Nim Journey

A Legend of Travel

ความกลัว หรือความไม่แน่นอน สะท้อนผ่านดัชนี VIX
Posted in ,

VIX คืออะไร

VIX หรือชื่อเต็มคือ CBOE Volatility Index
เป็นดัชนีที่วัด ความผันผวนที่ตลาดคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า 30 วัน
โดยคำนวณจากราคาของ option บนดัชนี S&P 500

พูดให้เข้าใจง่าย

  • ถ้าคนแห่ซื้อ option เพื่อป้องกันความเสี่ยง
  • ราคา option จะแพงขึ้น
  • Implied Volatility สูงขึ้น
  • และ VIX จะปรับตัวขึ้นตาม

เพราะเหตุนี้ VIX จึงมักถูกเรียกว่า
“ดัชนีวัดความกลัวของตลาด”


VIX ไม่ได้วัดความกลัว แต่สะท้อน “ความไม่แน่นอน”

จุดสำคัญที่นักลงทุนหลายคนเข้าใจผิดคือ
VIX ไม่ได้พุ่งเพราะตลาด “กลัวว่าหุ้นจะลง” เสมอไป

แต่ VIX จะพุ่งแรงที่สุดในช่วงที่ตลาด
ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

เช่น

  • นโยบายใหม่แบบคาดไม่ถึง
  • เหตุการณ์การเมือง
  • วิกฤตการเงิน
  • เหตุการณ์ที่ยังประเมินผลกระทบไม่ได้

ตราบใดที่ตลาดยังไม่สามารถประเมินความเสี่ยงได้
นักลงทุนจะเลือก “จ่ายแพง” เพื่อซื้อการป้องกัน
และนั่นคือช่วงที่ VIX สูง


ธรรมชาติของ VIX: Mean Reversion

หนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของ VIX คือมันเป็นดัชนีที่มีลักษณะ mean-reverting

หมายความว่า

  • VIX สามารถพุ่งสูงได้เร็วมาก
  • แต่ไม่ค่อยยืนอยู่ระดับสูงได้นาน

เมื่อเวลาผ่านไปข้อมูลเริ่มชัดเจน ตลาดเริ่มประเมินผลกระทบได้
ความจำเป็นในการ hedge ลดลง VIX จึงค่อย ๆ ปรับตัวลงกลับสู่ระดับปกติ

นี่คือเหตุผลที่ VIX มัก “พุ่งแรง แต่ลงช้า และไม่ยืน”


3 ช่วงสำคัญของ VIX

โดยทั่วไป พฤติกรรมของ VIX มักแบ่งได้เป็น 3 ช่วง

1) Volatility Expansion
ช่วงที่ VIX พุ่งขึ้นเร็ว
มักเกิดจาก shock หรือข่าวที่ตลาดไม่คาดคิด

2) Volatility Contraction
ช่วงที่ VIX เริ่มลดลง
แม้ข่าวยังอยู่ แต่ตลาดเริ่มตีความได้

3) Volatility Lull
ช่วงที่ VIX แกว่งนิ่ง
สะท้อนว่าตลาดรับรู้ความเสี่ยงไปหมดแล้ว


ตัวอย่าง: เหตุการณ์ Trump ประกาศ Tariff

เมื่อ Donald Trump ประกาศนโยบาย Tariff ตลาดไม่ได้กังวลแค่เรื่องต้นทุนสินค้า แต่กังวลถึงผลกระทบเป็นลูกโซ่

เช่น

  • Supply chain จะสะดุดหรือไม่
  • บริษัทข้ามชาติจะโดนหนักแค่ไหน
  • จะลุกลามเป็น trade war หรือเปล่า

ในช่วงแรก ตลาดยังตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ นักลงทุนจำนวนมากรีบ hedge ความเสี่ยง ทำให้ราคาของ option พุ่งขึ้นพร้อมกัน

ผลลัพธ์คือ
VIX กระโดดขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น

นี่คือภาพของ Volatility Expansion อย่างชัดเจน


แล้วทำไม VIX ถึงยืนอยู่ระดับสูงไม่นาน

หลังจาก shock แรกผ่านไป แม้ข่าว Tariff จะยังอยู่ แต่ตลาดเริ่มประเมินได้ว่า

  • ใครกระทบจริง
  • ใครรับมือได้
  • ผลกระทบหนักแค่ไหน

เมื่อความไม่แน่นอนลดลง การ hedge เริ่มไม่จำเป็นเท่าเดิม VIX จึงค่อย ๆ ปรับตัวลง ไม่ใช่เพราะความเสี่ยงหายไป แต่เพราะตลาด “เข้าใจมันแล้ว”

สรุป

VIX คือภาพสะท้อนของความไม่แน่นอน ไม่ใช่ทิศทางของตลาด

กรณี Trump ประกาศ Tariff แสดงให้เห็นชัดว่า

  • ความกลัวทำให้ VIX พุ่ง
  • แต่ความเข้าใจทำให้ VIX กลับสู่ค่าเฉลี่ย

ตลาดอาจผันผวน
แต่วิกฤตของ “ความไม่รู้” มักอยู่ไม่นาน

Leave a Reply

เว็บนี้ใช้ Akismet เพื่อลดสแปม. เรียนรู้ว่าข้อมูลแสดงความเห็นของคุณถูกประมวลผลอย่างไร.

สมัครเป็นสมาชิก

Enter your email below to receive updates.