กลยุทธ์การเทรดออปชัน (Option Trading Strategies) มีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยง ความคาดหวังต่อทิศทางราคา และระยะเวลาการถือครอง ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่
กลยุทธ์พื้นฐาน (Basic Strategies)
เหมาะสำหรับมือใหม่หรือใช้เป็นพื้นฐานประกอบกลยุทธ์ที่ซับซ้อน
- Buy Call / Long Call
- คาดว่าหุ้นจะ “ขึ้นแรง”
- ซื้อสิทธิ์ในการซื้อหุ้นที่ราคาที่กำหนด
- ขาดทุนสูงสุดคือ Premium
- กำไรไม่จำกัด
- Buy Put / Long Put
- คาดว่าหุ้นจะ “ลงแรง”
- ซื้อสิทธิ์ในการขายหุ้นที่ราคาที่กำหนด
- ขาดทุนสูงสุดคือ Premium
- กำไรสูงสุด = Strike – Premium
- Sell Call / Covered Call
- ถือตัวหุ้นจริง + ขาย Call Option
- คาดว่าหุ้น “Sideway” หรือขึ้นน้อย
- สร้างรายได้จาก Premium
- Sell Put / Cash-Secured Put
- ขาย Put Option + มีเงินพร้อมซื้อหุ้น
- คาดว่าหุ้นจะไม่ตก
- รับ Premium เป็นรายได้
- ถ้าราคา < Strike จะได้หุ้นในราคาที่ต้องการ
กลยุทธ์ระดับกลางถึงสูง (Intermediate – Advanced)
- Protective Put
- Buy Stock + Buy Put
- ใช้เพื่อป้องกันขาลง
- เหมือนทำประกันพอร์ต
- Straddle (Long Straddle)
- Buy Call + Buy Put ที่ Strike เดียวกัน
- คาดว่า “ราคาจะผันผวนแรง” ไม่รู้ทิศทาง
- ต้องการ Volatility สูง
- Strangle (Long Strangle)
- Buy Call และ Buy Put ที่คนละ Strike
- ถูกกว่าการทำ Straddle
- ต้องการความผันผวนมากขึ้นถึงจะคุ้ม
- Vertical Spreads
- Bull Call Spread: Buy Call + Sell Call (Strike สูงกว่า)
- คาดว่าหุ้นจะขึ้น แต่ลดต้นทุน
- Bear Put Spread: Buy Put + Sell Put (Strike ต่ำกว่า)
- คาดว่าหุ้นจะลง แต่ลด Premium
- Bull Call Spread: Buy Call + Sell Call (Strike สูงกว่า)
- Credit Spreads
- Bear Call Spread: Sell Call + Buy Call (Strike สูงกว่า)
- สร้างรายได้จาก Premium ถ้าหุ้นไม่ขึ้น
- Bull Put Spread: Sell Put + Buy Put (Strike ต่ำกว่า)
- สร้างรายได้ ถ้าหุ้นไม่ตก
- Bear Call Spread: Sell Call + Buy Call (Strike สูงกว่า)
- Iron Condor
- ขาย Put และ Call ที่อยู่ตรงกลาง
- ซื้อ Put และ Call ที่อยู่นอกกรอบ
- คาดว่าหุ้น “Sideway” อยู่ในกรอบ
- รับ Premium จากหลายด้าน
- Butterfly Spread
- ซื้อ/ขายออปชันแบบมีจุดศูนย์กลาง
- ใช้ได้ทั้ง Call หรือ Put
- คาดว่าหุ้นจะอยู่ใกล้ Strike กลาง
การเลือกใช้กลยุทธ์ควรดูอะไรบ้าง?
- แนวโน้มตลาด (ขึ้น / ลง / Sideway)
- ความผันผวน (Volatility)
- เวลาที่เหลือก่อนหมดอายุ (Time Decay)
- ระดับความเสี่ยงที่รับได้
- เป้าหมายการทำกำไร







Leave a Reply