Nim Journey

A Legend of Travel

ชวนหลานเที่ยวพนมเปญ
Posted in , ,

ไฟลต์ดีเลย์เล็กน้อย แต่เราก็มาถึงสนามบินพนมเปญราวสิบโมงเช้า ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนคร่าวๆ ที่วางไว้ แวะแลกเงินไว้เล็กน้อย — 50 ยูโร ได้มาไม่เยอะ เพราะเรทค่อนข้างโหด

ออกจากสนามบินมาก็ไปซื้อซิมอินเทอร์เน็ต 20 GB ราคา 7 ดอลลาร์ จากนั้นเรียกสามล้อผ่านแอป Pass App (ที่นี่นิยมใช้กันมากเหมือน Grab บ้านเรา) ต้องเดินออกมานิดนึงถึงจะเจอรถ

ที่พักอยู่ห่างสนามบินประมาณ 11 กิโลเมตร แต่รถติดพอควร เลยนั่งกันยาวหน่อย ค่ารถแค่ 12,000 เรียล (ประมาณ 3 ดอลลาร์) ถือว่าไม่แพงเลย

ถึงโรงแรมประมาณเที่ยง ได้เข้าห้องทันที พอเก็บของเสร็จก็เริ่มออกตะลุยกันต่อ แต่โชคร้ายเล็กน้อย เพราะ Royal Palace กับ National Museum ปิดพักกลางวัน เปิดอีกทีตอนบ่ายสองถึงบ่ายสองครึ่ง เราเลยตัดสินใจไปหาอะไรรองท้องก่อน

ชวนปันน์ไปลองร้านบะหมี่ทำสดชื่อดัง “David’s Noodles” อยู่ไม่ไกล รสชาติดีมาก โดยเฉพาะถ้าเติมพริกเผาเข้าไปหน่อย… อืม กลมกล่อมขึ้นเยอะ!

พอบ่ายสองก็เริ่มเที่ยว Royal Palace และ National Museum อย่างจริงจัง ค่าเข้าแต่ละที่อยู่ที่ 10 ดอลลาร์ ใช้เวลาเดินชมประมาณ 1.30 ชั่วโมงต่อแห่ง เรียกได้ว่าเดินจุใจ และท้าแดดสุดพลัง เพราะวันนี้อากาศร้อนแบบไม่ปรานีใคร

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกัมพูชา (National Museum of Cambodia) ตั้งอยู่ใกล้กับพระราชวัง เป็นอาคารสถาปัตยกรรมเขมรโบราณที่ดูสงบขรึม ด้านในจัดแสดงโบราณวัตถุกว่า 5,000 ชิ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประติมากรรมศิลปะเขมรโบราณที่ขุดพบจากเมืองพระนคร (นครวัด-นครธม) ทั้งพระพุทธรูปหินทรายขนาดใหญ่ เทวรูปฮินดู และงานศิลป์ที่สะท้อนวัฒนธรรมในยุคต่างๆ ของกัมพูชา บางชิ้นเก่าแก่ถึงสมัยศตวรรษที่ 6 เลยทีเดียว

เสียดายที่เราไม่ได้ใช้ไกด์ เลยเดินชมแบบงงๆ ไปบ้าง เหมือนหลงในอารยธรรมโบราณโดยไม่มีคนมาไขความลับ

ส่วน พระราชวังหลวง (Royal Palace) ก็ไม่แพ้กันเลยในแง่ของความอลังการ สถานที่แห่งนี้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์กัมพูชามาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19 โดยสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1866 หลังจากเมืองหลวงถูกย้ายจากอุดงมีชัยมาที่พนมเปญ ตัวพระราชวังมีสถาปัตยกรรมแบบขอมผสมฝรั่งเศส สีทองอร่ามตา ทุกอาคารดูงดงามเหมือนหลุดออกมาจากภาพวาด ภาพรวมส่วนใหญ่มีความคล้ายสถาปัตยกรรมของไทยเรา แต่ความละเอียดอ่อน และการดูแลยังห่างจากไทยมากพอสมควร

หนึ่งในจุดไฮไลต์คือ วัดพระแก้ว (Silver Pagoda) ซึ่งพื้นของพระอุโบสถปูด้วยแผ่นเงินแท้กว่า 5,000 แผ่น (แต่ปัจจุบันปูพรมทับไว้เพื่อป้องกันความเสียหาย เห็นได้เพียงบางจุด) ด้านในประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำประดับเพชรพลอย และพระพุทธรูปหยกอันเลื่องชื่อ บรรยากาศสงบขลังชวนให้หยุดมองด้วยความเคารพ

เพราะความรีบ และคิดว่าเดินดูเองคงพอ… เราจึงพลาดโอกาสดีๆ ที่จะเข้าใจเรื่องราวเบื้องหลัง เช่น การจัดวางสถาปัตยกรรมแบบจักรวาลตามคติพราหมณ์ หรือสัญลักษณ์ซ่อนอยู่ในลวดลายต่างๆ เรียกได้ว่า “เดินผ่าน” มากกว่า “ซึมซับ”

หลังจากนั้นเราเดินเลียบแม่น้ำโตนเลสาบ สัมผัสบรรยากาศแบบคนท้องถิ่น เห็นคนมาปล่อยนก ทำบุญ พาครอบครัวมาเดินเล่น บ้างนั่งคุยกันเงียบๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ มีนกเงือกบินไปมาเหนือยอดไม้ บรรยากาศดีมาก แม้ภาพรวมจะสะท้อนความยากลำบากทางเศรษฐกิจอยู่ไม่น้อย

แวะ 7-Eleven ระหว่างทางที่ขายของส่วนใหญ่จากไทย ในร้านมีคนไทยมาเป็นคนดูแลด้วย ตั้งใจจะไปทานพิซซ่าที่ห้างแห่งหนึ่ง แต่พอจะจ่ายเงินพบว่ารับเฉพาะเงิน USD และเรียล แต่ในกระเป๋าเราตอนนั้นมีแต่เงินยูโร ที่เหลือมาจากทริปก่อนๆของเรา เลยต้องพับแผน แล้วเดินกลับไปที่โรงแรมเพื่อถามหาร้านแลกเงิน

สุดท้ายเลือกกินมื้อเย็นที่ร้านชื่อ La Dolce อยู่ใกล้ร้านแลกเงิน รสชาติโอเค ไม่ต้องเดินไกล

กลับถึงที่พักตอนค่ำ อาบน้ำ ล้างเหงื่อ พร้อมถอนหายใจยาวๆ รู้สึกเหมือนผ่านศึกใหญ่เพราะวันนี้ชีวิตเริ่มต้นตั้งแต่ตี 3 เดินทางแล้วก็เดินเที่ยวมาทั้งวัน


ค้นพบเพิ่มเติมจาก Nim Journey

สมัครสมาชิกเพื่อรับเรื่องล่าสุดที่ส่งไปยังอีเมลของคุณ.

Leave a Reply

เว็บนี้ใช้ Akismet เพื่อลดสแปม. เรียนรู้ว่าข้อมูลแสดงความเห็นของคุณถูกประมวลผลอย่างไร.

สมัครเป็นสมาชิก

Enter your email below to receive updates.