หลังจากตั้งสติและทบทวนถึงการเดินทางครั้งนี้ โมร็อกโกเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม ผู้คน หรือภูมิประเทศ ทุกอย่างมีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์และความขัดแย้งในตัวเอง ในขณะที่บางเรื่องเต็มไปด้วยความประทับใจ แต่บางเรื่องก็ชวนให้ฉันต้องขมวดคิ้ว
ฉันพบว่าผู้คนที่นี่มีหลากหลายแบบ บางคนดูเย็นชา แต่เมื่อถึงเวลาจริงกลับเต็มไปด้วยน้ำใจที่พร้อมช่วยเหลือ ในขณะที่บางคนกลับลงท้ายด้วยการขอค่าตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ แม้แต่เรื่องที่ดูไม่มีอะไร ความรู้สึกเหล่านี้ตัดกันกับความงดงามของศิลปะและสถาปัตยกรรมที่วิจิตรบรรจง กระเบื้องโมเสกสีสดใสที่ประดับอยู่ตามอาคารบ้านเรือนให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวา แต่ในขณะเดียวกัน สีหน้าของชาวเมืองบางส่วนกลับเต็มไปด้วยความระแวง เหมือนพวกเขาไม่ยินดียินร้ายกับการมาเยือนของนักท่องเที่ยว
แม้จะมีบางช่วงเวลาที่ทำให้ความคาดหวังของฉันลดลง แต่ฉันก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า โมร็อกโกยังคงมีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ เมืองมาราเกซเต็มไปด้วยชีวิตชีวา โดยเฉพาะที่ Djemaa el Fna จัตุรัสกลางเมืองซึ่งเป็นเหมือนโรงละครกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยนักแสดงข้างถนน หมองู ร้านอาหารที่มีกลิ่นหอมของเครื่องเทศฟุ้งไปทั่ว และฝูงชนที่มารวมตัวกันเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืน
เมืองเฟซ (Fez) ก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน เมืองเก่าอย่าง Fez el Bali เปรียบเสมือนเขาวงกตที่เต็มไปด้วยตรอกซอกซอย แผงลอย ร้านค้า และบรรยากาศของอดีตที่ยังคงมีชีวิตอยู่ ตรอกแต่ละสายเหมือนซ่อนเรื่องราวในประวัติศาสตร์เอาไว้ และแน่นอนว่า ใครที่มาเดินเล่นที่นี่เป็นครั้งแรกคงต้องมีหลงทางกันบ้าง
และสุดท้าย ไฮไลต์ของทริปก็คือการเดินทางผ่านเทือกเขา High Atlas สู่ทะเลทรายซาฮารา การได้นั่งอยู่ท่ามกลางเนินทรายสุดลูกหูลูกตาในคืนพระจันทร์เต็มดวง ให้ความรู้สึกเหมือนได้สัมผัสกับความเวิ้งว้างและความเงียบสงบที่หาไม่ได้จากที่ไหน
What in Morocco
ฉันและเพื่อนเดินทางไปโมร็อกโกระหว่างวันที่ 1-10 ธันวาคม 2009 โดยเริ่มต้นจากเมืองมาราเกซ (Marrakech) ก่อนออกเดินทางสู่ทะเลทรายเมอร์ซูกา (Merzouga) ผ่านทัวร์ 3 วัน 2 คืน แวะที่เมืองรัซซานี (Rissani) จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองเฟซ (Fez) และสิ้นสุดที่คาซาบลังกา (Casablanca)
ค่าใช้จ่ายของทริปนี้อยู่ที่ประมาณ 17,000 บาท (ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน) ตั๋วเครื่องบินของ Qatar Airways รวมภาษีแล้วอยู่ที่ 27,000 บาท ตลอดการเดินทาง ฉันได้สัมผัสกับเมืองโบราณ Kasbah และ Ksar รวมถึงการผจญภัยในทะเลทราย ได้พบกับชนเผ่าพื้นเมืองทั้งชาวเบอร์เบอร์ อาหรับ และชนเผ่าต่าง ๆ อีกมากมาย
ในท้ายที่สุดแล้ว หากมีใครถามฉันว่า โมร็อกโกสวยมั้ย สนุกมั้ย น่าไปมั้ย?
ฉันคงจะตอบว่า “ถ้ามีโอกาส…ก็ไปเถอะ”
เพราะโมร็อกโกมีเสน่ห์ในแบบของมันเอง หากพลาดไป อาจเป็นเรื่องที่น่าเสียดายสำหรับคนที่รักการเดินทางและหลงใหลในการค้นหาเรื่องราวใหม่ ๆ ให้กับชีวิต
และแน่นอน…ฉันตอบด้วยความหนักแน่นว่า “สวย สนุก และเป็นหนึ่งในเมืองที่น่าไปเยือนจริง ๆ”






Leave a Reply