Nim Journey

A Legend of Travel

Vela
Altyn Emel · Singing Dune
Posted in ,

เช้าวันนี้พวกเราบอกลาเมืองอัลมาตี มุ่งหน้าสู่ “บัสชี” (Basshi) หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่กลางวงล้อมของธรรมชาติอันเงียบสงบ

ระหว่างทาง รถแวะจอดพักที่ปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ที่ทันสมัยเกินคาด ได้ตุนสแน็คอร่อยๆ เข้าห้องน้ำห้องท่า และถือโอกาสสูดอากาศเย็นสบายภายนอกให้เต็มปอด นับเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางที่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่เริ่ม

ปั้มน้ำมันใหญ่ เมื่อออกจากเมืองอัลมาตี้

จากนั้น เส้นทางได้พาพวกเราขับผ่าน “คูนาเยฟ” (Konaev) หรือเมืองแคปชาไกเดิม เมืองใหม่ริมทะเลสาบที่ถูกเนรมิตให้เป็นเขตคาสิโนและศูนย์รวมความบันเทิงระดับประเทศ อาคารคาสิโนขนาดใหญ่โอ่อ่า ทั้งที่เปิดแล้ว และกำลังก่อสร้างมากมายริมทางหลวง ให้ความรู้สึกคล้าย “ลาสเวกัสกลางทุ่งหญ้าสเตปป์” ที่ดูแปลกตาและตัดกับทัศนียภาพธรรมชาติรอบข้างอย่างน่าสนใจ

ช่วงบ่ายโมงครึ่ง พวกเราก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านบัสชี และแวะรับประทานอาหารกลางวันที่เกสต์เฮาส์ ซึ่งจะเป็นที่พักของเราในอีก 2 คืนต่อจากนี้ แม้จะเป็นเกสต์เฮาส์ขนาดไม่ใหญ่นักกลางหมู่บ้านอันเงียบสงบ แต่น่าแปลกใจที่กลับคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติหลากชาตินานาภาษา

มื้อกลางวันที่นี่รสชาติอาจจะเรียบง่าย ไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่การได้นั่งกินข้าวท่ามกลางบรรยากาศการเดินทางแบบนี้ก็อร่อยไปอีกแบบ โชคดีมากที่กลุ่มพวกเราได้บ้านพักแยกเป็นหลังเฉพาะกลุ่ม หลังจากอิ่มท้อง ทุกคนเลยได้ใช้เวลาช่วงบ่ายนอนเล่น เอนกายพักผ่อนชาร์จแบตกันอย่างเต็มที่เพื่อรอเวลาออกไปชม Singing Dune ในช่วงเย็น

บ้านพักในเมือง Bashi

สี่โมงครึ่ง ได้เวลาออกเดินทางอีกครั้ง รถพาพวกเราลุยไปบนเส้นทางลูกรังขรุขระ สายตาจ้องมองวิวสองข้างทางเพลินๆ ผ่านไปราวชั่วโมงครึ่ง ในที่สุดภาพของ “Singing Dune” หรือเนินทรายร้องได้ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า เนินทรายมหึมากระทบแสงแดดยามเย็นอาบเป็นสีทองผงาดอยู่อย่างยิ่งใหญ่ ชวนให้รู้สึกตื่นเต้น และเตรียมพร้อมจะลุยย่ำทรายละเอียดเพื่อพาตัวเองไปถึงยอดนั้นให้ได้

เดินย่ำเนินทรายสูงเพื่อขึ้นไปชมวิวบนยอด

การย่ำเท้าเดินขึ้นเนินทรายที่ทั้งชันและนุ่มนิ่มไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ละก้าวต้องใช้พลังมากกว่าปกติ แต่ความเหนื่อยทั้งหมดก็ค่อยๆ ละลายหายไปเมื่อพวกเราพาตัวเองขึ้นไปถึงยอด

และโมเมนต์ที่สนุกที่สุดก็คือตอนที่พวกเราพร้อมใจกันไถลลื่นลงมาจากยอดเนินทราย ทรายเม็ดเล็กๆ ที่ขยับไถลลงมาพร้อมกันได้ส่งเสียงสั่นสะเทือนครืนๆ กังวานออกมาคล้ายเสียงเพลงแปลกหูอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นประสบการณ์ที่ทั้งสนุกสนานและมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติมอบให้พวกเราอย่างแท้จริง

ช่วงเย็นที่แสงอาทิตย์สีแสดแดงค่อยๆ ลับขอบฟ้า พวกเรามุ่งหน้าเดินทางกลับเกสต์เฮาส์ ท่ามกลางทัศนียภาพของทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีสลัว ระหว่างทางเราได้เห็นกระต่ายป่าตัวโตและฝูงกวางวิ่งตัดหน้ารถข้ามไปอีกฝั่งของถนน ซึ่งเป็นเวลาออกหาอาหารยามเย็นของพวกมันพอดี เป็นภาพความงามตามธรรมชาติที่สงบและน่าจดจำ ชวนให้หวนคิดว่านานมากแล้วที่เราไม่ได้สัมผัสบรรยากาศอันน่าประทับใจแบบนี้ในการเดินทางมาไกลถึงดินแดนแห่งทุ่งหญ้า

สแน็คประจำบนโต๊ะอาหาร และเบียร์เย็นๆ

กลับถึงเกสต์เฮาส์ มื้อเย็นง่ายๆ อย่างไก่อบนุ่มๆ เสิร์ฟพร้อมข้าวผัดร้อนๆ ก็ถูกตระเตรียมไว้รอรับพวกเรา แม้จะเป็นอาหารท้องถิ่นเรียบง่าย แต่เมื่อเติมด้วยน้ำพริกและน้ำจิ้มไทยๆ ที่เพื่อนๆ นำมาแบ่งปันกันเต็มโต๊ะ ก็ช่วยเพิ่มรสชาติที่คุ้นลิ้นอย่างลงตัว ยิ่งได้จิบเบียร์เย็นๆ ของท้องถิ่นคู่ไปด้วย ยิ่งช่วยสร้างบรรยากาศการเดินทางในค่ำคืนนี้ให้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม
นับเป็นการปิดจบวันอันยาวนานและเต็มไปด้วยความทรงจำดีๆ ที่ได้กลับมาพักผ่อนที่เกสต์เฮาส์ด้วยความสุข อบอุ่น และประทับใจในเสน่ห์ของบัสชีอย่างไม่รู้ลืม


ค้นพบเพิ่มเติมจาก Nim Journey

สมัครสมาชิกเพื่อรับเรื่องล่าสุดที่ส่งไปยังอีเมลของคุณ.

Leave a Reply

เว็บนี้ใช้ Akismet เพื่อลดสแปม. เรียนรู้ว่าข้อมูลแสดงความเห็นของคุณถูกประมวลผลอย่างไร.

สมัครเป็นสมาชิก

Enter your email below to receive updates.