สำหรับนักลงทุนหุ้นที่อยากเพิ่ม “ทางเลือก” ให้พอร์ต
นักลงทุนหุ้นหลายคนเมื่อเดินทางมาได้ระยะหนึ่ง มักเริ่มตั้งคำถามคล้ายกันว่า
ถ้าเรามั่นใจว่าหุ้นจะขึ้น แต่ไม่อยากใส่เงินเพิ่มเยอะ มีทางเลือกอื่นไหม
หรือถ้าตลาดเริ่มผันผวน เราจะป้องกันพอร์ตยังไงดี
หนึ่งในเครื่องมือที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ Option
แต่สำหรับคนที่คุ้นเคยกับการ “ซื้อหุ้นแล้วถือ” คำว่า Option อาจฟังดูซับซ้อนและน่ากลัวเกินจริง
บทความนี้จะพาไปรู้จัก Buy Call และ Buy Put
ในมุมที่นักลงทุนหุ้นเข้าใจได้ โดยไม่ต้องเป็นสายเทรด ไม่ต้องจำศัพท์ยาก
Option คืออะไร
Option คือ สิทธิ ไม่ใช่ภาระผูกพัน
เราใช้เงินจำนวนหนึ่ง เพื่อซื้อ “สิทธิในการซื้อหรือขายหุ้น” ที่ราคาใดราคาหนึ่ง ภายในช่วงเวลาที่กำหนด
- ถ้าเงื่อนไขเป็นใจ → เราใช้สิทธิ
- ถ้าไม่เป็นใจ → เราเลือกไม่ใช้สิทธิ และขาดทุนสูงสุดแค่เงินที่จ่ายไป
ตรงนี้เองที่ทำให้ Option ต่างจากหุ้น
เพราะตั้งแต่ต้น เรารู้แล้วว่า เสี่ยงได้มากสุดแค่ไหน
Buy Call Option คืออะไร
บางคนใช้ Long แทน Buy แต่ในที่นี้ขอเรียกว่า Buy
ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด
Buy Call = การซื้อตั๋วลุ้นว่าหุ้นจะขึ้น
คุณจ่ายเงินก้อนหนึ่ง เพื่อให้ได้สิทธิซื้อหุ้นในราคาที่ตกลงกันไว้
ถ้าในอนาคตราคาหุ้นขึ้นแรงกว่าที่คาด สิทธินี้จะมีมูลค่ามากขึ้น
Buy Call เหมาะกับสถานการณ์แบบไหน
- คุณมองว่าหุ้นมีโอกาสขึ้น แต่ไม่อยากซื้อหุ้นเพิ่ม
- คุณเชื่อมั่นในแนวโน้ม แต่ต้องการจำกัดความเสี่ยง
- มีเหตุการณ์สำคัญรออยู่ เช่น งบ ข่าว หรือการเปลี่ยนแปลงเชิงธุรกิจ
ถ้าหุ้นไม่ขึ้นตามที่คิด
สิ่งที่เสียไปคือ เงินที่จ่ายตอนซื้อ Call เท่านั้น
ไม่มีการถูกบังคับให้ซื้อหุ้นจริง
Buy Put Option คืออะไร
ถ้า Buy Call คือการลุ้นขาขึ้น
Buy Put คือการซื้อ “ประกัน” หรือการเตรียมรับมือขาลง
คุณจ่ายเงินเพื่อให้ได้สิทธิ “ขายหุ้น” ที่ราคาหนึ่ง
ถ้าราคาหุ้นปรับตัวลง สิทธินี้จะมีมูลค่ามากขึ้น
Buy Put ใช้ทำอะไรได้บ้าง
- มองว่าหุ้นหรือดัชนีมีความเสี่ยงปรับฐาน
- ป้องกันหุ้นที่ถืออยู่ โดยไม่ต้องขายออก
- ใช้รับมือช่วงตลาดผันผวนหรือข่าวไม่แน่นอน
จุดสำคัญคือ
คุณไม่จำเป็นต้องอยากให้หุ้นลงแรง
แค่ต้องการลดความเสี่ยงในช่วงที่ไม่มั่นใจก็เพียงพอ
Buy Call กับ Buy Put ต่างกันอย่างไร

สิ่งที่เหมือนกันคือ
ทั้งสองแบบ รู้ความเสี่ยงสูงสุดตั้งแต่ก่อนกดซื้อ
กำไร–ขาดทุนของการ Buy Option คิดยังไง
หลักคิดง่าย ๆ มีอยู่ 3 ข้อ
- ขาดทุนสูงสุด = เงินที่จ่ายไปตอนซื้อ
- จะกำไรได้ หุ้นต้องไป “ไกลพอ”
- เวลาผ่านไป แต่หุ้นไม่ขยับ มูลค่าจะค่อย ๆ ลดลง
นักลงทุนหุ้นหลายคนพลาดตรงนี้
เพราะคิดว่า หุ้นขึ้นแล้ว Option ต้องกำไร แต่ในความเป็นจริงหุ้นอาจขึ้นจริง แต่ขึ้นช้า หรือขึ้นไม่แรงพอ ก็อาจจะไม่ได้กำไรอย่างที่คาดหวัง
ข้อดีของการ Buy Option สำหรับนักลงทุนหุ้น
- ใช้เงินน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการซื้อหุ้นเพิ่ม
- วางแผนความเสี่ยงได้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
- เหมาะกับการรับมือเหตุการณ์เฉพาะช่วง
- เพิ่มความยืดหยุ่นให้พอร์ต โดยไม่ต้องเปลี่ยนแนวคิดการลงทุนทั้งหมด
Option ไม่ได้มาแทนหุ้น
แต่เป็นเครื่องมือเสริมสำหรับคนที่เข้าใจหุ้นอยู่แล้ว
ข้อควรระวังที่นักลงทุนหุ้นมักเจอ
- ซื้อใกล้หมดอายุมากเกินไป
- เลือกเพราะ “ราคาถูก” หรือซื้อที่ราคา OTM ไกลมากๆ แต่ไม่รู้เหตุผล
- คาดหวังผลเร็วเกินไป
- ใช้ Option ทั้งพอร์ต โดยยังไม่เข้าใจธรรมชาติของมัน
การเริ่มจากขนาดเล็ก ช่วยให้เรียนรู้โดยไม่กระทบพอร์ตหลัก
Buy Call และ Buy Put เหมาะกับใคร
เหมาะกับคนที่
- เข้าใจการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในระดับหนึ่ง
- ต้องการควบคุมความเสี่ยงให้ชัดเจน
- อยากเพิ่มทางเลือก โดยไม่เพิ่มเงินลงทุนมากเกินไป
ไม่จำเป็นต้องเป็นนักเทรด
และไม่จำเป็นต้องใช้ทุกวัน
สรุป: Option คือเครื่องมือ ไม่ใช่ทางลัด
Buy Call และ Buy Put ไม่ใช่ของอันตราย
และไม่ใช่สูตรรวยเร็ว
ถ้าเข้าใจหลักคิด
มันคือเครื่องมือที่ช่วยให้เราบริหารพอร์ตได้ดีขึ้น
โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดไม่แน่นอน
เริ่มจากเล็ก ๆ
เรียนรู้จากประสบการณ์จริง
แล้วค่อยต่อยอดไปตามสไตล์ของตัวเอง







Leave a Reply