เช้าวันนี้ ที่พักเต็มไปด้วยผู้คนที่ดูเหมือนมีเป้าหมายของตัวเอง — บ้างแบกเป้หนักเตรียมลุยเต็มรูปแบบ บ้างก็แวะมาแบบ one day hike เหมือนฉัน
ก่อนจะออกเดิน ฉันเพิ่งได้รู้ว่าที่จริงแล้วมีคนมากมายเลือกมาสัมผัสธรรมชาติของ Torres del Paine แบบเที่ยววันเดียว ไม่ต่างกับคนที่ตั้งใจเทรคครบทั้งเส้นทาง W หรือ O Circuit เลย แม้ไม่ได้จองรถบัสล่วงหน้า แต่ก็ยังโชคดีที่มีเที่ยวสุดท้ายออกจาก Puerto Natales ไปถึงอุทยานตอน 7.30 น.
รถบัสใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง พาฉันมาถึง Laguna Amarga จุดซื้อบัตรเข้าอุทยาน (21,000 CLP) ที่สามารถใช้ได้ไม่จำกัดวัน ตราบที่ยังไม่ออกจากเขตอุทยาน ถ้าออกแล้วจะมีลิมิต 3 วัน ซึ่งต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า พวกเขาจะให้ลงชื่อและกรอกหมายเลขพาสปอร์ตไว้ เพื่อใช้แสดงในครั้งต่อไป


จากนั้นก็ต้องซื้อตั๋วรถอีกใบ (3,000 CLP) เพื่อเปลี่ยนคันไปยัง Hotel Las Torres จุดเริ่มต้นของเส้นทางขึ้น Base Torres — และที่นั่นเอง ฉันได้พบกับเพื่อนร่วมห้องสาวชาวเกาหลีอีกครั้ง กระเป๋าของเธอบอกเล่าเรื่องราวของนักเทรคอย่างชัดเจน เราแยกทางกันในตอนเริ่ม เธอมุ่งหน้าสู่ Serón เพื่อทำการเทรคเส้นยาว W-route ส่วนฉันก็เริ่มเดินเขาไปยัง Base Torres ที่ใฝ่ฝัน

เส้นทางวันนี้ชัดเจนดี ลัดเลาะสะพาน ไต่เขา ข้ามสันเขา พร้อมผู้คนมากมายเดินเคียงข้าง ฉันค่อยๆ เดินไป ถ่ายรูปไป สูดกลิ่นไอธรรมชาติ รับแดดระดับ UV 9 ซึ่งรุนแรงไม่น้อยในพื้นที่ภูเขาสูงแบบนี้
ช่วงแรกของการเดินยังรู้สึกเหนื่อย เหมือนร่างกายยังไม่เข้าที่เข้าทาง แต่โชคดีที่รอบนี้จัดกระเป๋าได้กระชับ เบา เดินคล่องตัว น้ำดื่มก็มีพอ แถมขนมกรุบกรอบจากที่พักตอนเช้า ช่วยเติมพลังระหว่างทางได้ดีพอควร
แม้น้ำที่นี่จะใสสะอาดและดื่มได้โดยตรง แต่กว่าจะได้ตักน้ำจริงๆ ก็ต้องเดินไปเกือบ 6 กิโลเมตร เพราะธารน้ำสายหลักนั้นไหลอยู่ลึกลงไปด้านล่างของเขาลาดชัน — ต้องเลือกจุดที่สามารถลงไปถึงได้อย่างปลอดภัย ซึ่งในเส้นทางนี้จะอยู่แถวบริเวณกลางเส้นทาง ใกล้กับ Refugio Chileno และบริเวณที่เริ่มเข้าเขตป่าชื้น
แต่…ช่วงที่ท้าทายที่สุดคือ 1 กิโลเมตรสุดท้ายก่อนถึง Base Torres — ทางชันมาก และเต็มไปด้วยหิน ฉันเริ่มหิว ขาเริ่มหมดแรง เค้กชิ้นเล็กกับเจลพลังงานหนึ่งซองไม่ช่วยเท่าไหร่ สุดท้ายต้องหยิบขนมปังแข็งๆ เย็นๆ ที่เตรียมมา แทะกินไปแบบฝืนใจ
แม้จะเหนื่อย แต่ความตั้งใจอยาก “ไปให้ถึง” ก็ผลักดันให้ฉันเดินต่อ และก็ไม่ผิดหวังเลย — ท้องฟ้าแจ่มใสเปิดโล่ง ไม่มีเมฆมาบังยอดเขา Torres ทั้งสาม เห็นได้ชัดเจนตระหง่านตรงหน้า









แม้จะไม่มีแสงสีแดงแบบยามเช้าหรือเย็นที่หลายคนเฝ้ารอ และน้ำตรงเบสที่ควรเป็นสีฟ้ากลับเขียวอย่างแรงจนฉันแอบขำ (ฟ้าในรูปรีวิวทั้งหลาย มันแต่งชัดๆ!) — แต่ความงามตรงหน้า ก็ทำให้ลืมความเหนื่อยไปหมด
ฉันเดินรอบๆ หามุมถ่ายรูป แล้วกลับมานั่งข้างทะเลสาบ แทะขนมปังที่เหลืออีกคำ สงบและนิ่ง เสมือนกำลังฟังเสียงของภูเขากระซิบอยู่ข้างหู
บางทีฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า ฉันอาจใช้เวลากับ “จุดหมาย” แต่ละแห่งได้นานกว่านี้ — ไม่ต้องรีบเดินกลับ แต่ใจมันก็เผลอเร่งตลอด
ขากลับทางเดิมไม่ยากนัก ทำเวลาได้ดีกว่า แต่ฉันตั้งใจเดินช้าลง หันมองทางเดิมที่ผ่าน ป่าสนแน่นขนัดเบื้องล่าง ลมเย็นพัดผ่านร่างที่อบอุ่นจากการเดิน ทำให้เหงื่อกลายเป็นหยดน้ำเย็นๆ ที่ลูบไล้ผิวเบาๆ — นี่แหละ เสน่ห์ของการเทรค ที่ฉันรักที่สุด
ระหว่างทางมีดอกไม้ป่าเล็กๆ สีชมพู สีม่วง สีเหลือง ประดับรายทาง ฉันรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในสวนลับของธรรมชาติ อยากจะวิ่งแซงคนข้างหน้าเป็นพักๆ แต่บางจังหวะก็ต้องหยุดหลบให้คนที่มาจากข้างหลังเร็วกว่า
เย็นนั้น ฉันมาถึงจุดนัดรถกลับประมาณห้าโมงเย็น แล้วต่อรถอีกคันตอนทุ่มนึง ซื้อตั๋ว 3,000 CLP อีกครั้ง และเป๊ปซี่กระป๋องหนึ่ง…เพื่อฉลองให้กับตัวเอง

รถออกจาก Hotel Torres ไปถึง Laguna Amarga ตอน 19.45 น. แล้วเปลี่ยนขึ้นรถบัสกลับมายัง Puerto Natales ถึงเกือบสี่ทุ่ม — เหนื่อยล้าแต่เต็มไปด้วยความทรงจำ
สุดท้ายของวัน ฉันกลับมาดึก หิวโซ แต่โชคดีที่ยังมี ยากิโซบะกับแฮม ตุนไว้ — มื้อนั้นเลยกลายเป็นมื้อแห่งความอิ่มใจ แม้จะไม่ได้อร่อยอะไร แต่ก็อบอุ่นในแบบที่คนเดินทางต้องการที่สุด
วิวสวยแค่ไหน ก็ไม่ทำให้ขนมปังแข็งๆ อร่อยขึ้นหรอก… แต่ก็แทะจนหมดไปด้วยหัวใจที่ได้ “มายืนอยู่ตรงนี้” แล้วอย่างสมใจ







Leave a Reply