อินเดียไม่ได้มีดีแค่ทัชมาฮาล… หากใครมีโอกาสได้เดินทางมาเยือน รัฐคุชราต (Gujarat) ทางตะวันตกของอินเดีย และได้แวะมาที่ อุทยานโบราณคดีจัมปาเนร์-ปาวากาธ (Champaner-Pavagadh Archaeological Park) คุณจะได้พบกับหนึ่งในโบราณสถานที่จะทำให้นิ่งอึ้งและตกอยู่ในมนต์สะกดทันทีที่เห็น นั่นคือ “จามามัสยิด” (Jama Masjid) เพชรเม็ดงามสไตล์อินโด-อิสลามที่ซ่อนตัวอยู่
และนี่คือ 3 เหตุผลว่าทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงมีความสำคัญและน่าสนใจจนสายเดินทางห้ามพลาด!
1. อนุสรณ์สถานแห่งยุคทอง โดยกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่
ย้อนเวลากลับไปในศตวรรษที่ 16 มัสยิดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1512 โดย สุลต่านมะห์มูด เบกาดา (Sultan Mahmud Begada) กษัตริย์ผู้ทรงอิทธิพลแห่งแคว้นคุชราต พระองค์ทรงย้ายเมืองหลวงมาตั้งใหม่ที่จัมปาเนร์ และมุ่งมั่นที่จะเนรมิตเมืองนี้ให้เป็นหนึ่งในนครที่ยิ่งใหญ่และงดงามที่สุดในอินเดีย โดย “จามามัสยิด” แห่งนี้ ต้องใช้เวลาในการก่อสร้างอย่างประณีตยาวนานถึง 25 ปีเต็ม เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมจิตใจและมัสยิดหลักประจำเมืองหลวงใหม่
2. นครลึกลับกลางป่าลึกที่ถูกลืมเลือน
หน้าประวัติศาสตร์พลิกผันเมื่อสุลต่านสิ้นพระชนม์ ศูนย์กลางอำนาจและเมืองหลวงถูกย้ายไปที่อื่น ทำให้จัมปาเนร์ค่อยๆ ถูกลดบทบาท และกลายเป็นเมืองที่ถูกทิ้งร้างให้จมหายไปในผืนป่าลึกนานนับร้อยปี! แต่ความน่าอัศจรรย์คือ การถูกลืมนี้กลับกลายเป็นเกราะคุ้มกันชั้นดี เพราะทำให้ที่นี่เป็นเมืองอิสลามในศตวรรษที่ 16 เพียงแห่งเดียวที่ยังคงสภาพโครงสร้างผังเมืองเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกโดย UNESCO ก่อนที่จะถูกความเจริญยุคโมเดิร์นเข้ามารบกวน
3. จุดสูงสุดของการหลอมรวมทางวัฒนธรรม (Indo-Islamic Art)
สิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวและนักประวัติศาสตร์ตื่นตาตื่นใจที่สุดเมื่อได้เห็นของจริง คือความละเอียดอ่อนของงานศิลปะแบบ อินโด-อิสลาม (Indo-Islamic) ในอดีต สุลต่านได้ทรงจ้างสถาปนิกและช่างฝีมือท้องถิ่นที่เป็นชาวฮินดูและชาวเชนมาช่วยสร้างมัสยิด ผลลัพธ์ที่ได้จึงกลายเป็นความมหัศจรรย์ทางสายตา โครงสร้างใหญ่โตของโดมและแนวเสาหินนับร้อยต้นเป็นไปตามขนบของมัสยิดอิสลาม แต่เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ทุกตารางนิ้วกลับอัดแน่นไปด้วยงานแกะสลักหินฉลุ (Jali Screens) ที่อ่อนช้อย, ลายเครือเถา, งานสลักระเบียง และที่พลาดไม่ได้คือ “ลวดลายดอกบัวซ้อนชั้นบนเพดานโดมหลัก” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ความบริสุทธิ์ของฝั่งฮินดู เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า วัฒนธรรมและความเชื่อที่ต่างกัน สามารถหลอมรวมอยู่ด้วยกันได้อย่างงดงามและสันติที่สุด






Leave a Reply