้องต่อราคากันทุกครั้งไป

    100 รูปี 20 บาท จะต่อยังไงวะ เหลือ 50 รูปี 10 บาทก็ดูจะเกินไป เปิดมือถือขึ้นมาดูหรือโรงแรมจะอยู่ตรงนี้ ดูอีกทีก็ 2 กม. ทั่วๆไปก็เปิดมาที่ 500 รูปี ต่อเหลือ 200 รูปี เราก็ไปแล้ว พอเจอแบบนี้ไปแทบไม่เป็นเลย

    งั้นคนนี้คงเป็นคนดี ไม่โก่งราคา ไปก็ได้

    เราช่วยกันขนกระเป๋าขึ้นไปนั่งเบียดเรียบร้อยบนรถ แล้วในที่สุด ก็รู้แล้วว่าทำไมราคาถูก

    ตุ๊ก ตุ๊กเปิดการขายทัวร์ทันที เสนอเหมารถเที่ยว แนะนำสถานที่ต่างๆเพื่อจูงใจให้ใช้บริการของเขา สุดท้าย Gayan คนขับตุ๊ก ตุ๊กก็ได้เงินจากเราไป 4,000 รูปี สำหรับเที่ยว 2 วันที่ Dambulla และ Sigiriya

    • วันแรก – เที่ยววัดถ้ำ Dambulla แล้วไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่ Pidurangala Rock หรือ small rock แล้วส่งกลับที่พักที่เมือง Dambulla
    • วันที่สอง – รับ-ส่งไป Sigiriya ออกแต่เช้า 6.30 น.

    จากเงิน 100รูปี เพื่อโอกาสในการได้เจรจาธุรกิจ

  • นั่งรถไฟชมวิวไร่ชา Ella – Kandy

    เส้นทางรถไฟที่ถูกกล่าวว่าเป็นเส้นที่สวยที่สุดสายหนึ่งของโลก ระหว่าง Kandy-Ella 
    ผ่านไร่ชา หุบเขา น้ำตก ทะเลสาบ หมู่บ้านเล็กๆระหว่างทางของชาวไร่ชา

    ประวัติความเป็นมา

    รถไฟในศรีลังกาก็ยังใช้ระบบเก่า ตั้งแต่สมัยอังกฤษเข้ามาสร้างอาณานิคมเมื่อร้อยกว่าปีก่อน เส้นทางสายนี้สร้างขึ้นเพื่อขนส่งชาจากไร่ เข้ามาส่งยัง Colombo ก่อนจะส่งออกไปทั่วโลกในนามของชาซีลอน (Cylon Tea)

    ผ่านป่า หุบเขา เขียวชอุ่ม
    ชมไร่ชาบนเขาระหว่างทาง

    กลิ่นอายความเก่าแก่ของรถไฟ กับเวลาที่เนิ่นนานชมวิวสองข้างทางผสมไปกับกลิ่นของชาที่อบอวลติดจมูกในตอนเช้าที่เดินเข้าไปในไร่ชาข้างบ้าน ยิ่งแรงมากขึ้นเมื่อเห็นคนงานผิวดำช่วยกันคัดเลือกและใส่ใบชาเข้าไปจนบรรจุออกมาเป็นผงชาหลากชนิด ทำให้การจิบชาครั้งต่อไปคงมีภาพเรื่องราวการเดินทางของชาเข้ามาด้วย

    การจองซื้อตั๋วรถไฟสาย Ella – Kandy

    ปัจจุบันรถไฟสายนี้เป็นสายยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวไปแล้ว บางคนอาจจะนั่งแค่ครึ่งหนึ่ง หรือไม่กี่สถานี เพื่อชมบรรยากาศแต่สำหรับเราผู้ชื่นชอบชีวิตเอ้อระเหย เรื่อยๆ บนรถไฟ จองตั๋วนั่งยาว 7 ชั่วโมงจาก Ella ถึง เมืองKandy สามารถจองตั๋วแบบ Reserved Seat ชั้น 1 (มีแอร์),2,3 ล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ ดูรายละเอียดการซื้อได้ที่ https://www.seat61.com/SriLanka.htm#How_to_buy_tickets มีหลายแบบ แต่เราเลือกใช้บริการ https://www.visitsrilankatours.co.uk/train-tickets-1.html จ่ายเงินทาง Paypal จะได้รับ Email เป็นเลขการจอง แล้วนำไปรับตั๋วได้ที่สถานีรถไฟก่อนรถออก ล่วงหน้ากี่วันก็ได้
    รถไฟชั้น 1 จะเป็นแบบมีแอร์ แต่ไม่สะดวกในการออกมาถ่ายรูป ขอแนะนำเป็นชั้น 2 หรือชั้น 3 ซึ่งจะมีช่วงประตูเปิดระหว่างตู้ให้ออกมาเดินเล่น ถ่ายรูปได้ เราจองไปสองครั้ง พอดีมีเพื่อนมาเพิ่มก็เลยจะจองไปเพิ่มไปอีก ปรากฎว่าชั้น2 ที่จองไปครั้งแรกเต็ม ก็เลยต้องเลือกชั้น 3 พอมานั่งแล้วเราชอบชั้น 3 มากกว่า เพราะขบวนที่เรานั่งเป็นขบวน Ella-Kandy ตู้ชั้นสองจะเป็นแบบนั่งติดกันเหมือนรถทัวร์ 2 ที่นั่งเป็นแถว สายนี้ต้องนั่งแบบโดนลากไปข้างหลัง ซึ่งถ้านั่งจาก Kandy – Ella ก็คงไม่เป็นไร สำหรับชั้น 3 ที่นั่งเป็นแบบมีโต๊ะกลางเล็กๆไว้วางของนั่งหันหน้าชนกัน เหมาะสำหรับไปเป็นกลุ่ม ที่นั่งเบียดๆหน่อย ฝั่งละ 3 คน ..เราแนะนำชั้น3 ตรงบริเวณใกล้ประตูเพื่อสะดวกในการชมวิวและถ่ายรูป ที่นั่งหมายเลข 53-55 ,58-60 และ 63,64 อยู่หัวขบวนสำหรับสาย Ella-Kandy

    หรือจะซื้อแบบ Unreserved Seat ซึ่งมีขายไม่อั้นก่อนรถออกก็ได้ ถ้าชอบความสนุกของการขึ้นรถไฟศรีลังกาที่ต้องแย่งกันขึ้นชนิดที่รถยังไม่ทันจอดก็มีคนกระโจนโหนขึ้นรถไฟเพื่อแย่งที่นั่งกัน แย่งไม่ทันก็ยืนไป ค่าตั๋วไม่แพงประมาณ 175 รูปีและ310 รูปี สำหรับชั้น 3 และชั้น 2 จาก Ella-Kandy ขบวนรถไฟสายนี้ค่อนข้างเข้มงวดในการเดินเข้าออกระหว่างตู้ต่างชั้นกัน และตู้แบบ Reserved กับ Unreserved มีเจ้าหน้าที่คอย่ตรวจและล็อคประตู

    ทริคอีกอย่างหนึ่งสำหรับการซื้อตั๋วรถไฟแบบ Reserved Seat ถ้าไม่จองล่วงหน้าซึ่งมีค่าธรรมเนียม แพงกว่าการซื้อที่สถานี ก็คือถ้าสายต้นทางอย่าง Ella หรือ Kandy เต็ม ให้เช็คสถานีถัดไปเรื่อยๆ เพราะจะมีคนลงระหว่างทาง โดยเฉพาะสถานีใหญ่เช่น Nuwara Eliya นักท่องเที่ยวลงกันเยอะ จนตู้ว่างโล่ง ฉันได้นั่งคนเดียวตั้งแต่สถานีนั้นจนถึง Kandy

    หากวางแผนมาเที่ยวศรีลังกา การนั่งรถไฟขบวนนี้ไม่ควรพลาด อาจจะนั่งสั้นๆ หรือนั่งยาว เพราะวิวที่สวยงามแบบที่หาได้ยากในเมืองอื่น เป็นขบวนที่แนะนำอย่างยิ่งค่ะ

    ระหว่างทางบนรถไฟ

    วันนี้อากาศดี ท้องฟ้าสดใส แดดส่องประกายกับไร่ชาสีเขียวระหว่างทาง มีเมฆขาวคอยบังเแดดแรงขณะที่ล่องลอยผ่านไร่ชาเขียวในหุบเขา นอกจากไร่ชารถไฟยังพาเราผ่าน ป่าไม้หนาทึบ น้ำตก ทะเลสาบ แม่น้ำ สะพานเหล็กเก่าที่พาดผ่านเป็นทางรถไฟ ฉันเห็นบ้านหลังเล็กของชาวไร่ระหว่างทาง คล้ายวิถีชีวิตริมทางรถไฟที่เมืองไทย คนข้างทางยกมือทักทายกับคนบนรถไฟเมื่อต่างฝ่ายสบตากัน
    การบอกว่าเส้นทางนี้เป็นทางรถไฟที่สวยที่สุดสายหนึ่งก็ไม่ผิดนัก เพราะนอกจากวิวสวย ยังมีชีวิตชีวาให้ได้ชมด้วย

    บนรถไฟมีผลไม้ ขนมทอด และน้ำที่ชาวบ้านใส่ตะกร้าขึ้นมาเดินขาย ฉันซื้อซาโมซ่าจากลุงคนขายที่มานั่งพักฝั่งตรงข้ามที่นั่งของฉัน เขาชายให้ฉัน 3 ชิ้น 150 รูปี แต่อีกสักพักฉันเห็นคนศรีลังกาจ่ายไปแค่ 3 ชิ้น 100 รูปี :(

  • ทริปพิชิต 2 ยอด Lobuche East Peak และ Island Peak [13 เม.ย. 19- 4 พ.ค.19]

    สำหรับผู้รักการผจญภัย เมษาปี 2019 ไปด้วยกัน 
    [ทริปพิชิต 2 ยอด Lobuche East Peak และ Island Peak ,Nepal 13 เม.ย. – 4 พ.ค.]

    “ขอเฉพาะคนที่เคยเดินเขาสูง 4000 เมตรขึ้นไปเท่านั้น ค่าใช้จ่าย แพงหน่อย และใช้เวลานาน 3 อาทิตย์ ฟิตร่างกายเยอะ ๆ ต้องใช้ทั้ง กำลังแขน กำลังขา”

    อ่านรายละเอียดทริป Lobuche East Peak & Island Peak summit ได้ที่

    http://forum.trekkerhut.com/index.php?topic=1610.0

  • วิถีเชียงคานที่ค่อยๆเปลี่ยนไป

    เรามาถึงเชียงคานในวันอากาศร้อนเปรี้ยงของฤดูฝนที่พื้นที่ทั่วไปเขียวชอุ่มของทุ่งนาและความสดชื่นของต้นไม้บนภูสูงรอบๆเชียงคาน

    เมืองเล็กๆริมแม่น้ำโขง กลายเป็นจุดหมายปลายทางอีกแห่งที่มีชื่อเสียงของเมืองเลย จังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวเป็นภูสูงหลายแห่ง เมืองริมแม่น้ำกับวิถีชีวิตเรียบง่ายกลายเป็นจุดขายที่คนเมืองวิถีชีวิตเร่งรีบอยากมาสัมผัส หรือย้อนรำลึกถึงบ้านเก่าๆแบบที่เคยวิ่งเล่น เคยเห็นในวัยเด็ก

    การผันตัวเองจากหมู่บ้านเล็กๆริมแม่น้ำโขง ที่ทำการเกษตร ประมงจับปลาในแม่น้ำ มาเป็นเมืองท่องเที่ยว ทำให้วิถีชาวบ้านเปลี่ยนไป และทำรายได้มากกว่าวิถีชีวิตแบบเดิม ชาวนาหลายคนเปลี่ยนอาชีพที่สองจากการเป็นนางรำมาเป็นหมอนวด ร้านค้า บ้านเก่าถูกปรับปรุงให้เป็นที่พักโดยพยายามคงรูปแบบบ้านเรือนแบบเก่าเอาไว้ แต่ก็เริ่มถูกแทรกด้วยอาคารตึก เดินไปเดินมาหลายรอบ สังเกตว่าคนในชุมชนมีความพยายามรักษาวิถีแบบเก่าๆให้ผสมผสานกับความเจริญแบบใหม่ ด้วยการไม่ปล่อยให้ร้านสะดวกซื้อ 7–11 , Tesco lotus มาตั้งร้านขายของบนถนนคนเดินแหล่งใจกลางหัวใจของเชียงคาน แต่ให้ไปตั้งอีกถนนหนึ่งด้านนอกที่ขนานไม่ไกลกัน

    ถนนคนเดินเชียงคานยามเช้า

    ถนนสายเล็กๆ แม้ไม่ได้ห้ามรถวิ่ง แต่ก็มีรถไม่มากนักใช้เส้นทางนี้จนน่าอึดอัดเกินไป เราเดินเล่นถ่ายรูปกลางถนนกันยังได้ไม่น่าเกลียด

    ภาพคนเฒ่า คนแก่ คนในชุมชนใช้จักรยานรุ่นเก่าเป็นยานพาหนะขี่ไปซื้อของทักทายพูดคุย ร้านขายของดั้งเดิมยังเปิดขายพวกผ้าถุง ผ้านุ่งโดยคนมีอายุ ทำให้ได้กลิ่นอายความพื้นบ้านแท้ๆที่ไม่ประดิษฐ์ หวังว่าชีวิตและร้านค้าเหล่านี้จะไม่หายไปกับกาลเวลาและความจูงใจของเม็ดเงินสูงๆ กลายเป็นโรงแรม หรือร้านขายของแบบอื่นซึ่งไม่ได้มาจากท้องถิ่นดั้งเดิม จนเสียความเป็นตัวเองของเชียงคาน

    เชียงคานยังมีภูเขา ทุ่งนา ป่าไม้. แม่น้ำ สายหมอก ลมฝน และแสงอาทิตย์แรงกล้า ที่คนท้องถิ่นควรจะหวงแหนไว้ เนื่องจากทั้งหมดนี้สร้างวิถีชีวิตของคนเชียงคานให้มีความเรียบง่ายและน่าสนใจจนนำพาให้มีผู้คนต่างถิ่นอยากมาเยือนสักครั้ง

    แก่งคุดคู้ แต่ในเดือนกรกฎาคมซึ่งเป็นฤดูฝนน้ำเต็มแม่น้ำมองไม่เห็นเกาะแก่ง ฝั่งตรงข้ามเป็นประเทศลาว
  • ปัญหาค่าเงินในอิหร่าน

    ก็ไม่รู้ว่าเพราะข่าวชาติตะวันตกยิงใส่ซีเรียรึป่าว แต่หลังจากข่าวตู้มแรกที่ยิงกัน ค่าเงินดอลล่าร์ที่ถืออยู่ในมือลดลงทันที 20% เมื่อจะนำไปแลกเงินเรียลอิหร่าน (IRR)

    จาก 1$ แลกได้ 50,000 IRR เหลือเพียง 40,000 IRR ในร้านแลกเงิน ทำใจกันไม่ได้เลยทีเดียว ค่าเงินช่วงนี้ผันผวนหนักมากจนร้านแลกเงินถูกสั่งหยุดการแลกเงินจากธนาคารชาติของอิหร่าน

    สุดท้ายเราต้องพึ่งตลาดมืด ที่เดินเตร็ดเตร่หาลูกค้า ต่อรองจนได่เรท 50,000 IRR แต่ต้องแอบแลกเงินในที่ลับตา ไม่ให้ประเจิดประเจ้อเกินไป แถมพ่อค้าแลกเงินก็หน้าตายังกะมาเฟียแขก มีคนนึงถือไม้เท้าก็อกๆ เอามือล้วงกระเป๋า แล้วควักมือเรียกเราเข้าไปหลบๆ แล้วส่งเงินให้เงียบๆด้วยท่าทางเคร่งขรึม ยังกะบรรยากาศ godfather นึกถึงแล้วก็ขำดี

    อีกแห่งก็ตามร้านขายพรม ขายของนักท่องเที่ยว ต่อรองอาจได้ราคาดีกว่าเรทของธนาคาร ซึ่งบางทีเข้าไปถามก็ไม่มีให้แลกด้วย

    ส่วนค่าเงินแลกคืนว่ากันว่า ตอนนี้ 60,000 IRR = 1 $

    เงินที่เหลือวันสุดท้ายอีก 600,000IRR ก็เลยไปแลกเป็นถั่วแทนซะ 😂

    คนอิหร่านยังเรียกเงินสกุลแบบเก่าเป็นโตมัน แม้สกุลเงินตามหน้าธนบัตรจะเป็น Rialแล้วก็ตาม โดย 10 เรียล (IRR) = 1 โตมัน (Toman) แถมตอนบอกจำนวนมักจะตัดศูนย์สามตัวหลังของหน่วยโตมันออก ซึ่งเท่ากับตัดศูนย์ 4 ตัวหลังของหน่วยเรียล((IRR)

    เรื่องเงินๆทองๆ อาจจะทำให้มึนงงกันบ้าง แต่พอเที่ยวๆไปหลายวันก็เข้าใจขึ้นไปเอง


    ท่ามกลางความขัดแย้งระดับประเทศกับชาติตะวันตก คนอิหร่านก็ยังมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี อาหารการกินสมบูรณ์ คนอิหร่านชอบปิคนิค ท่องเที่ยวมีความสุข ยิ้มแย้มไม่เคร่งเครียดอะไร คล้ายๆคนไทย ที่สำคัญค่าครองชีพที่นี่ถูกมาก ทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทางต่างๆ ตามเส้นทางที่มีถนนหนทางกว้างใหญ่ การเดินทางทางอากาศที่ไปได้ทั้วประเทศ

    เรา4 คนเดินทาง 12 วัน (เดือนเมษายน 2018) ขึ้นรถบัส บินภายใน ใช้บริการแท็กซี่ อยู่หรูบ้าง ธรรมดาบ้าง ตามแต่โอกาสจะเอื้ออำนวย ใช้จ่ายไปประมาณคนละ 26,000 บาท (ไม่รวมตั๋วไปกลับจากเมืองไทย)

    รูป: ที่ Abyaneh เมืองที่เราพบนักท่องเที่ยวมากที่สุด โดยเฉพาะคนอิหร่าน